FAQ
ที่อยู่จดทะเบียนสำหรับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ
บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นชาวต่างชาติถูกตรวจเอกสารละเอียดกว่าปกติทั้งตอนจดทะเบียน ตอนขอจดภาษีมูลค่าเพิ่ม และตอนขอใบอนุญาตทำงาน ที่อยู่จดทะเบียนจึงต้องรองรับการตรวจจริง ไม่ใช่เป็นเพียงที่รับจดหมาย กลุ่มคำถามนี้อธิบายเงื่อนไขที่ต่างจากบริษัทไทยทั่วไป และลำดับเตรียมเอกสารโดยประมาณ
14 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติใช้ที่อยู่แบบให้บริการจดทะเบียนได้ไหม
ได้ หากที่อยู่นั้นเป็นสถานประกอบการที่มีอยู่จริง มีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ซึ่งลงนามโดยผู้ทรงสิทธิในอาคาร มีป้ายชื่อบริษัทติดตั้ง และมีผู้รับเอกสารราชการในเวลาทำการ ข้อจำกัดที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่สัญชาติของผู้ถือหุ้น แต่อยู่ที่ความพร้อมของสถานที่เมื่อเจ้าพนักงานเข้าตรวจ และความ
ได้ หากที่อยู่นั้นเป็นสถานประกอบการที่มีอยู่จริง มีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ซึ่งลงนามโดยผู้ทรงสิทธิในอาคาร มีป้ายชื่อบริษัทติดตั้ง และมีผู้รับเอกสารราชการในเวลาทำการ ข้อจำกัดที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่สัญชาติของผู้ถือหุ้น แต่อยู่ที่ความพร้อมของสถานที่เมื่อเจ้าพนักงานเข้าตรวจ และความสอดคล้องของเอกสารทุกฉบับที่ระบุที่อยู่เดียวกัน
โดยทั่วไปต้องมีสำเนาหนังสือเดินทางของผู้ถือหุ้นและกรรมการต่างชาติที่รับรองความถูกต้อง เอกสารแสดงที่อยู่ตามภูมิลำเนาในต่างประเทศ หลักฐานการชำระค่าหุ้นที่ตรวจสอบเส้นทางเงินได้ และหากผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ต้องมีหนังสือรับรองของนิติบุคคลนั้นผ่านชั้นรับรองพร้อมคำแปล ซึ่งส่วนนี้ใช้เวลานานที่สุดจึงควรเริ่มก่อน
ในทางปฏิบัติมักถูกตรวจละเอียดกว่า เจ้าพนักงานจะดูว่ามีพื้นที่ทำงานที่ใช้ได้จริง มีป้ายชื่อตรงตามชื่อจดทะเบียน มีหลักฐานสิทธิใช้สถานที่ และมีร่องรอยการประกอบกิจการ เช่น เอกสารทางการค้าหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับธุรกิจ การถ่ายภาพสถานที่พร้อมป้ายและแผนผังการเดินทางแนบไปกับคำขอ ช่วยลดรอบการขอเอกสารเพิ่ม
ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี เพราะขั้นตอนขอใบอนุญาตทำงานจะดูความสมเหตุสมผลของสถานประกอบการเทียบกับลักษณะงานและจำนวนพนักงาน หากผู้ขอต้องมีโต๊ะทำงานประจำและรับลูกค้า ควรใช้แพ็กเกจที่มีพื้นที่ทำงานจริงและห้องประชุมที่ใช้ได้ พร้อมภาพถ่ายและผังที่นั่ง ไม่ใช่เพียงสิทธิใช้ที่อยู่สำหรับจดทะเบียน
ไม่ได้ ข้อจำกัดเรื่องประเภทกิจการที่ชาวต่างชาติประกอบได้เป็นเรื่องของสัดส่วนการถือหุ้นและใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การมีที่อยู่จดทะเบียนที่พร้อมตรวจช่วยเรื่องกระบวนการเอกสารเท่านั้น สิ่งที่ต้องวางให้ถูกตั้งแต่ต้นคือโครงสร้างผู้ถือหุ้น วัตถุประสงค์ของบริษัท และใบอนุญาตที่จำเป็นสำหรับกิจกรรมที่จะทำจริง
เป็นความเสี่ยงร้ายแรง เพราะการถือหุ้นแทนโดยไม่มีการลงทุนจริงเป็นเรื่องที่ถูกตรวจสอบและมีบทลงโทษตามกฎหมาย จุดที่ถูกตรวจบ่อยคือเส้นทางการชำระค่าหุ้น ที่มาของเงินลงทุน และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ โครงสร้างที่ปลอดภัยคือให้ผู้ถือหุ้นทุกรายลงทุนจริงตามสัดส่วน และเลือกเส้นทางใบอนุญาตหากต้องการสัดส่วนต่างชาติสูง
ทำได้ แต่ธนาคารมีหลักเกณฑ์รู้จักลูกค้าของตนเอง มักขอเอกสารแสดงสถานประกอบการ ภาพถ่ายสถานที่ สัญญาบริการที่อยู่ และให้กรรมการผู้มีอำนาจมาแสดงตน หากกรรมการเป็นชาวต่างชาติ มักถูกขอเอกสารสถานะการพำนักเพิ่ม ควรสอบถามรายการเอกสารของสาขาที่จะยื่นก่อนนัด เพราะรายละเอียดต่างกันตามนโยบายภายใน
ขึ้นกับว่าจะมีรายได้ในไทยหรือไม่ ถ้าจะขายและออกใบกำกับภาษีในไทย บริษัทลูกเป็นทางที่ตรงกว่า ถ้าเป็นเพียงการประสานงาน ตรวจคุณภาพ หรือหาข้อมูลตลาดโดยไม่มีรายได้ รูปแบบสำนักงานผู้แทนอาจเหมาะกว่าแต่มีข้อจำกัดกิจกรรมที่เข้มงวด การเลือกผิดทำให้ต้องรื้อโครงสร้างภายหลังซึ่งมีต้นทุนทั้งเวลาและภาษี
ต้องมีขั้นตอนที่ระบุชัดว่าใครรับ บันทึกวันที่รับ สแกนส่งภายในกรอบเวลาที่ตกลง และแจ้งเตือนเอกสารที่มีกำหนดตอบ เช่น หนังสือจากหน่วยงานภาษีหรือหมายศาล ควรกำหนดผู้รับแจ้งสำรองในไทยไว้ด้วย เพราะกำหนดเวลาตามกฎหมายเริ่มนับจากวันที่ส่งถึงที่อยู่จดทะเบียน ไม่ใช่วันที่กรรมการได้อ่าน
ต้องตรงกันทุกฉบับ ตั้งแต่หนังสือรับรองบริษัท ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทะเบียนนายจ้างประกันสังคม ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง สัญญากับคู่ค้า ไปจนถึงข้อมูลบนใบกำกับภาษี ความต่างเล็กน้อยอย่างเลขห้องหรือชื่ออาคาร ทำให้ใบกำกับภาษีถูกทักท้วงและทำให้การขออนุญาตล่าช้า ควรทำรายการตรวจที่อยู่ทุกจุดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
ได้ โดยจดทะเบียนแก้ไขที่ตั้งสำนักงาน แล้วแจ้งเปลี่ยนต่อหน่วยงานภาษี ประกันสังคม และผู้ออกใบอนุญาตทุกฉบับตามลำดับ พร้อมแก้ที่อยู่ในใบกำกับภาษีและเอกสารทางการค้า กรณีที่อยู่เดิมเป็นที่พักซึ่งเจ้าของอาคารห้ามใช้ประกอบกิจการ การย้ายยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ด้วย
เกี่ยวข้องในฐานะที่อยู่ของนายจ้าง ซึ่งใช้ประกอบเอกสารของพนักงานต่างชาติ เช่น หนังสือรับรองการจ้าง แต่ไม่ใช่ที่อยู่พักอาศัยที่ใช้แจ้งตามกฎหมายคนเข้าเมือง ที่พักอาศัยต้องแจ้งตามความจริงแยกจากที่อยู่บริษัท การใช้ที่อยู่สำนักงานแทนที่พักในเอกสารที่ต้องระบุที่อยู่อาศัย อาจทำให้เอกสารไม่ถูกต้องและเกิดปัญหาภายหลัง
ขอบเขตการให้ใช้ที่อยู่เพื่อจดทะเบียนและจดภาษีมูลค่าเพิ่ม ความรับผิดชอบเมื่อเจ้าพนักงานเข้าตรวจ กรอบเวลาการส่งต่อเอกสารราชการ ภาษาที่ใช้ในการติดต่อ เงื่อนไขการต่ออายุและการบอกเลิก และการออกหนังสือยินยอมฉบับใหม่เมื่อหน่วยงานขอ ควรตรวจว่าระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรครบ ไม่ใช่เป็นคำรับรองปากเปล่าตอนขาย
เริ่มจากเตรียมเอกสารต่างประเทศเข้าชั้นรับรองและคำแปล ควบคู่กับจองชื่อบริษัทและทำหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ จากนั้นจดทะเบียนจัดตั้ง ติดตั้งป้ายชื่อ ยื่นคำขอจดภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อครบเกณฑ์ ขึ้นทะเบียนเป็นนายจ้างกับประกันสังคม แล้วจึงดำเนินเรื่องใบอนุญาตทำงานถ้าจำเป็น โดยประมาณเอกสารต่างประเทศเป็นตัวกำหนดเวลารวมมากที่สุด จึงควรเริ่มขั้นนั้นก่อนหลายสัปดาห์
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติใช้ที่อยู่แบบให้บริการจดทะเบียนได้ไหม
- ตอนจดทะเบียนต้องเตรียมเอกสารเพิ่มอะไรจากกรณีผู้ถือหุ้นไทย
- การขอจดภาษีมูลค่าเพิ่มมีการตรวจสถานที่เข้มกว่าหรือไม่
- ถ้าจะขอใบอนุญาตทำงานให้ชาวต่างชาติ ที่อยู่แบบนี้เพียงพอไหม
- ธุรกิจที่ต่างชาติทำได้จำกัด ที่อยู่จดทะเบียนช่วยแก้ข้อจำกัดนั้นได้ไหม
- การใช้ผู้ถือหุ้นไทยเพียงเพื่อให้ครบสัดส่วนมีความเสี่ยงอย่างไร
- เปิดบัญชีธนาคารบริษัทโดยใช้ที่อยู่แบบนี้ได้ไหม
- ควรตั้งบริษัทลูกหรือสำนักงานผู้แทน
- เอกสารราชการที่ส่งมายังที่อยู่จดทะเบียนจัดการอย่างไรเมื่อกรรมการอยู่ต่างประเทศ
- ที่อยู่ในเอกสารแต่ละหน่วยงานต้องตรงกันแค่ไหน
- เคยจดที่บ้านของกรรมการต่างชาติ ย้ายมาที่อยู่แบบให้บริการได้ไหม
- ที่อยู่จดทะเบียนเกี่ยวข้องกับการรายงานตัวหรือสถานะพำนักของชาวต่างชาติไหม
- เงื่อนไขสัญญาบริการข้อใดที่ลูกค้าต่างชาติควรดูเป็นพิเศษ
- ลำดับการดำเนินการและเวลาโดยประมาณเป็นอย่างไร
หัวข้ออื่น