FAQ
ที่อยู่สำนักงานสำหรับสำนักงานผู้แทนและสำนักงานภูมิภาคของบริษัทต่างชาติ
คำถามของบริษัทต่างชาติที่ต้องการทดลองตลาดไทยก่อนตั้งบริษัทเต็มรูปแบบ ครอบคลุมข้อแตกต่างระหว่างสำนักงานผู้แทน สำนักงานสาขา และบริษัทจำกัดที่จัดตั้งในไทย ขอบเขตกิจกรรมที่ทำได้โดยไม่ถือเป็นการหารายได้ ที่อยู่ที่ใช้ยื่นคำขอและสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตรวจ เอกสารจากบริษัทแม่และการรับรองจากต่างประเทศ การจ้างพนักงานและใบอนุญาตทำงานของผู้แทน หน้าที่ยื่นแบบและการทำบัญชีแม้ไม่มีรายได้ การเปลี่ยนที่ตั้ง และการยกระดับเป็นบริษัทเมื่อพร้อมขายจริง
14 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
สำนักงานผู้แทน สาขา และบริษัทในไทย ต่างกันอย่างไร
ต่างกันที่สิ่งที่ทำได้และภาระที่ตามมา สำนักงานผู้แทนทำกิจกรรมสนับสนุนบริษัทแม่ เช่น หาแหล่งซื้อสินค้า ตรวจคุณภาพ รายงานความเคลื่อนไหวของตลาด และให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าของบริษัทแม่ โดยไม่รับคำสั่งซื้อหรือเจรจาราคาเพื่อสร้างรายได้ สาขาทำธุรกิจหารายได้ได้แต่ความรับผิดยังผูกกับบริษ
ต่างกันที่สิ่งที่ทำได้และภาระที่ตามมา สำนักงานผู้แทนทำกิจกรรมสนับสนุนบริษัทแม่ เช่น หาแหล่งซื้อสินค้า ตรวจคุณภาพ รายงานความเคลื่อนไหวของตลาด และให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าของบริษัทแม่ โดยไม่รับคำสั่งซื้อหรือเจรจาราคาเพื่อสร้างรายได้ สาขาทำธุรกิจหารายได้ได้แต่ความรับผิดยังผูกกับบริษัทแม่ ส่วนบริษัทจำกัดที่จัดตั้งในไทยเป็นนิติบุคคลแยก ทำธุรกิจได้กว้างที่สุดและเปิดทางเรื่องใบอนุญาตและการจ้างงานมากกว่า การเลือกจึงเริ่มจากคำถามว่าปีนี้จะมีรายได้ในไทยหรือไม่
ทำได้เฉพาะกิจกรรมที่ไม่ก่อรายได้ในไทยและเป็นการรายงานหรือสนับสนุนบริษัทแม่ ที่พบบ่อยคือสำรวจตลาด ตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่สั่งผลิตในไทย ประสานงานกับผู้ผลิตท้องถิ่น และอธิบายข้อมูลสินค้าให้ผู้สนใจโดยไม่ตกลงเงื่อนไขการซื้อขาย สิ่งที่ห้ามคือออกใบเสนอราคาในนามตนเอง รับคำสั่งซื้อ รับชำระเงิน หรือทำสัญญาขาย เพราะทำให้สถานะเปลี่ยนและอาจกระทบใบอนุญาต หากพบว่าต้องเริ่มขายจริง ควรวางแผนจัดตั้งบริษัทแทนการใช้สำนักงานผู้แทนต่อไป
ใช้ได้เมื่อสถานที่นั้นเป็นที่ทำงานที่ตรวจได้จริง มีพื้นที่ใช้งานที่ระบุได้ มีป้ายชื่อองค์กร มีเจ้าหน้าที่รับเอกสารระหว่างเวลาทำการ พร้อมหนังสือยินยอมการใช้พื้นที่และหลักฐานสิทธิในอาคาร เหตุผลคือหน่วยงานพิจารณาว่าติดต่อได้จริงและมีผู้รับผิดชอบในไทย สิ่งที่ควรเตรียมเพิ่มคือแผนที่ตั้ง ภาพถ่ายภายนอกที่เห็นป้ายชื่อ และภาพภายในที่เห็นพื้นที่ทำงาน ควรแจ้งผู้ให้บริการล่วงหน้าว่าจะมีการตรวจสถานที่ เพื่อให้มีผู้ตอบคำถามพื้นฐานเรื่องการใช้พื้นที่ได้ตรงกับเอกสารที่ยื่น
โดยทั่วไปคือหนังสือรับรองการจัดตั้งบริษัทแม่ เอกสารจัดตั้งหรือระเบียบภายในของบริษัท รายชื่อกรรมการและผู้ถือหุ้น งบการเงินปีล่าสุด หนังสือแต่งตั้งผู้แทนในไทยพร้อมขอบเขตอำนาจ และหนังสือรับรองว่าบริษัทแม่จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายของสำนักงาน เอกสารที่ออกในต่างประเทศมักต้องผ่านการรับรองตามลำดับของประเทศที่ออก แล้วแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองคำแปล ควรเริ่มจากส่วนนี้ก่อนเพราะใช้เวลานานที่สุด และตรวจให้ชื่อบริษัทและชื่อผู้แทนสะกดตรงกันทุกฉบับตั้งแต่ต้น
ขอได้เมื่อองค์กรได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจกรรมและมีเอกสารแสดงที่ตั้งที่ตรวจได้ โดยหน่วยงานพิจารณาลักษณะงาน จำนวนพนักงานไทย และความเหมาะสมของตำแหน่ง เอกสารที่ใช้มักรวมหนังสือแต่งตั้ง สัญญาจ้าง หลักฐานคุณวุฒิ ภาพถ่ายสถานที่ทำงาน และแผนผังพื้นที่ที่ระบุโต๊ะทำงานของผู้ขอ จุดที่มักเป็นปัญหาคือขอบเขตงานในเอกสารกว้างจนดูเหมือนกิจกรรมหารายได้ ซึ่งขัดกับสถานะขององค์กร จึงควรให้ทีมกฎหมายตรวจถ้อยคำในสัญญาจ้างและคำบรรยายลักษณะงานให้สอดคล้องกันก่อนยื่น
จ้างได้ตามความจำเป็นของงานสนับสนุน และเมื่อมีลูกจ้างก็เกิดหน้าที่ตามกฎหมายแรงงานและประกันสังคมเช่นเดียวกับนายจ้างอื่น ได้แก่ ขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง นำส่งเงินสมทบตามกำหนด หักภาษีเงินได้จากเงินเดือนและยื่นแบบตามรอบ พร้อมจัดทำทะเบียนลูกจ้างและเอกสารการจ่ายค่าจ้าง ที่อยู่ที่ใช้ขึ้นทะเบียนต้องเป็นที่อยู่เดียวกับที่แจ้งไว้กับหน่วยงานอื่น เพื่อให้เอกสารและหนังสือแจ้งส่งถึงจุดเดียว และไม่เกิดปัญหาเมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลข้ามหน่วยงาน
ยังต้องทำ เพราะหน้าที่ผูกกับการมีหน่วยงานดำเนินการในไทย ไม่ได้ผูกกับการมีกำไร สิ่งที่ต้องทำโดยทั่วไปคือบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายและเงินที่ได้รับจากบริษัทแม่ จัดทำงบการเงินตามรอบและให้ผู้สอบบัญชีตรวจ ยื่นแบบตามที่กฎหมายกำหนด และนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากรายจ่ายที่เข้าเกณฑ์ เช่น ค่าเช่าและค่าบริการ การละเลยส่วนนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของเบี้ยปรับ จึงควรวางระบบตั้งแต่เดือนแรกแม้ยอดค่าใช้จ่ายยังน้อย และเก็บหลักฐานการโอนเงินจากบริษัทแม่ทุกครั้ง
โดยลักษณะแล้วเป็นเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายของหน่วยงานที่ไม่ได้หารายได้ จึงบันทึกเป็นเงินรับจากบริษัทแม่คู่กับรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่รายได้จากการขาย สิ่งสำคัญคือมีเอกสารรองรับครบ ได้แก่ หลักฐานการโอน งบประมาณที่บริษัทแม่อนุมัติ และรายงานค่าใช้จ่ายที่ส่งกลับ เพื่อให้อธิบายได้ว่าเงินเข้าออกสอดคล้องกับกิจกรรมที่ได้รับอนุญาต หากมีรายการที่ดูคล้ายการรับชำระจากลูกค้าในไทย ควรตรวจทันทีว่าเกิดจากความเข้าใจผิดของฝ่ายใด และแก้ให้ถูกต้องก่อนปิดงวด
ดูว่ามีพื้นที่ทำงานที่ใช้ได้จริงตามที่แจ้ง มีป้ายชื่อองค์กรที่มองเห็น มีผู้รับผิดชอบหรือผู้รับเอกสารในเวลาทำการ และเอกสารที่เก็บไว้ที่นั้นสอดคล้องกับกิจกรรมที่ได้รับอนุญาต สิ่งที่ควรมีไว้ในแฟ้มที่หยิบได้ทันทีคือหนังสืออนุญาต หนังสือแต่งตั้งผู้แทน สัญญาใช้สถานที่ ทะเบียนลูกจ้างถ้ามี และรายงานกิจกรรมล่าสุดที่ส่งบริษัทแม่ ความพร้อมของแฟ้มชุดนี้ทำให้การตรวจจบเร็วและลดคำถามต่อเนื่อง ส่วนความไม่ตรงกันเล็กน้อย เช่น ป้ายชื่อสะกดต่างจากเอกสาร ควรแก้ก่อนถูกทักท้วง
แจ้งทุกหน่วยงานที่ถือข้อมูลที่ตั้งไว้ ได้แก่ หน่วยงานที่ออกหนังสืออนุญาต หน่วยงานภาษี สำนักงานประกันสังคมเมื่อมีลูกจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตทำงาน รวมถึงธนาคารและคู่สัญญา ลำดับที่ปฏิบัติได้คือเตรียมเอกสารที่อยู่ใหม่ให้ครบก่อน เช่น หนังสือยินยอมและเอกสารสิทธิของอาคาร แล้วยื่นแจ้งภายในกำหนดของแต่ละหน่วยงาน จุดที่มักหลุดคือที่อยู่บนเอกสารภายในและลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังเป็นที่เดิม ควรทำรายการตรวจสอบรวมไว้ชุดเดียวเพื่อไม่ให้ตกหล่น
ในทางปฏิบัติคือจัดตั้งบริษัทจำกัดขึ้นใหม่ วางโครงสร้างผู้ถือหุ้นและขอใบอนุญาตที่จำเป็นตามประเภทธุรกิจ แล้วโอนย้ายบุคลากรและสัญญาที่เกี่ยวข้องไปยังบริษัทใหม่ ก่อนปิดหรือปรับสถานะสำนักงานผู้แทนตามขั้นตอนของหน่วยงาน ควรวางแผนเรื่องใบอนุญาตทำงานของผู้แทนให้ต่อเนื่องไม่ให้ขาดช่วง และเตรียมเอกสารสำหรับเปิดบัญชีบริษัทใหม่ไว้ล่วงหน้า สิ่งที่ช่วยให้เปลี่ยนผ่านราบรื่นคือใช้ที่อยู่เดียวกันหากสถานที่นั้นรองรับได้ เพราะลดการแจ้งเปลี่ยนแปลงหลายรอบในเวลาใกล้กัน
ตัวกำหนดเวลาไม่ใช่การจัดที่อยู่ แต่เป็นการเตรียมเอกสารบริษัทแม่และการรับรองจากต่างประเทศ ซึ่งขึ้นกับประเทศที่ออกเอกสารและคิวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนงานในไทย เช่น จัดเตรียมคำขอ แปลเอกสาร และนัดตรวจสถานที่ สามารถวางแผนล่วงหน้าได้ชัดกว่า แนวทางที่ช่วยได้คือทำตารางงานที่ระบุผู้รับผิดชอบและเอกสารที่ต้องได้ในแต่ละสัปดาห์ แล้วเริ่มจากรายการที่ต้องรออีกฝ่ายก่อน หากมีกำหนดเข้าทำงานของผู้แทนที่แน่นอนแล้ว ควรแจ้งไว้ตั้งแต่ต้นเพื่อจัดลำดับให้ทัน
ที่อยู่สำนักงานบริการเหมาะกับงานเอกสารและการติดต่อ แต่ไม่ใช่สถานที่เก็บสินค้า ไม่ใช่พื้นที่ผลิต และไม่รองรับกิจกรรมที่กฎหมายกำหนดว่าต้องมีพื้นที่เฉพาะ หากธุรกิจมีแผนตั้งคลังหรือหน้าร้านในภายหลัง ควรวางลำดับไว้ว่าจะแจ้งเพิ่มเป็นสาขาเมื่อใด อีกเรื่องที่ควรตรวจคือจำนวนองค์กรที่ใช้อาคารเดียวกันและความพร้อมของผู้ให้บริการในการรับการตรวจ เพราะสิ่งที่หน่วยงานสนใจคือความเป็นสถานที่ทำงานจริง ไม่ใช่เพียงมีชื่ออยู่ในทะเบียน
เราช่วยเลือกรูปแบบที่ตรงกับแผนธุรกิจปีนี้ ระบุรายการเอกสารจากบริษัทแม่พร้อมลำดับการรับรองในต่างประเทศ จัดเตรียมที่อยู่ที่รองรับการตรวจพร้อมป้ายชื่อ หนังสือยินยอม และผู้รับเอกสาร ยื่นคำขอและประสานการตรวจสถานที่ ดูแลใบอนุญาตทำงานและการขึ้นทะเบียนลูกจ้าง จากนั้นวางระบบบัญชีและปฏิทินยื่นแบบให้ครบแม้ยังไม่มีรายได้ เมื่อธุรกิจพร้อมขายจริง เราจะวางแผนจัดตั้งบริษัทและการเปลี่ยนผ่านให้ต่อเนื่องโดยไม่ให้เอกสารขาดช่วง
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- สำนักงานผู้แทน สาขา และบริษัทในไทย ต่างกันอย่างไร
- สำนักงานผู้แทนทำอะไรได้และห้ามทำอะไร
- ใช้ที่อยู่สำนักงานบริการยื่นคำขอได้หรือไม่
- เอกสารจากบริษัทแม่ต้องเตรียมอะไรบ้าง
- ผู้แทนชาวต่างชาติขอใบอนุญาตทำงานได้ไหม
- จ้างพนักงานไทยได้หรือไม่ และมีหน้าที่อะไรตามมา
- ไม่มีรายได้ ยังต้องทำบัญชีและยื่นแบบไหม
- เงินที่บริษัทแม่ส่งมาใช้จ่ายถือเป็นรายได้หรือไม่
- เจ้าหน้าที่มาตรวจสถานที่ ดูอะไรเป็นหลัก
- ย้ายที่ตั้งภายหลังต้องแจ้งใครบ้าง
- เมื่อพร้อมขายจริง เปลี่ยนเป็นบริษัทอย่างไร
- กรอบเวลาโดยรวมประมาณเท่าใด
- มีเงื่อนไขใดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจใช้ที่อยู่แบบนี้
- ทีมงานช่วยอะไรได้ในเรื่องนี้
หัวข้ออื่น