FAQ
บัญชีและภาษีธุรกิจโรงแรม ที่พัก และห้องเช่า แยกค่าเช่ากับค่าบริการให้ถูกต้อง
อธิบายจุดที่ธุรกิจที่พักมักผิด ตั้งแต่การแยกค่าเช่ากับค่าบริการซึ่งเสียภาษีต่างกัน การจัดการรายได้จากแพลตฟอร์มจองต่างประเทศ ค่าน้ำค่าไฟที่เรียกเก็บจากผู้เช่า จนถึงเอกสารที่ต้องมีต่อใบอนุญาตและภาษีท้องถิ่น
14 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
ค่าเช่ากับค่าบริการต่างกันทางภาษีอย่างไร
ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นรายการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราของค่าเช่า ส่วนค่าบริการ เช่น ทำความสะอาด รักษาความปลอดภัย อินเทอร์เน็ต และอาหารเช้า เป็นบริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและใช้อัตราหักอีกอัตราหนึ่ง การเขียนสัญญาให้แยกสองส่วนอย่างสมเหตุ
ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นรายการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราของค่าเช่า ส่วนค่าบริการ เช่น ทำความสะอาด รักษาความปลอดภัย อินเทอร์เน็ต และอาหารเช้า เป็นบริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและใช้อัตราหักอีกอัตราหนึ่ง การเขียนสัญญาให้แยกสองส่วนอย่างสมเหตุสมผลจึงสำคัญกว่าการตั้งชื่อสัญญา
ให้อ้างต้นทุนจริงของบริการที่ให้ เช่น ค่าจ้างแม่บ้าน ค่ายามและค่าอินเทอร์เน็ตต่อห้องต่อเดือน แล้วบวกส่วนกำไรตามที่ตกลง สัดส่วนที่ตั้งจากเหตุผลด้านต้นทุนอธิบายได้เมื่อถูกสอบถาม ต่างจากการกำหนดตัวเลขกลม ๆ ที่ทำให้ค่าบริการสูงกว่าที่บริการนั้นควรมีมูลค่า ซึ่งเป็นจุดที่ถูกปรับปรุงย้อนหลังบ่อย
ไม่เหมือนกัน การให้ที่พักแบบโรงแรมถือเป็นการให้บริการทั้งจำนวนและอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายได้ถึงเกณฑ์ ขณะที่การเช่าที่อยู่อาศัยรายเดือนโดยไม่มีบริการโรงแรมเป็นค่าเช่า อีกทั้งการรับผู้เข้าพักรายวันยังเข้าข่ายกฎหมายเกี่ยวกับที่พักซึ่งต้องมีใบอนุญาตและการแจ้งผู้เข้าพักตามที่กำหนด
ต้องดูทั้งปริมาณห้องที่เปิดให้เข้าพัก ผู้เข้าพักที่รับได้ และรูปแบบการให้บริการว่าคิดเป็นรายวันหรือรายเดือน กิจการขนาดเล็กบางรูปแบบเข้าข่ายข้อยกเว้นแต่ยังต้องแจ้งต่อหน่วยงานในพื้นที่ ทางที่ปลอดภัยคือสอบถามที่ท้องถิ่นก่อนเปิดรับผู้เข้าพัก เพราะการเปิดก่อนแล้วแก้ทีหลังกระทบทั้งใบอนุญาตและการโฆษณาบนแพลตฟอร์ม
ให้ลงรายได้ตามยอดเต็มที่ผู้เข้าพักชำระ และตั้งค่าคอมมิชชันของแพลตฟอร์มไว้เป็นรายจ่ายอีกบรรทัดหนึ่ง ไม่บันทึกเฉพาะยอดสุทธิที่โอนเข้าบัญชี เพราะยอดสุทธิทำให้รายได้ต่ำกว่าจริงและอธิบายส่วนต่างไม่ได้ นอกจากนี้ค่าบริการที่จ่ายให้ผู้ประกอบการต่างประเทศอาจมีหน้าที่นำส่งภาษีที่ต้องพิจารณาแยกจากการบันทึกบัญชี
ถ้าเรียกเก็บตามที่จ่ายจริงโดยไม่บวกกำไร ควรแนบสำเนาบิลของผู้ให้บริการและแสดงวิธีปันตามมิเตอร์ย่อยหรือพื้นที่ ถ้าบวกกำไรหรือคิดเป็นเหมาต่อหน่วย ส่วนที่เกินจะมีลักษณะเป็นค่าบริการซึ่งกระทบภาษีมูลค่าเพิ่ม การทำตารางคำนวณต่อห้องต่อเดือนเก็บไว้ทำให้ตอบคำถามได้ทันทีทั้งจากผู้เช่าและจากเจ้าหน้าที่
ไม่ใช่ เป็นหนี้สินที่ต้องคืนเมื่อสิ้นสุดสัญญาหลังหักความเสียหายตามที่ตกลง จึงต้องบันทึกแยกจากรายได้และไม่ควรนำไปใช้เป็นเงินหมุนเวียนโดยไม่มีการกันไว้ กรณีที่ยึดเงินประกันบางส่วนเพราะความเสียหาย ส่วนที่ยึดจะกลายเป็นรายได้ในงวดนั้นและต้องมีหลักฐานความเสียหายประกอบ
ทรัพย์สินที่ใช้หาประโยชน์เชิงพาณิชย์ถูกประเมินในกลุ่มที่ต่างจากบ้านที่อยู่เอง และอัตราขึ้นกับมูลค่าประเมินตามประกาศ ผู้ให้เช่าที่ระบุการใช้ประโยชน์คลาดจากข้อเท็จจริง มักเจอการประเมินย้อนหลังและต้องจ่ายเงินเพิ่มตามมา ทางที่ถูกคือแจ้งการใช้ประโยชน์จริงและทบทวนทุกครั้งที่เปลี่ยนจากอยู่เองเป็นให้เช่า
ดูอัตราการเข้าพัก รายได้เฉลี่ยต่อห้องที่ขายได้ และรายได้เฉลี่ยต่อห้องที่มีทั้งหมด สามตัวนี้อ่านคู่กันจะเห็นว่ายอดที่โตมาจากการลดราคาเพื่อเติมห้องหรือมาจากคุณภาพลูกค้าที่ดีขึ้น ควรดูคู่กับต้นทุนต่อห้องที่ขายได้ เพราะการเติมห้องด้วยราคาต่ำบางช่วงทำให้กำไรลดลงแม้ยอดขายเพิ่ม
พนักงานรายวันยังเป็นลูกจ้างตามกฎหมายและมีหน้าที่หักภาษีกับนำส่งเงินสมทบตามเงื่อนไข ส่วนค่าบริการที่เก็บจากลูกค้าแล้วแบ่งให้พนักงานควรมีระเบียบการแบ่งที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเป็นเงินได้ของพนักงานที่ต้องผ่านระบบเงินเดือน ไม่ใช่การแบ่งเงินสดนอกบัญชี
งานที่ทำให้ทรัพย์สินอยู่ในสภาพเดิม เช่น ทาสีซ่อมรอยรั่ว เป็นค่าใช้จ่ายในงวด ส่วนงานที่เพิ่มมูลค่าหรืออายุการใช้งาน เช่น เปลี่ยนระบบไฟฟ้าทั้งอาคารหรือกั้นห้องเพิ่ม ควรตั้งขึ้นเป็นสินทรัพย์แล้วทยอยตัดค่าเสื่อมราคา การรวมทั้งสองแบบไว้ในใบเสร็จเดียวทำให้แยกยาก จึงควรขอผู้รับเหมาแยกรายการตั้งแต่ใบเสนอราคา
ต้องมีทะเบียนผู้เข้าพักตามที่กฎหมายที่พักกำหนดและการแจ้งผู้เข้าพักต่างชาติตามช่องทางที่กำหนดภายในกำหนดเวลา ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลส่วนบุคคล จึงต้องเก็บเท่าที่จำเป็น จำกัดผู้เข้าถึง และมีกำหนดทำลายที่ชัดเจน การเก็บสำเนาเอกสารประจำตัวไว้เกินความจำเป็นเป็นความเสี่ยงที่หลายที่พักมองข้าม
ทำงบกระแสเงินสดรายเดือนล่วงหน้าสิบสองเดือน แยกรายจ่ายที่คงที่ออกจากรายจ่ายที่ผันตามการเข้าพัก แล้วกันเงินสำรองจากเดือนที่รายได้ดีไว้จ่ายเดือนที่ต่ำโดยกำหนดจำนวนไว้ล่วงหน้า การกู้ระยะสั้นในช่วงต่ำทุกปีมักแพงกว่าการกันสำรองอย่างเป็นระบบ และทำให้เจรจาสินเชื่อระยะยาวยากขึ้น
กระทบยอดรายได้จากระบบจองกับเงินเข้าธนาคารและกับยอดคอมมิชชันของแต่ละแพลตฟอร์ม ตรวจว่าค่าเช่ากับค่าบริการถูกแยกตามสัญญา สรุปเงินประกันที่ถือไว้และที่คืน แล้วออกรายงานกำไรต่อห้องพร้อมอัตราการเข้าพัก การกระทบยอดสามทางนี้คือสิ่งที่ป้องกันรายได้ตกหล่นได้ดีที่สุดในธุรกิจที่พัก
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ค่าเช่ากับค่าบริการต่างกันทางภาษีอย่างไร
- จะแยกสัดส่วนค่าเช่ากับค่าบริการอย่างไรให้อธิบายได้
- ที่พักรายวันกับห้องเช่ารายเดือนใช้หลักเดียวกันไหม
- ห้องเช่าจำนวนไม่มากต้องมีใบอนุญาตที่พักไหม
- รายได้ที่รับผ่านแพลตฟอร์มจองต่างประเทศบันทึกอย่างไร
- เรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟจากผู้เช่าต้องออกเอกสารแบบไหน
- เงินประกันการเช่าเป็นรายได้ไหม
- ห้องเช่าเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราใด
- ควรดูตัวเลขอะไรเพื่อรู้ว่ากิจการดีขึ้นหรือแย่ลง
- ค่าจ้างพนักงานรายวันและค่าบริการที่เก็บจากลูกค้าจัดการอย่างไร
- ค่าปรับปรุงห้องเป็นค่าใช้จ่ายหรือสินทรัพย์
- ต้องเก็บข้อมูลผู้เข้าพักแบบไหนและนานเท่าไร
- ธุรกิจที่รายได้ขึ้นลงตามฤดูควรวางแผนเงินสดอย่างไร
- รอบปิดบัญชีรายเดือนของที่พักควรมีอะไร
หัวข้ออื่น