FAQ
การประกันตัวและการอุทธรณ์คดีอาญา
คำตอบเจาะลึกเรื่องการขอปล่อยชั่วคราวในชั้นตำรวจ อัยการ และศาล หลักประกันแต่ละประเภท เงื่อนไขการปล่อยตัว และขั้นตอนอุทธรณ์ฎีกาคดีอาญา
30 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
ขอประกันตัวในชั้นตำรวจทำได้อย่างไร
เมื่อถูกจับกุมและนำตัวไปยังสถานีตำรวจ พนักงานสอบสวนมีอำนาจพิจารณาปล่อยชั่วคราวได้เองสำหรับความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงมากหรือมีหลักประกันน่าเชื่อถือ โดยพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดี ความหนักเบาของข้อหา และความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาจะหลบหนี ผู้ต้องหาหรือญาติสามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักประกันไ
เมื่อถูกจับกุมและนำตัวไปยังสถานีตำรวจ พนักงานสอบสวนมีอำนาจพิจารณาปล่อยชั่วคราวได้เองสำหรับความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงมากหรือมีหลักประกันน่าเชื่อถือ โดยพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดี ความหนักเบาของข้อหา และความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาจะหลบหนี ผู้ต้องหาหรือญาติสามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักประกันได้ทันทีหลังการจับกุมโดยไม่ต้องรอถึงชั้นฝากขัง หากพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตหรือเรียกหลักประกันสูงเกินสมควร ผู้ยื่นคำร้องมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งไปยังผู้บังคับบัญชาหรือยื่นคำร้องต่อศาลโดยตรงเพื่อขอปล่อยชั่วคราวแทน การมีทนายความช่วยเจรจาตั้งแต่ชั้นนี้มักทำให้กระบวนการเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงที่จะถูกฝากขัง
เมื่อสำนวนถูกส่งต่อไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง หากผู้ต้องหายังอยู่ระหว่างฝากขังและยังไม่เคยได้รับการปล่อยชั่วคราว สามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวต่ออัยการเจ้าของสำนวนได้อีกครั้งโดยอาจเสนอหลักประกันเพิ่มเติมหรือแสดงเหตุผลใหม่ เช่น มีภาระต้องดูแลครอบครัวหรือมีถิ่นที่อยู่แน่นอน อัยการจะพิจารณาความเห็นของพนักงานสอบสวนประกอบกับพยานหลักฐานในสำนวนก่อนมีคำสั่ง หากอัยการมีคำสั่งฟ้องแล้วและส่งฟ้องต่อศาล อำนาจพิจารณาปล่อยชั่วคราวจะตกไปอยู่ที่ศาลทันที ทำให้คำร้องที่ค้างในชั้นอัยการสิ้นผลไปโดยปริยาย ผู้ต้องหาจึงควรติดตามความคืบหน้าของสำนวนอย่างใกล้ชิดเพื่อยื่นคำร้องในจังหวะที่เหมาะสม
เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลไม่ว่าจะเป็นชั้นฝากขังระหว่างสอบสวนหรือหลังอัยการยื่นฟ้องแล้ว จำเลยหรือผู้ต้องหาสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลที่คดีอยู่ในเขตอำนาจ พร้อมแนบหลักประกันและเอกสารประกอบ เช่น สำเนาบัตรประชาชนนายประกัน โฉนดที่ดิน หรือสมุดบัญชีเงินฝาก ศาลจะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 และ 108/1 ซึ่งรวมถึงความหนักเบาของข้อหา พยานหลักฐาน พฤติการณ์การกระทำผิด ความน่าเชื่อถือของหลักประกัน และความเสี่ยงในการหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หากศาลไม่อนุญาต ต้องมีคำสั่งแสดงเหตุผลชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องใหม่ได้อีกหากมีข้อเท็จจริงหรือหลักประกันเปลี่ยนแปลงไป
หลักประกันที่ใช้ประกอบคำร้องขอปล่อยชั่วคราวมีหลายรูปแบบ ได้แก่ เงินสดวางต่อศาลหรือสถานีตำรวจ หลักทรัพย์ เช่น โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ไม่มีภาระผูกพันหรือมีภาระน้อย สมุดเงินฝากประจำพร้อมหนังสือรับรองจากธนาคาร กรมธรรม์ประกันอิสรภาพจากบริษัทประกันภัย ตำแหน่งข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ใช้ตำแหน่งค้ำประกันแทนหลักทรัพย์ และหลักทรัพย์จากกองทุนยุติธรรมสำหรับผู้ไม่มีเงินหรือทรัพย์สิน แต่ละประเภทมีขั้นตอนประเมินมูลค่าและเอกสารรับรองต่างกัน เจ้าหน้าที่หรือศาลจะกำหนดวงเงินประกันตามอัตราโทษของความผิดที่ถูกกล่าวหา ผู้ยื่นคำร้องควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนล่วงหน้าเพื่อลดเวลาการพิจารณา
นายประกันอาชีพหรือบริษัทประกันอิสรภาพเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอหรือไม่มีญาติที่สามารถใช้เป็นหลักประกันได้ทันที โดยจะคิดค่าธรรมเนียมเป็นเปอร์เซ็นต์ของวงเงินประกันและออกกรมธรรม์หรือหนังสือค้ำประกันแทนเงินสด ข้อดีคือรวดเร็วและไม่ต้องใช้ทรัพย์สินส่วนตัว แต่ข้อเสียคือมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คืนแม้คดีจะจบลงอย่างไร และหากผู้ต้องหาหรือจำเลยผิดสัญญาไม่มาศาลตามนัด นายประกันอาชีพอาจต้องรับผิดชอบวงเงินเต็มจำนวนและมีสิทธิไล่เบี้ยหรือติดตามตัวผู้ต้องหากลับมาด้วยตนเอง ผู้ที่จะใช้บริการควรตรวจสอบว่าบริษัทได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายและอ่านเงื่อนไขสัญญาให้ละเอียดก่อนลงนาม เพื่อป้องกันปัญหาค่าธรรมเนียมแอบแฝงภายหลัง
นอกจากการวางหลักประกัน ศาลมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละคดี เช่น ห้ามออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหายหรือพยาน ต้องมารายงานตัวต่อศาลตามกำหนด หรือห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน สำหรับคดีที่มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูง ศาลอาจสั่งให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรือกำไลอีเอ็มเพื่อควบคุมพื้นที่การเดินทางแทนการควบคุมตัว ซึ่งช่วยให้ศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราวในคดีที่มีอัตราโทษสูงได้ง่ายขึ้นโดยยังลดความเสี่ยงการหลบหนี ผู้ถูกกำหนดเงื่อนไขต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะการฝ่าฝืนเงื่อนไขแม้เพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวทันที
การถอนประกันเกิดขึ้นเมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยผิดสัญญาประกัน เช่น ไม่มาศาลตามนัดโดยไม่มีเหตุอันควร หลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก่อเหตุร้ายซ้ำระหว่างปล่อยชั่วคราว หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้อย่างชัดเจน เมื่อศาลมีคำสั่งถอนประกันจะออกหมายจับตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยกลับมา และมีคำสั่งปรับนายประกันตามสัญญาประกันเต็มวงเงินหรือบางส่วนตามดุลพินิจ หากไม่ชำระค่าปรับ ศาลมีอำนาจบังคับคดีกับหลักทรัพย์ที่วางไว้ เช่น ยึดที่ดินหรืออายัดบัญชีเงินฝาก นายประกันที่ถูกปรับมีสิทธิยื่นคำร้องขอลดค่าปรับหรือขอผ่อนชำระได้หากแสดงเหตุผลอันสมควร เช่น ได้พยายามติดตามตัวผู้ต้องหากลับมาแล้ว
หลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก จำเลยยังมีสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ได้ โดยยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นอุทธรณ์หรือหลังยื่นอุทธรณ์แล้วก็ได้ ศาลชั้นต้นจะพิจารณาเบื้องต้นก่อนส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังศาลอุทธรณ์ในกรณีที่มีปัญหาหรือเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ปัจจัยสำคัญที่พิจารณา ได้แก่ ความหนักเบาของโทษที่ศาลชั้นต้นตัดสิน พฤติการณ์ของจำเลยระหว่างการพิจารณาคดี และความเสี่ยงในการหลบหนีหลังทราบผลคำพิพากษา คดีที่มีโทษจำคุกสูงหรือเป็นความผิดร้ายแรงมักได้รับการพิจารณาที่เข้มงวดกว่าคดีทั่วไป จำเลยจึงควรเตรียมหลักประกันใหม่ที่มีมูลค่าเพียงพอและมีทนายความช่วยยื่นคำร้องพร้อมเหตุผลสนับสนุนที่ชัดเจน
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คู่ความมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังหรือวันที่ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาแล้ว หากพ้นกำหนดนี้คำพิพากษาจะถึงที่สุด เว้นแต่มีเหตุพิเศษตามมาตรา 199 ที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ เช่น จำเลยเพิ่งทราบคำพิพากษาช้ากว่าปกติ ทนายความเดิมป่วยหนักกะทันหัน หรือมีเหตุสุดวิสัยอื่นที่ทำให้ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ทันตามกำหนด การขอขยายเวลาต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นก่อนครบกำหนดเดิมหรือทันทีที่ทราบเหตุพร้อมพยานหลักฐานสนับสนุน ศาลจะใช้ดุลพินิจพิจารณาความสมเหตุสมผลของเหตุผลที่อ้าง ผู้ที่ต้องการอุทธรณ์จึงควรติดต่อทนายความทันทีที่ทราบผลคำพิพากษาเพื่อไม่ให้พลาดกำหนดเวลา
การยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องยื่นภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เช่นเดียวกับกำหนดเวลาอุทธรณ์ และหลักเกณฑ์การขอขยายเวลาตามมาตรา 199 ก็ใช้ในทำนองเดียวกัน แต่คดีฎีกามีข้อจำกัดเพิ่มเติมคือต้องเป็นคดีที่กฎหมายอนุญาตให้ฎีกาได้ เช่น คดีที่มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีอาจต้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง หรือคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในบางกรณีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเว้นแต่ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเดิมอนุญาต การเตรียมคำร้องฎีกาจึงซับซ้อนกว่าอุทธรณ์และต้องอาศัยทนายความที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการตรวจสอบเงื่อนไขการรับฎีกาก่อนยื่น
ศาลฎีกาโดยทั่วไปจะรับวินิจฉัยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย เช่น การตีความบทบัญญัติกฎหมายที่ยังไม่มีบรรทัดฐานชัดเจน การใช้ดุลพินิจของศาลล่างที่ขัดต่อหลักกฎหมายหรือคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางบรรทัดฐานไว้แล้ว หรือกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจนกระทบสิทธิของคู่ความอย่างร้ายแรง ส่วนปัญหาข้อเท็จจริงในคดีที่มีอัตราโทษไม่สูงหรือศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จะต้องได้รับการรับรองจากผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ว่าเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกาก่อนจึงจะรับพิจารณาได้ ทนายความฎีกาจึงต้องเขียนคำร้องแสดงเหตุผลทางกฎหมายให้ชัดเจนและมีน้ำหนักเพียงพอ เพื่อให้ศาลฎีกาเห็นว่าคดีมีประเด็นที่ควรวินิจฉัยจริง
การรอการลงโทษหรือรอลงอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 คือกรณีที่ศาลเห็นว่าจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนหรือเคยต้องโทษแต่เป็นความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และมีเหตุอันควรปรานี เช่น อายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา หรือสภาพความผิด ศาลอาจกำหนดโทษจำคุกไว้แต่ให้รอการลงโทษไว้ก่อนภายในระยะเวลาที่กำหนดไม่เกินห้าปี พร้อมกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติ เช่น ห้ามก่อเหตุร้ายในช่วงเวลาที่กำหนด ต้องรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามกำหนด หรือต้องทำงานบริการสังคม หากจำเลยกระทำผิดซ้ำหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขในช่วงเวลาที่รอลงอาญา ศาลมีอำนาจนำโทษที่รอไว้มาบวกกับโทษในคดีใหม่แล้วบังคับจำคุกจริงทันที
ผู้ที่ศาลสั่งคุมประพฤติต้องไปรายงานตัวต่อสำนักงานคุมประพฤติในเขตพื้นที่ตามที่ศาลกำหนดตามความถี่ที่ระบุในคำพิพากษา เช่น ทุกหนึ่งเดือนหรือทุกสามเดือน โดยพนักงานคุมประพฤติจะสอบถามความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ และพฤติกรรมระหว่างช่วงคุมความประพฤติ พร้อมบันทึกรายงานส่งศาล หากผู้ถูกคุมประพฤติมีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศในช่วงที่ต้องรายงานตัว ต้องยื่นคำร้องขอเลื่อนหรือของดรายงานตัวล่วงหน้าพร้อมเหตุผลที่สมควร การขาดายงานตัวโดยไม่มีเหตุอันสมควรอาจถูกรายงานต่อศาลว่าฝ่าฝืนเงื่อนไข ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิกถอนการรอลงอาญาได้ ผู้ถูกคุมประพฤติจึงควรบันทึกกำหนดวันนัดและปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หากจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาคดีอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจลดโทษให้ไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลง โดยพิจารณาประกอบกับพฤติการณ์อื่น เช่น การชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหาย การบรรเทาผลร้ายแห่งคดี หรือการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการติดตามพยานหลักฐานหรือผู้ร่วมกระทำผิด คดีบางประเภทที่มีระเบียบเฉพาะ เช่น คดียาเสพติด อาจมีอัตราการลดโทษที่ต่างออกไปตามกฎหมายเฉพาะ การรับสารภาพจึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องชั่งน้ำหนักร่วมกับทนายความว่าคดีมีโอกาสต่อสู้ชนะมากน้อยเพียงใด เพราะเมื่อรับสารภาพแล้วจะไม่สามารถกลับคำให้การเพื่อต่อสู้คดีในประเด็นข้อเท็จจริงได้อีกในภายหลัง
ทนายขอแรงคือทนายความที่ศาลแต่งตั้งให้แก่จำเลยที่ไม่มีทนายความในคดีที่กฎหมายกำหนดว่าจำเลยต้องมีทนายความ เช่น คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไป รวมถึงคดีที่จำเลยเป็นเด็กหรือเยาวชนตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก หากจำเลยไม่มีทนายความในคดีดังกล่าว ศาลมีหน้าที่ต้องแต่งตั้งทนายขอแรงให้โดยไม่คิดค่าตอบแทนจากจำเลย ทนายขอแรงมีหน้าที่และความรับผิดชอบเช่นเดียวกับทนายที่จำเลยแต่งตั้งเอง คือต้องซักถามพยาน ยื่นคำให้การ และดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อประโยชน์ของจำเลยอย่างเต็มที่ แม้จำเลยจะไม่ได้เป็นผู้เลือกทนายความเองก็ตาม
กองทุนยุติธรรมเป็นกลไกของกระทรวงยุติธรรมที่ให้ความช่วยเหลือด้านหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีแก่ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ไม่มีทรัพย์สินหรือญาติที่จะใช้เป็นหลักประกันสามารถยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดหรือสำนักงานกองทุนยุติธรรมส่วนกลาง โดยต้องแสดงหลักฐานฐานะการเงินและรายละเอียดคดีประกอบการพิจารณา หากได้รับอนุมัติ กองทุนจะออกหนังสือค้ำประกันหรือวางเงินสดแทนหลักทรัพย์ส่วนตัว นอกจากนี้กองทุนยังอาจช่วยสนับสนุนค่าจ้างทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นในการต่อสู้คดีอาญาสำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ตามระเบียบของกองทุน
ผู้ต้องหาหรือจำเลยชาวต่างชาติมีสิทธิพื้นฐานเช่นเดียวกับผู้ต้องหาไทย รวมถึงสิทธิได้รับการปล่อยชั่วคราว สิทธิมีทนายความ และสิทธิได้รับล่ามแปลภาษาตลอดกระบวนพิจารณาหากไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติศาลมักพิจารณาความเสี่ยงในการหลบหนีออกนอกประเทศเป็นปัจจัยสำคัญ จึงอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ยึดหนังสือเดินทางไว้ชั่วคราว ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หรือเรียกหลักประกันในวงเงินที่สูงกว่าคดีลักษณะเดียวกันของผู้ต้องหาไทย ผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่ถูกดำเนินคดีควรติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลของตนเพื่อขอความช่วยเหลือด้านข้อมูลและการติดตามสวัสดิภาพ พร้อมทั้งว่าจ้างทนายความไทยที่สื่อสารภาษาอังกฤษหรือภาษาของตนได้เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนอย่างถูกต้อง
เงินสดที่วางเป็นหลักประกันจะได้รับคืนเมื่อคดีถึงที่สุดไม่ว่าผลจะเป็นยกฟ้องหรือลงโทษ โดยผู้ต้องหาหรือจำเลยปฏิบัติตามสัญญาประกันมาโดยตลอด เช่น มาศาลตามนัดทุกครั้งจนกระทั่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือมีคำสั่งให้ปล่อยตัวไปในกรณีอื่น ผู้วางประกันหรือทายาทสามารถยื่นคำร้องขอรับเงินคืนต่อศาลพร้อมนำหลักฐานใบเสร็จหรือหนังสือสัญญาประกันมาแสดง ระยะเวลาดำเนินการคืนเงินขึ้นอยู่กับระเบียบการเงินของแต่ละศาล โดยทั่วไปใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์หลังยื่นคำร้อง หากมีการปรับนายประกันเนื่องจากผิดสัญญาประกัน ศาลจะหักเงินค่าปรับออกจากเงินที่วางไว้ก่อนคืนส่วนที่เหลือ
ผู้ต้องหาที่ทราบว่าตนถูกออกหมายจับหรือมีชื่อในสำนวนคดีสามารถเลือกเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนด้วยตนเองแทนการรอถูกจับกุม ซึ่งมักส่งผลดีต่อการพิจารณาปล่อยชั่วคราว เพราะแสดงให้เห็นว่าไม่มีเจตนาหลบหนีและให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม พนักงานสอบสวนมักมีทัศนคติที่ผ่อนปรนกว่าต่อผู้ที่เข้ามอบตัวเอง และศาลก็มักนำพฤติการณ์นี้มาประกอบดุลพินิจในการให้ประกันตัวหรือแม้แต่การลดโทษในภายหลัง ผู้ที่ต้องการเข้ามอบตัวควรปรึกษาทนายความล่วงหน้าเพื่อเตรียมเอกสารและหลักประกันให้พร้อม เพื่อให้สามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวได้ทันทีในวันที่เข้ามอบตัว ลดระยะเวลาที่ต้องถูกควบคุมตัวโดยไม่จำเป็น
ศาลพิจารณาความเสี่ยงในการหลบหนีจากหลายปัจจัยประกอบกัน ได้แก่ อัตราโทษของความผิดที่ถูกกล่าวหา ยิ่งโทษสูงยิ่งมีแรงจูงใจในการหลบหนีมากขึ้น ที่อยู่และอาชีพที่มั่นคงของผู้ต้องหา ประวัติการมาศาลตามนัดในคดีก่อนหน้าหากมี ความสัมพันธ์ทางครอบครัวและภาระที่ต้องรับผิดชอบในประเทศ สัญชาติและเอกสารเดินทางที่อาจเอื้อให้เดินทางออกนอกประเทศได้ง่าย และพฤติการณ์ระหว่างการสอบสวนว่าให้ความร่วมมือหรือพยายามขัดขวางกระบวนการเพียงใด ทนายความสามารถช่วยรวบรวมหลักฐานเพื่อหักล้างข้อกังวลเหล่านี้ เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนบ้าน หรือหนังสือรับรองจากนายจ้างว่าผู้ต้องหามีภาระต้องดูแลครอบครัวและไม่มีเจตนาหลบหนี
ศาลแต่ละแห่งมักมีบัญชีอัตราวงเงินประกันโดยประมาณตามฐานความผิด เช่น ความผิดเล็กน้อยอาจกำหนดวงเงินหลักหมื่นบาท ขณะที่ความผิดร้ายแรง เช่น ยาเสพติดหรือฉ้อโกงมูลค่าสูง อาจกำหนดวงเงินหลักแสนถึงหลักล้านบาท อย่างไรก็ตามวงเงินดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ศาลยังคงมีดุลพินิจปรับเพิ่มหรือลดตามพฤติการณ์เฉพาะของแต่ละคดี ผู้ต้องหาหรือทนายความสามารถยื่นคำร้องขอให้พิจารณาลดวงเงินประกันได้หากแสดงเหตุผลอันสมควร เช่น มีฐานะทางการเงินจำกัดหรือมีหลักประกันเพียงบางส่วน ศาลอาจพิจารณาผ่อนปรนโดยกำหนดเงื่อนไขอื่นทดแทน เช่น การรายงานตัวถี่ขึ้นแทนการเรียกหลักประกันในวงเงินสูง
เด็กหรือเยาวชนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาจะถูกดำเนินคดีในศาลเยาวชนและครอบครัวโดยมีขั้นตอนพิเศษ เช่น ต้องมีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ร่วมสอบปากคำ และผู้ปกครองมีสิทธิเข้าร่วมกระบวนการตลอดเวลา แทนที่จะใช้คำว่าปล่อยชั่วคราวเหมือนผู้ใหญ่ กฎหมายเยาวชนมักใช้แนวทางส่งตัวเด็กไปอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองหรือสถานพินิจแทนการควบคุมตัวในเรือนจำ โดยศาลจะพิจารณาว่าการปล่อยตัวไปอยู่ในความดูแลของบิดามารดาหรือผู้ปกครองจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขฟื้นฟูเด็กมากกว่าการควบคุมตัวหรือไม่ หลักประกันที่เรียกจึงมักต่ำกว่าคดีผู้ใหญ่มากหรือไม่มีการเรียกหลักประกันเลยหากผู้ปกครองยืนยันดูแลอย่างใกล้ชิด
เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ไม่ว่าจะเป็นอัยการที่เห็นว่าโทษเบาเกินไปหรือจำเลยที่เห็นว่าโทษหนักเกินไป จำเลยยังคงมีสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้เช่นเดิม เพราะสิทธิขอปล่อยชั่วคราวเป็นสิทธิของจำเลยที่แยกต่างหากจากประเด็นว่าใครเป็นผู้อุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม การที่อัยการอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษอาจถูกศาลนำมาพิจารณาประกอบความเสี่ยงในการหลบหนีที่สูงขึ้น เนื่องจากจำเลยอาจเผชิญโทษที่หนักกว่าเดิมหากศาลอุทธรณ์เห็นด้วยกับอัยการ ทนายความจึงควรเตรียมข้อมูลเพื่อสร้างความมั่นใจให้ศาลว่าจำเลยจะไม่หลบหนีแม้มีความเสี่ยงเรื่องโทษที่อาจเพิ่มขึ้น เช่น หลักประกันมูลค่าสูงขึ้นหรือเงื่อนไขการรายงานตัวที่เข้มงวดขึ้น
สิ่งที่ควรเตรียมล่วงหน้า ได้แก่ บัตรประชาชนของผู้ต้องหาหรือจำเลยและของผู้ยื่นขอประกัน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่ตัวผู้ต้องหาเอง หลักฐานแสดงมูลค่าหลักประกัน เช่น โฉนดที่ดินคู่กับหนังสือรับรองราคาประเมินจากหน่วยงานที่ดิน หรือกรมธรรม์ประกันอิสรภาพจากบริษัทประกันภัย ทั้งนี้ยังควรมีเอกสารเสริมที่ช่วยให้ศาลเห็นว่าผู้ต้องหามีความเสี่ยงต่ำที่จะหลบหนี เช่น หนังสือรับรองการทำงานหรือใบทะเบียนพาณิชย์ หนังสือรับรองความประพฤติจากผู้นำชุมชนหรือนายจ้าง และสำเนาบัตรประชาชนของบุคคลที่ยืนยันถิ่นที่อยู่ที่แน่นอนของผู้ต้องหา การจัดเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้ครบถ้วนก่อนล่วงหน้าจะช่วยให้ศาลพิจารณาคำร้องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดระยะเวลาฝากขังผู้ต้องหาไว้ตามความหนักเบาของอัตราโทษ โดยความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนควบคุมตัวได้ไม่เกินเจ็ดวัน อัตราโทษจำคุกเกินหกเดือนถึงสิบปีฝากขังได้ครั้งละไม่เกินสิบสองวันรวมกันไม่เกินสี่สิบแปดวัน ส่วนความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกเกินสิบปีขึ้นไปฝากขังได้ครั้งละไม่เกินสิบสองวันรวมกันไม่เกินแปดสิบสี่วัน หากพนักงานอัยการยังไม่สามารถสรุปสำนวนสั่งฟ้องได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาไปเว้นแต่จะมีการขอผัดฟ้องหรือขยายเวลาต่อศาลตามเหตุผลที่กฎหมายรับรอง ผู้ต้องหาและทนายความจึงควรติดตามกำหนดเวลาฝากขังอย่างใกล้ชิดเพื่อใช้สิทธิคัดค้านหรือขอปล่อยตัวเมื่อครบกำหนด
โดยหลักทั่วไป การอุทธรณ์คดีอาญาในส่วนโทษทางอาญาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลเหมือนคดีแพ่ง เนื่องจากรัฐเป็นผู้ดำเนินคดีอาญาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยตรง แต่หากคดีอาญานั้นมีการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งควบคู่กันไปด้วย เช่น การฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำผิด การอุทธรณ์ในส่วนคดีแพ่งนั้นอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง ผู้อุทธรณ์จึงควรตรวจสอบกับทนายความว่าคดีของตนมีส่วนที่เป็นคดีแพ่งแฝงอยู่หรือไม่เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายที่แท้จริง นอกจากนี้แม้ไม่มีค่าธรรมเนียมศาล ผู้อุทธรณ์ยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าทนายความและค่าคัดถ่ายเอกสารสำนวนคดี
หากอัยการหรือพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวโดยอ้างเหตุว่าผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือข่มขู่พยาน ศาลจะพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อกล่าวอ้างนั้นประกอบกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ต้องหากับพยานหรือผู้เสียหาย เช่น เป็นเพื่อนร่วมงาน ญาติ หรือคนในพื้นที่เดียวกัน หากศาลเห็นว่ามีความเสี่ยงจริง อาจไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเลย หรืออนุญาตแต่กำหนดเงื่อนไขเข้มงวด เช่น ห้ามเข้าใกล้พยานหรือผู้เสียหายในระยะที่กำหนด ห้ามติดต่อสื่อสารไม่ว่าโดยทางใด และต้องรายงานตัวถี่ขึ้น ทนายความสามารถช่วยลดความกังวลนี้ได้โดยเสนอเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้นเองล่วงหน้า เช่น ยินยอมให้ติดกำไลอีเอ็มหรือยินยอมพักอาศัยนอกพื้นที่ที่พยานอยู่ชั่วคราว
สามารถเปลี่ยนนายประกันหรือหลักประกันระหว่างคดียังดำเนินอยู่ได้ เช่น กรณีนายประกันเดิมต้องการถอนตัวเนื่องจากมีเหตุจำเป็นส่วนตัว หรือผู้ต้องหาต้องการเปลี่ยนจากหลักทรัพย์ที่ดินเป็นเงินสดเพื่อความสะดวก โดยต้องยื่นคำร้องต่อศาลหรือหน่วยงานที่ถือสำนวนอยู่ในขณะนั้นพร้อมเอกสารหลักประกันใหม่ที่มีมูลค่าเพียงพอเทียบเท่าหรือมากกว่าเดิม ศาลจะตรวจสอบเอกสารหลักประกันใหม่และประเมินความน่าเชื่อถือก่อนอนุมัติเปลี่ยนตัวนายประกัน ระหว่างการพิจารณาคำร้องผู้ต้องหายังคงได้รับการปล่อยชั่วคราวต่อไปตามสัญญาประกันเดิมจนกว่าศาลจะมีคำสั่งอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ นายประกันเดิมจะได้รับหลักประกันคืนก็ต่อเมื่อการเปลี่ยนตัวเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น
หากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง จำเลยที่ถูกควบคุมตัวอยู่จะต้องได้รับการปล่อยตัวทันทีในห้องพิจารณาคดีไม่ว่าจะเคยได้รับการประกันตัวมาก่อนหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่มีคดีอื่นที่ยังต้องถูกควบคุมตัวอยู่ ส่วนพนักงานอัยการยังคงมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษายกฟ้องได้ภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือนเช่นเดียวกับคดีทั่วไป หากอัยการยื่นอุทธรณ์ จำเลยที่ได้รับการปล่อยตัวไปแล้วจะไม่ถูกจับกุมกลับมาควบคุมตัวใหม่ในทันที แต่จะดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไปโดยจำเลยยังคงมีอิสระตามปกติ เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะกลับคำพิพากษาเป็นลงโทษและมีคำสั่งควบคุมตัวใหม่ในภายหลัง จำเลยที่เผชิญสถานการณ์นี้ควรติดตามความคืบหน้าของคดีในชั้นอุทธรณ์อย่างสม่ำเสมอผ่านทนายความ
การประกันตัวหรือการปล่อยชั่วคราวเกิดขึ้นในระหว่างกระบวนพิจารณาคดีก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับอิสรภาพระหว่างรอผลคดีโดยมีเงื่อนไขว่าต้องมาศาลตามนัด ส่วนการพักการลงโทษหรือพักโทษเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นหลังจากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดและผู้ต้องขังรับโทษจำคุกไปแล้วบางส่วนตามเงื่อนไขที่กรมราชทัณฑ์กำหนด เช่น มีความประพฤติดีระหว่างต้องขัง โดยคณะกรรมการพักการลงโทษเป็นผู้พิจารณาอนุมัติแทนศาล ทั้งสองกระบวนการจึงมีหน่วยงานที่รับผิดชอบและช่วงเวลาที่ใช้ต่างกันโดยสิ้นเชิง ผู้ต้องขังหรือญาติที่สนใจเรื่องพักโทษควรติดต่อเรือนจำที่ควบคุมตัวอยู่โดยตรงเพื่อสอบถามเงื่อนไขและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ขอประกันตัวในชั้นตำรวจทำได้อย่างไร
- ขอประกันตัวในชั้นอัยการต่างจากชั้นตำรวจอย่างไร
- ขอประกันตัวในชั้นศาลต้องยื่นอย่างไร
- หลักประกันที่ใช้ขอปล่อยชั่วคราวมีประเภทใดบ้าง
- การใช้นายประกันอาชีพมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
- ศาลกำหนดเงื่อนไขปล่อยชั่วคราวและกำไลอีเอ็มในกรณีใด
- ถูกถอนประกันและริบหลักประกันเกิดขึ้นเมื่อใด
- ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ทำได้หรือไม่
- กำหนดเวลายื่นอุทธรณ์คือเท่าใดและขอขยายได้หรือไม่
- กำหนดเวลายื่นฎีกาคือเท่าใดและขอขยายได้หรือไม่
- เหตุใดศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยฎีกาในคดีอาญา
- การรอลงอาญาคืออะไรและมีเงื่อนไขอย่างไร
- การรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติต้องทำอย่างไร
- การรับสารภาพช่วยลดโทษได้เท่าใด
- ทนายขอแรงคืออะไรและขอได้ในกรณีใด
- กองทุนยุติธรรมช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ไม่มีเงินได้อย่างไร
- ผู้ต้องหาชาวต่างชาติมีสิทธิและข้อจำกัดพิเศษอย่างไร
- เงินสดที่วางประกันได้คืนเมื่อใด
- การเข้ามอบตัวเองต่อพนักงานสอบสวนมีผลต่างจากถูกจับกุมอย่างไร
- ศาลประเมินความเสี่ยงในการหลบหนีจากปัจจัยใดบ้าง
- วงเงินประกันตัวกำหนดอย่างไรและต่อรองได้หรือไม่
- เด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญามีขั้นตอนปล่อยตัวต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร
- หากทั้งอัยการและจำเลยต่างอุทธรณ์ จะขอปล่อยชั่วคราวได้หรือไม่
- เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับยื่นคำร้องขอประกันตัวมีอะไรบ้าง
- ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวก่อนฟ้องได้นานเท่าใด
- การยื่นอุทธรณ์คดีอาญาต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือไม่
- ข้อกล่าวหาว่าจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานส่งผลต่อการประกันตัวอย่างไร
- เปลี่ยนนายประกันระหว่างคดียังดำเนินอยู่ทำได้หรือไม่
- หากศาลชั้นต้นยกฟ้อง อัยการยังอุทธรณ์ได้หรือไม่ และจำเลยต้องถูกควบคุมตัวต่อหรือไม่
- การประกันตัวกับการพักโทษต่างกันอย่างไร
หัวข้ออื่น