FAQ
รับรองเอกสารเพื่อใช้ในจีน ฮ่องกง และไต้หวัน
คำถามของผู้ที่ต้องส่งเอกสารไทยไปใช้กับคู่ค้า โรงเรียน หรือหน่วยงานในจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ว่าสายทางรับรองต่างกันตรงไหน ต้องแปลเป็นภาษาใด ลำดับขั้นใดมาก่อนหลัง และจุดที่ปลายทางปฏิเสธเอกสารบ่อยที่สุด
10 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
สายทางของจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวันต่างกันอย่างไร
จีนแผ่นดินใหญ่ใช้สายรับรองตามลำดับ คือรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตจีน ฮ่องกงเข้าร่วมระบบอนุสัญญาจึงมักรับเอกสารที่ผ่านการรับรองแบบ apostille ส่วนไต้หวันใช้การรับรองที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ทั้งสามสายเริ่มที่จุดเดียวกันคือคำแ
จีนแผ่นดินใหญ่ใช้สายรับรองตามลำดับ คือรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตจีน ฮ่องกงเข้าร่วมระบบอนุสัญญาจึงมักรับเอกสารที่ผ่านการรับรองแบบ apostille ส่วนไต้หวันใช้การรับรองที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ทั้งสามสายเริ่มที่จุดเดียวกันคือคำแปลที่ถูกต้องและเอกสารต้นทางที่ออกใหม่
ขึ้นกับผู้รับปลายทาง หน่วยงานรัฐและศาลในจีนแผ่นดินใหญ่มักขอคำแปลภาษาจีนตัวย่อ ธนาคารและคู่ค้าจำนวนมากรับภาษาอังกฤษได้ ฮ่องกงรับอังกฤษเป็นปกติ ไต้หวันมักขอจีนตัวเต็ม วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับก่อนเริ่มแปล เพราะการแปลผิดภาษาทำให้ต้องเริ่มสายรับรองใหม่ทั้งชุด
หนังสือรับรองบริษัท ทะเบียนบ้าน และหนังสือรับรองความเป็นโสด ส่วนมากปลายทางขอฉบับที่ออกภายในสามถึงหกเดือน ใบปริญญาและใบเกิดใช้ฉบับเดิมได้เพราะข้อเท็จจริงไม่เปลี่ยน แต่ถ้าเอกสารเก่ามากและพิมพ์ด้วยระบบเดิม บางหน่วยงานขอให้ขอคัดสำเนาใหม่จากผู้ออกเพื่อให้ตรวจลายมือชื่อได้
ขอเอกสารต้นทางฉบับใหม่ ตรวจการสะกดชื่อให้ตรงหนังสือเดินทาง จัดทำคำแปล ยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วจึงนำชุดที่ได้ไปรับรองที่สถานทูตหรือสำนักงานปลายทาง การสลับขั้นทำให้ถูกตีกลับทุกครั้ง เพราะแต่ละขั้นรับรองเฉพาะลายมือชื่อของขั้นก่อนหน้าเท่านั้น
แก้ที่ต้นทางก่อนเสมอ ถ้าทะเบียนราษฎรสะกดอย่างหนึ่งและหนังสือเดินทางสะกดอีกอย่าง ให้ขอเอกสารยืนยันจากนายทะเบียนว่าทั้งสองชื่อหมายถึงคนเดียว แล้วแนบไปกับชุดเอกสาร การแก้ในคำแปลเพียงฝ่ายเดียวเป็นเหตุให้ปลายทางสงสัยและปฏิเสธ ชื่อบริษัทที่มีคำภาษาอังกฤษต้องใช้ตัวสะกดตามที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น
ใช้เมื่อเอกสารเป็นของเอกชนที่ไม่มีหน่วยงานรัฐออกให้ เช่น หนังสือมอบอำนาจ หนังสือยินยอม สัญญาซื้อขายระหว่างบริษัท หรือคำรับรองของกรรมการ ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อจะรับรองว่าผู้ลงนามลงลายมือชื่อต่อหน้าจริง จากนั้นชุดเอกสารจึงเดินตามสายรับรองต่อไปได้เหมือนเอกสารราชการ
ที่พบบ่อยคือหนังสือรับรองบริษัท สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด หนังสือจัดตั้งบริษัท งบการเงินปีล่าสุด หนังสือมอบอำนาจให้ผู้แทนเจรจา และมติที่ประชุมกรรมการที่อนุมัติรายการนั้น คู่ค้าฝ่ายจีนมักขอให้ทุกฉบับอยู่ในชุดเดียวกัน ลงวันที่ใกล้กัน และผ่านสายรับรองเดียวกันทั้งหมด
โดยประมาณ คำแปลและตรวจทานสองถึงสามวันทำการ รับรองที่กรมการกงสุลแบบปกติประมาณสามวันทำการและแบบด่วนภายในวันเดียวในบางกรณี ขั้นสถานทูตหรือสำนักงานปลายทางประมาณสี่ถึงสิบวันทำการตามคิว รวมทั้งสายมักอยู่ที่หนึ่งถึงสองสัปดาห์ครึ่ง หากเอกสารต้นทางต้องขอใหม่ให้เพิ่มเวลาส่วนนั้นเข้าไป
อันดับแรกคือคำแปลไม่ครบทุกส่วน เช่น ไม่แปลตราประทับ เชิงอรรถ หรือข้อความที่พิมพ์ด้านหลัง อันดับต่อมาคือเอกสารต้นทางเกินอายุที่ผู้รับกำหนด ถัดมาคือชุดเอกสารถูกแยกหน้าหรือแกะเย็บออกภายหลัง และสุดท้ายคือชื่อหน่วยงานปลายทางในหนังสือมอบอำนาจระบุไม่ตรงกับหน่วยงานที่ยื่นจริง
ภาพสแกนชัดของเอกสารต้นทางทุกหน้ารวมด้านหลัง สำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของผู้ลงนาม ข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับปลายทางว่าขอภาษาใดและขั้นรับรองใด และกำหนดวันที่ต้องใช้เอกสาร จากข้อมูลชุดนี้เราจะแจ้งลำดับขั้น เอกสารที่ยังขาด และกรอบเวลาโดยประมาณให้ก่อนเริ่มดำเนินการ
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- สายทางของจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวันต่างกันอย่างไร
- ต้องแปลเป็นจีนหรืออังกฤษ
- เอกสารต้นทางต้องออกใหม่แค่ไหน
- ลำดับขั้นที่ถูกต้องคืออะไร
- ชื่อสะกดไม่ตรงกันระหว่างเอกสารจะแก้อย่างไร
- ทนายความรับรองลายมือชื่อเข้ามาเกี่ยวตอนไหน
- ชุดเอกสารบริษัทที่ส่งไปจีนมีอะไรบ้าง
- กรอบเวลาทั้งสายโดยประมาณเท่าใด
- เหตุที่ปลายทางปฏิเสธเอกสารบ่อยที่สุดคืออะไร
- ต้องส่งอะไรมาให้เราเพื่อเริ่มงาน
หัวข้ออื่น