FAQ
ถูกพิจารณาไปฝ่ายเดียวหรือเพิ่งรู้ว่ามีคำพิพากษา ทำอะไรได้ และต้องรีบแค่ไหน
หลายคนทราบว่าตนมีคดีก็เมื่อได้รับหมายบังคับคดีหรือเห็นบัญชีถูกอายัด ชุดคำถามนี้อธิบายว่าการพิจารณาไปฝ่ายเดียวเกิดขึ้นได้อย่างไร ช่องทางขอให้พิจารณาคดีใหม่ ข้อที่ต้องกล่าวในคำร้อง กรอบเวลาที่แคบมาก และสิ่งที่ควรทำทันทีเพื่อชะลอผลกระทบระหว่างยื่นคำร้อง
10 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
ทำไมคดีเดินไปได้โดยที่เราไม่รู้ตัว
เพราะการส่งหมายทำที่ภูมิลำเนาตามทะเบียนหรือสำนักงานตามทะเบียน หากย้ายออกโดยไม่ได้แจ้งเปลี่ยนแปลง เอกสารก็ยังถือว่าส่งโดยชอบได้ และในบางกรณีมีการปิดหมายไว้ที่หน้าบ้านซึ่งอาจไม่มีใครเห็น ผลคือคดีเดินต่อไปจนจบชั้นต้น
เพราะการส่งหมายทำที่ภูมิลำเนาตามทะเบียนหรือสำนักงานตามทะเบียน หากย้ายออกโดยไม่ได้แจ้งเปลี่ยนแปลง เอกสารก็ยังถือว่าส่งโดยชอบได้ และในบางกรณีมีการปิดหมายไว้ที่หน้าบ้านซึ่งอาจไม่มีใครเห็น ผลคือคดีเดินต่อไปจนจบชั้นต้น
จดวันที่ได้รับไว้เป็นหลักฐาน ถ่ายเอกสารทุกแผ่นรวมซองจ่าหน้า แล้วให้ทนายคัดสำนวนจากศาลทันทีเพื่อดูว่าส่งหมายอย่างไรและมีคำสั่งใดบ้าง วันที่ได้รับคือจุดเริ่มนับกรอบเวลาที่เหลือ การรอสองสามสัปดาห์มักปิดทางเลือกที่ดีที่สุดไปแล้ว
สองเรื่องคู่กัน คือเหตุที่ไม่ได้มาศาลนั้นมิใช่เพราะจงใจหรือละเลย และหากได้พิจารณาใหม่แล้วผลอาจเปลี่ยน โดยต้องแสดงข้อต่อสู้ที่มีน้ำหนักพอสมควร คำร้องที่บอกเพียงว่าไม่ทราบเรื่องแต่ไม่แสดงข้อต่อสู้ใด มักไม่พอ
หลักฐานที่ใช้ได้จริงคือทะเบียนบ้านหรือสัญญาเช่าที่แสดงว่าอยู่ที่อื่นในช่วงนั้น บันทึกการเดินทางหรือเอกสารเข้าออกประเทศ ใบรับรองแพทย์ที่ตรงวันนัด และเอกสารของนายจ้างในกรณีถูกส่งไปทำงานต่างจังหวัด ยิ่งเชื่อมกับวันที่ในสำนวนได้ตรงยิ่งดี
กรอบเวลานี้สั้นและนับจากวันที่ทราบคำพิพากษาหรือวันที่การบังคับคดีเริ่มกระทบสิทธิ ขึ้นอยู่กับรูปคดี จึงต้องคิดเป็นวันไม่ใช่เป็นเดือน เมื่อรับเอกสารมาแล้วเราจะคำนวณวันสุดท้ายให้ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงลงมือเขียนคำร้อง
ไม่หยุดเอง ต้องขอคุ้มครองหรือขอให้งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวเป็นคำขอแยก และบ่อยครั้งศาลพิจารณาว่าจะให้วางหลักประกันหรือไม่ หากไม่ยื่นส่วนนี้ ทรัพย์อาจถูกขายทอดตลาดไปก่อนที่คำร้องหลักจะได้รับการพิจารณา
ต้องแยกให้เห็นว่าเงินในบัญชีเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาจริงหรือไม่ เงินเดือน เงินสวัสดิการบางประเภท และเงินของบุคคลอื่นที่ปนอยู่มีเหตุคัดค้านได้ ควรเตรียมสเตทเมนต์ย้อนหลังที่แสดงแหล่งที่มาของเงินแต่ละรายการก่อนยื่นคำร้อง
ผู้ที่เป็นเจ้าของตัวจริงมีสิทธิร้องขัดทรัพย์ต่อศาล โดยต้องแนบหลักฐานความเป็นเจ้าของที่ทำไว้ก่อนคดี เช่น ใบเสร็จ สัญญาซื้อ เอกสารทะเบียน หรือหลักฐานการชำระเงินจากบัญชีตนเอง เอกสารที่ทำขึ้นหลังการยึดมักไม่ช่วย และอาจสร้างปัญหาเพิ่ม
ถ้าไม่เคยมีโอกาสนำพยานเข้าสู่สำนวนเลย การขอพิจารณาใหม่มักตรงกับปัญหามากกว่า เพราะเป้าหมายคือให้ได้ต่อสู้ในเนื้อหา ส่วนการอุทธรณ์เหมาะเมื่อข้อเท็จจริงเข้าสำนวนครบแล้วแต่เห็นว่าการปรับใช้กฎหมายคลาดเคลื่อน บางกรณีต้องเตรียมทั้งสองทางไว้พร้อมกัน
ทำให้ที่อยู่ตามทะเบียนตรงกับที่อยู่จริงเสมอ ทั้งของบุคคลและของบริษัท มอบให้มีผู้รับเอกสารประจำที่สำนักงาน ตรวจกล่องจดหมายเป็นกิจวัตร และเก็บซองราชการทุกฉบับไว้พร้อมวันที่รับ ธุรกิจที่ย้ายที่ตั้งบ่อยควรใช้ที่อยู่รับเอกสารที่คงที่
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ทำไมคดีเดินไปได้โดยที่เราไม่รู้ตัว
- เพิ่งได้รับเอกสารบังคับคดี สิ่งแรกที่ต้องทำคืออะไร
- คำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ต้องกล่าวเรื่องอะไร
- จะพิสูจน์ว่าไม่ได้จงใจขาดนัดด้วยอะไร
- มีเวลานานเท่าไรในการยื่น
- ยื่นคำร้องแล้วการบังคับคดีหยุดเองหรือไม่
- บัญชีถูกอายัดแล้วจะปลดได้อย่างไร
- ทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นของคนอื่น เจ้าของทำอะไรได้
- ควรอุทธรณ์หรือขอให้พิจารณาคดีใหม่
- ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำต้องทำอะไร
หัวข้ออื่น