FAQ
วันนัดศาลต้องทำอะไร เตรียมตัวอย่างไร ใครต้องไป และถ้าไปไม่ได้ต้องจัดการแบบไหน
เริ่มจากตรวจหมายและประเภทนัด เตรียมเอกสาร รายงานตัว และยืนยันคำสั่งหลังจบนัด แยกนัดพร้อม ไกล่เกลี่ย สืบพยาน และฟังคำพิพากษา ไม่ถือว่าทุกคดีผ่านขั้นตอนเดียวกัน หน้าที่ต้องไปเองและการขอเลื่อนต้องดูคำสั่งศาลเป็นหลัก
10 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
นัดแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
นัดพร้อมคือการจัดระเบียบคดี กำหนดประเด็น และดูโอกาสตกลงกัน นัดสืบพยานคือการนำพยานเข้าเบิกความจริง ส่วนนัดฟังคำพิพากษาใช้เวลาไม่นานและมักไม่มีการถามตอบ การรู้ว่าวันนั้นเป็นนัดแบบใดเปลี่ยนสิ่งที่ต้องเตรียมไปทั้งหมด
ลำดับเตรียมตัวและวันนัดศาล
ลำดับนี้เป็นแนวเตรียมตัวทั่วไป ไม่ใช่ขั้นตอนตายตัว ประเภทคดี วัตถุประสงค์นัด สถานะคู่ความหรือพยาน และคำสั่งศาลเป็นตัวกำหนดหน้าที่จริง
- 01
ตรวจหมายและคำสั่งก่อนวันนัด
ยืนยันศาล วัน เวลา ประเภทนัด และใครต้องไปเอง หากต้องการล่ามหรือความช่วยเหลือด้านการเข้าถึงให้แจ้งล่วงหน้า
- 02
ผ่านจุดตรวจและรายงานตัว
พกบัตรประจำตัว หมายนัด เอกสารที่ยื่น และต้นฉบับที่ต้องใช้ ตรวจห้องกับเจ้าหน้าที่และรอเรียกคดีตามการจัดของศาล
- 03
ดำเนินการตามประเภทนัด
นัดพร้อมจัดประเด็นและการดำเนินคดี; นัดไกล่เกลี่ยเจรจาข้อตกลง; นัดสืบพยานนำพยานเบิกความ; นัดฟังคำพิพากษารับทราบผล ไม่ใช่ทุกนัดทำครบทุกขั้น
- 04
ยืนยันงานหลังจบนัด
ตรวจคำสั่ง วันนัดถัดไป และกำหนดยื่นเอกสารกับทนายหรือเจ้าหน้าที่ จดผู้รับผิดชอบแต่ละงานและอย่ารอจนถึงนัดถัดไป
ไปไม่ได้: แจ้งทนายและติดต่อศาลโดยเร็ว พร้อมหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องตามขั้นตอน การขอเลื่อนไม่เท่ากับศาลอนุญาต อย่าหยุดไปศาลเพียงเพราะส่งคำร้องแล้ว
นัดพร้อมคือการจัดระเบียบคดี กำหนดประเด็น และดูโอกาสตกลงกัน นัดสืบพยานคือการนำพยานเข้าเบิกความจริง ส่วนนัดฟังคำพิพากษาใช้เวลาไม่นานและมักไม่มีการถามตอบ การรู้ว่าวันนั้นเป็นนัดแบบใดเปลี่ยนสิ่งที่ต้องเตรียมไปทั้งหมด
ตรวจคำสั่งและประเภทคดีก่อน ทนายดำเนินการแทนได้บางขั้น แต่ไม่ได้ทำให้ตัวความพ้นหน้าที่มาศาลตามคำสั่ง นัดไกล่เกลี่ยควรมีผู้ตัดสินใจหรืออำนาจตกลงที่เพียงพอ หากเป็นพยานต้องปฏิบัติตามหมายเรียกและวิธีสืบพยานที่ศาลอนุญาต
บัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทาง สำเนาคำฟ้องหรือคำให้การของฝ่ายตน ต้นฉบับเอกสารที่อ้างเป็นพยาน หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดหากเป็นบริษัท และแฟ้มไทม์ไลน์เหตุการณ์หนึ่งหน้าที่อ่านได้เร็ว ต้นฉบับสำคัญมากเพราะศาลอาจขอเทียบกับสำเนาที่ยื่นไว้
ชุดสุภาพเรียบร้อยแบบทำงาน ปิดเสียงโทรศัพท์ ไม่บันทึกภาพหรือเสียง ยืนขึ้นเมื่อองค์คณะเข้าห้อง ตอบเมื่อได้รับอนุญาตให้พูด และหลีกเลี่ยงการโต้ตอบกับฝ่ายตรงข้ามในห้อง เรื่องเล็กเหล่านี้ส่งผลต่อบรรยากาศการพิจารณามากกว่าที่คนคาด
ควรเข้าร่วมและเตรียมกรอบตัวเลขที่ยอมรับได้ไว้ล่วงหน้า เพราะการตกลงในชั้นนี้จบเร็วกว่าและทำให้บังคับตามข้อตกลงได้เมื่อศาลมีคำสั่งตามยอม สิ่งที่ควรระวังคือการรับข้อเสนอด้วยวาจาโดยยังไม่ได้อ่านถ้อยคำที่จะบันทึกจริง
แจ้งเหตุและยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานโดยเร็ว เช่น หลักฐานเจ็บป่วยหรือเหตุขัดข้องที่เกี่ยวข้อง ศาลพิจารณาความจำเป็นและผลต่อการดำเนินคดีเป็นรายกรณี ไม่มีเหตุใดทำให้เลื่อนโดยอัตโนมัติ และต้องตรวจผลคำสั่งก่อนถือว่าไม่ต้องไปตามนัดเดิม
ผลแตกต่างตามสถานะในคดี ฝ่ายที่เป็นโจทก์อาจถูกจำหน่ายคดีออกจากสารบบ ฝ่ายที่เป็นจำเลยอาจถูกพิจารณาไปฝ่ายเดียว และในคดีอาญาอาจกระทบเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว การแจ้งทนายทันทีที่รู้ว่าไปไม่ได้จึงสำคัญกว่าการหาคำอธิบายภายหลัง
ต้องแจ้งความจำเป็นไว้ล่วงหน้าเพื่อให้จัดล่ามได้ทันวันนัด และควรส่งศัพท์เฉพาะของธุรกิจให้ล่ามอ่านก่อน เพราะคำแปลที่คลาดเคลื่อนในคำเบิกความสร้างปัญหาย้อนหลังได้ เราเตรียมรายการศัพท์และเอกสารคู่ภาษาให้ก่อนวันนัดเสมอ
วางแผนไปถึงก่อนเวลาตามหมายเพื่อเผื่อการเดินทาง จุดตรวจ และห้องพิจารณา สอบถามเวลารายงานตัวกับศาลที่นัดโดยตรง ไม่ถือว่ามาก่อนแล้วศาลจะเรียกคดีก่อน เพราะการจัดลำดับเป็นเรื่องของศาล
ขอทราบวันนัดถัดไปและสิ่งที่ศาลสั่งให้ทำให้ครบถ้วน จดคำสั่งเป็นข้อ ๆ แล้วแบ่งงานว่าใครรับผิดชอบส่วนใด เอกสารที่ศาลสั่งเพิ่มมักมีกำหนดสั้น หากปล่อยไว้จนใกล้วันนัดถัดไปมักได้ฉบับที่ไม่สมบูรณ์และต้องเลื่อนอีกรอบ
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- นัดแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
- ตัวความต้องไปเองทุกนัดหรือไม่
- ควรถือเอกสารอะไรไปในวันนัด
- แต่งตัวและวางตัวอย่างไรในห้องพิจารณา
- การไกล่เกลี่ยที่ศาลจัดให้ควรเข้าร่วมไหม
- ขอเลื่อนนัดได้ในกรณีใด
- ถ้าไม่ไปตามนัดจะเกิดอะไรขึ้น
- คู่ความที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยต้องเตรียมล่ามอย่างไร
- ควรไปถึงศาลก่อนเวลานานเท่าไร
- จบนัดแล้วต้องทำอะไรต่อ
หัวข้ออื่น