FAQ
กรรมการบริษัทรับผิดส่วนตัวเมื่อไร ความรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และภาระภาษีที่ตามตัว
รวมคำถามของกรรมการและผู้มีอำนาจลงนามที่กังวลว่าความรับผิดของบริษัทจะมาถึงตัวเองเมื่อใด ครอบคลุมการค้ำประกันหนี้บริษัท การลงนามเอกสารเกินอำนาจ ความรับผิดตามกฎหมายเฉพาะที่กำหนดโทษผู้แทนนิติบุคคล การลาออกที่ยังไม่จดทะเบียน และสิ่งที่ควรทำเมื่อบริษัทเริ่มมีปัญหาสภาพคล่อง
10 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
หลักทั่วไปคือกรรมการไม่ต้องรับผิดแทนบริษัทใช่หรือไม่
โดยหลักบริษัทเป็นนิติบุคคลแยกจากผู้ถือหุ้นและกรรมการ หนี้ของบริษัทจึงเป็นของบริษัท แต่มีข้อยกเว้นที่ใช้บ่อยกว่าที่คนคาด เช่น การค้ำประกันด้วยตนเอง การกระทำที่ทำไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และกฎหมายเฉพาะที่กำหนดโทษถึงผู้แทนนิติบุคคลโดยตรง
โดยหลักบริษัทเป็นนิติบุคคลแยกจากผู้ถือหุ้นและกรรมการ หนี้ของบริษัทจึงเป็นของบริษัท แต่มีข้อยกเว้นที่ใช้บ่อยกว่าที่คนคาด เช่น การค้ำประกันด้วยตนเอง การกระทำที่ทำไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และกฎหมายเฉพาะที่กำหนดโทษถึงผู้แทนนิติบุคคลโดยตรง
ผู้ค้ำประกันรับผิดตามขอบเขตที่ระบุในสัญญาค้ำประกัน ซึ่งอาจครอบคลุมวงเงินในอนาคตและดอกเบี้ยที่เดินต่อ จุดที่ควรตรวจคือมีการจำกัดวงเงินและระยะเวลาไว้หรือไม่ และเมื่อบริษัทชำระหนี้เดิมเสร็จแล้วมีการปลดภาระค้ำประกันเป็นหนังสือหรือยัง เพราะการค้ำแบบเปิดกว้างมักตามตัวไปหลายปี
กฎหมายเฉพาะหลายฉบับกำหนดว่าเมื่อนิติบุคคลกระทำผิด ผู้แทนนิติบุคคลที่สั่งการหรือละเว้นหน้าที่ต้องรับโทษด้วย เช่น กลุ่มกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน สิ่งแวดล้อม อาหารและยา และการยื่นเอกสารเท็จต่อนายทะเบียน จึงต้องดูตัวบทของแต่ละเรื่อง ไม่ใช่ตั้งสมมติฐานว่าโทษหยุดที่บริษัท
การลาออกมีผลตามที่แจ้งต่อบริษัท แต่ต่อบุคคลภายนอกที่เชื่อตามทะเบียน การไม่จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทำให้ยังถูกดึงเข้ามาในข้อพิพาทได้ วิธีที่ปลอดภัยคือเก็บหลักฐานการแจ้งลาออก ติดตามให้บริษัทยื่นจดทะเบียน และตรวจหนังสือรับรองภายหลังว่าชื่อออกแล้วจริง
เสี่ยงสูงกว่าผลตอบแทนเกือบทุกกรณี เพราะชื่อในทะเบียนคือผู้ที่หน่วยงานและเจ้าหนี้ติดต่อ และการอ้างว่าไม่ได้บริหารจริงมักไม่ช่วยเมื่อมีการยื่นเอกสารในนามนั้น ผู้ที่ตกอยู่ในสถานะนี้ควรตรวจว่ามีการยื่นงบและแบบภาษีครบถ้วนหรือไม่โดยเร็ว
ควรบันทึกการตัดสินใจไว้เป็นลายลักษณ์อักษร หยุดก่อหนี้ใหม่ที่รู้อยู่ว่าชำระไม่ได้ หลีกเลี่ยงการชำระให้เจ้าหนี้ที่เกี่ยวโยงกันก่อนเจ้าหนี้รายอื่น และประเมินทางเลือกฟื้นฟูกิจการอย่างเป็นทางการ การกระทำในช่วงนี้มักถูกตรวจย้อนหลังเมื่อเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย
ช่วยรองรับค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีและความรับผิดทางแพ่งบางส่วนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แต่ไม่คุ้มครองการกระทำโดยทุจริตหรือผิดกฎหมายโดยเจตนา และข้อตกลงชดใช้จากบริษัทจะไร้ผลทันทีถ้าบริษัทไม่มีเงิน จึงควรอ่านข้อยกเว้นก่อนพึ่งพา
มี คือกำหนดอำนาจลงนามให้ชัดและใช้ตามนั้น เก็บรายงานการประชุมที่บันทึกเหตุผลของการตัดสินใจ แยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีบริษัทอย่างเด็ดขาด ตรวจว่ายื่นงบและแบบภาษีตรงเวลา และปลดภาระค้ำประกันที่ไม่จำเป็นเป็นหนังสือทุกครั้ง
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- หลักทั่วไปคือกรรมการไม่ต้องรับผิดแทนบริษัทใช่หรือไม่
- การค้ำประกันหนี้บริษัททำให้รับผิดมากแค่ไหน
- ลงนามเกินอำนาจที่จดทะเบียนไว้เกิดผลอย่างไร
- กฎหมายไหนที่กำหนดโทษถึงกรรมการโดยตรง
- หนี้ภาษีและเงินสมทบที่ค้างตามตัวกรรมการได้ไหม
- ลาออกจากกรรมการแล้วแต่ยังไม่จดทะเบียน ยังรับผิดหรือไม่
- รับเป็นกรรมการให้เพื่อนหรือให้ค่าตอบแทนเล็กน้อยเสี่ยงแค่ไหน
- เมื่อบริษัทเริ่มขาดสภาพคล่อง กรรมการควรทำอะไรก่อน
- ข้อตกลงชดใช้จากบริษัทหรือประกันความรับผิดช่วยได้แค่ไหน
- มีวิธีลดความเสี่ยงส่วนตัวแบบทำได้จริงไหม
หัวข้ออื่น