FAQ
ข้อพิพาทเช่าซื้อรถและการถูกยึดรถ
ผู้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากเจอปัญหาเมื่อผ่อนไม่ทัน ถูกติดตามทวงถามด้วยวิธีที่กดดัน ถูกนำรถออกไปจากที่จอดโดยไม่ทราบล่วงหน้า หรือได้รับหนังสือเรียกเก็บส่วนต่างหลังรถถูกนำไปขายทอด หัวข้อนี้อธิบายสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อ ขั้นตอนที่ผู้ให้เช่าซื้อต้องทำก่อนบอกเลิกสัญญา วิธีตรวจยอดส่วนต่างว่าคำนวณถูกหรือไม่ และทางเลือกเมื่อได้รับหมายศาล เพื่อให้ผู้เช่าซื้อตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้องแทนการเงียบหายจนแพ้คดีโดยไม่ได้ต่อสู้
ในการเช่าซื้อ กรรมสิทธิ์ในรถยังอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อจนกว่าจะชำระครบตามสัญญา ผู้เช่าซื้อได้สิทธิครอบครองและใช้รถ พร้อมข้อผูกพันว่าจะชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวด ส่วนการกู้เงินมาซื้อรถนั้นรถเป็นของผู้กู้ตั้งแต่ต้น โดยอาจมีการจำนำทะเบียนหรือหลักประกันอื่นแยกไว้ ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะกำหนดว่าฝ่ายใดมีสิทธิเอารถคืนได้เมื่อผิดนัด และกำหนดวิธีคิดยอดหนี้ที่เหลือหลังรถกลับไปอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อ ควรอ่านหัวกระดาษของสัญญาให้ชัดว่าเป็นแบบใดก่อนวางแผนต่อสู้
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- สัญญาเช่าซื้อรถต่างจากการกู้ซื้อรถอย่างไร
- ผ่อนไม่ทันหนึ่งงวดจะถูกยึดรถทันทีหรือไม่
- การนำรถออกไปจากบ้านโดยไม่แจ้งทำได้หรือไม่
- คืนรถเองแล้วหนี้จบหรือยัง
- รถถูกขายในราคาต่ำมาก โต้แย้งได้หรือไม่
- ยอดส่วนต่างที่เรียกมา ควรตรวจอะไรบ้าง
- ผู้ค้ำประกันเช่าซื้อรถรับผิดเพียงใด
- การทวงถามแบบกดดันเกินไป ร้องเรียนได้ไหม
- รถหายหรือเสียหายทั้งคันขณะยังผ่อนอยู่ ต้องทำอย่างไร
- ได้รับหมายศาลจากไฟแนนซ์ ควรทำอะไรก่อน
- เจรจาประนีประนอมควรระบุอะไรในข้อตกลง
- ประวัติในระบบข้อมูลเครดิตจะติดไปนานเท่าไร
- ธุรกิจที่เช่าซื้อรถหลายคันควรวางระบบอย่างไร
- มาปรึกษาเรื่องนี้ควรเตรียมเอกสารอะไร
หัวข้ออื่น