FAQ
ค่าทดแทนจากการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน
คำตอบเจาะลึกสำหรับลูกจ้างและนายจ้างเรื่องสิทธิเบิกจ่ายจากกองทุนเงินทดแทน ขั้นตอนแจ้งอุบัติเหตุ และการอุทธรณ์คำวินิจฉัย
28 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
กองทุนเงินทดแทนคืออะไรและใครมีสิทธิ
กองทุนเงินทดแทนจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน โดยนายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนทุกปีตามอัตราความเสี่ยงของกิจการ เพื่อจ่ายค่าทดแทนให้ลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิดของนายจ้าง ลูกจ้างทุกคนที่ทำงานให้นายจ้างในราชอาณาจักรได้รั
กองทุนเงินทดแทนจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน โดยนายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนทุกปีตามอัตราความเสี่ยงของกิจการ เพื่อจ่ายค่าทดแทนให้ลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิดของนายจ้าง ลูกจ้างทุกคนที่ทำงานให้นายจ้างในราชอาณาจักรได้รับความคุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ รายวัน หรือทดลองงาน ยกเว้นบางประเภทกิจการที่กฎหมายยกเว้นไว้ เช่น ราชการบางส่วนที่มีระบบสวัสดิการของตนเองอยู่แล้ว ลูกจ้างที่ประสบอันตรายควรรีบแจ้งนายจ้างและตรวจสอบว่ากิจการได้ขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทนไว้ถูกต้องหรือไม่
เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงานจนต้องหยุดงานเกินสามวัน หรือสูญเสียอวัยวะ หรือถึงแก่ความตาย นายจ้างมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งการประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย ต่อสำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุ หากนายจ้างไม่ยื่นแบบภายในกำหนดหรือไม่ยื่นเลย ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิสามารถยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนด้วยตนเองต่อสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ได้โดยตรง โดยควรเก็บหลักฐาน เช่น ใบรับรองแพทย์ บันทึกประจำวันหากมีการแจ้งความ และพยานในที่เกิดเหตุไว้ให้ครบถ้วน การยื่นคำร้องล่าช้าเกินกำหนดอาจส่งผลต่อสิทธิได้รับเงินทดแทนบางประเภท จึงควรดำเนินการโดยเร็วที่สุด
กองทุนเงินทดแทนจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นตั้งแต่เริ่มรักษาจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา โดยมีเพดานเบื้องต้นตามที่กฎกระทรวงกำหนด และหากค่าใช้จ่ายเกินเพดานเบื้องต้นเนื่องจากบาดเจ็บรุนแรง เช่น บาดเจ็บที่สมองหรือกระดูกสันหลัง สามารถขอเบิกเพิ่มเติมได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนด นอกจากนี้ยังครอบคลุมค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย จิตใจ และอาชีพ รวมถึงค่าอุปกรณ์เทียมหรือกายอุปกรณ์ที่จำเป็น ลูกจ้างควรเก็บใบเสร็จค่ารักษาทุกใบและให้โรงพยาบาลออกใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าอาการเกิดจากการทำงานอย่างชัดเจนเพื่อประกอบการเบิกจ่าย
หากลูกจ้างต้องหยุดงานเพื่อรักษาตัวเกินสามวันขึ้นไป มีสิทธิได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน นับแต่วันแรกที่หยุดงานจนกว่าจะหายเป็นปกติหรือจนกว่าแพทย์จะวินิจฉัยว่าสิ้นสุดการรักษา แต่ไม่เกิน 1 ปีสำหรับกรณีทั่วไป โดยคำนวณจากค่าจ้างรายเดือนสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดเพดานไว้ หากลูกจ้างมีรายได้จากค่าล่วงเวลาหรือค่าคอมมิชชั่นเป็นประจำ ควรรวบรวมสลิปเงินเดือนย้อนหลังเพื่อใช้อ้างอิงฐานค่าจ้างที่แท้จริงในการคำนวณ กรณีทุพพลภาพต่อเนื่องเกินหนึ่งปีจะเปลี่ยนไปพิจารณาจ่ายเป็นเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพแทน
กรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะบางส่วน เช่น สูญเสียนิ้ว มือ เท้า หรือการมองเห็น กองทุนเงินทดแทนจ่ายค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือนตามระยะเวลาที่กำหนดในตารางอัตราสูญเสียอวัยวะแนบท้ายกฎกระทรวง ซึ่งกำหนดจำนวนเดือนตามความรุนแรงของการสูญเสียแต่ละส่วน เช่น สูญเสียนิ้วหัวแม่มือได้รับค่าทดแทนหลายเดือนตามอัตราที่กำหนด ลูกจ้างต้องผ่านการประเมินความสูญเสียจากแพทย์ที่คณะกรรมการการแพทย์รับรอง หากไม่พอใจผลการประเมินสามารถขอให้แพทย์อีกท่านตรวจประเมินซ้ำหรือใช้สิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคมได้
หากลูกจ้างเสียชีวิตหรือสูญหายจากการทำงาน ทายาทตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส บุตร และผู้ที่ผู้ตายอุปการะเลี้ยงดูอยู่ก่อนตาย มีสิทธิได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือนเป็นระยะเวลา 10 ปี รวมถึงค่าทำศพตามอัตราที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด ทายาทต้องยื่นคำร้องพร้อมหลักฐาน เช่น ใบมรณบัตร หลักฐานความสัมพันธ์ และหลักฐานการอุปการะเลี้ยงดูหากเป็นกรณีบุคคลอื่นนอกจากทายาทโดยตรง หากมีทายาทหลายคนจะแบ่งเงินทดแทนกันตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดหรือตามที่ตกลงกัน สำนักงานประกันสังคมจะพิจารณาและจ่ายเงินให้ตามลำดับทายาทที่ยื่นคำร้องถูกต้องครบถ้วน
โดยหลักทั่วไปอุบัติเหตุระหว่างเดินทางปกติไปกลับระหว่างที่พักกับสถานที่ทำงานตามเส้นทางและเวลาที่เหมาะสมถือเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานที่ได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน แม้ยังไม่ถึงเวลาเข้างานหรือเลิกงานไปแล้วไม่นานก็ตาม แต่หากลูกจ้างแวะทำธุระส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานระหว่างทางจนออกนอกเส้นทางตามปกติอย่างมีนัยสำคัญ อาจถูกวินิจฉัยว่าไม่เข้าข่ายคุ้มครอง สำหรับการเดินทางไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ตามคำสั่งนายจ้าง เช่น ไปพบลูกค้าหรือไปอบรม ถือเป็นการทำงานโดยตรงและได้รับความคุ้มครองเต็มรูปแบบไม่ว่าจะเกิดเหตุที่ใด ลูกจ้างที่ประสบเหตุระหว่างเดินทางควรบันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุและแจ้งนายจ้างทันที
ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนด้วยตนเองโดยตรงต่อสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ได้เสมอ แม้นายจ้างจะไม่ยื่นแบบแจ้งหรือปฏิเสธว่าไม่ใช่อุบัติเหตุจากงาน โดยนำหลักฐาน เช่น ใบรับรองแพทย์ พยานร่วมงาน ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ และบันทึกเวลาเข้าออกงาน ไปยื่นประกอบคำร้อง เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงและออกคำวินิจฉัยโดยไม่ขึ้นอยู่กับการยอมรับของนายจ้าง หากนายจ้างจงใจไม่แจ้งหรือปกปิดข้อเท็จจริงอาจมีความผิดทางอาญาและถูกปรับตามพระราชบัญญัติเงินทดแทนเพิ่มเติมด้วย ลูกจ้างที่ถูกนายจ้างข่มขู่ไม่ให้แจ้งควรปรึกษาทนายความหรือสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่
การได้รับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทนไม่ได้ตัดสิทธิลูกจ้างในการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางละเมิดเพิ่มเติมจากนายจ้างหรือบุคคลที่สามผู้ก่อให้เกิดความเสียหาย หากพิสูจน์ได้ว่าอุบัติเหตุเกิดจากความประมาทเลินเล่อของนายจ้าง เช่น ไม่จัดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยตามมาตรฐาน หรือปล่อยให้เครื่องจักรชำรุดใช้งานต่อไป ลูกจ้างสามารถฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ เช่น ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในอนาคต ค่าทุกข์ทรมานทางจิตใจ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงาน แต่ศาลอาจนำเงินทดแทนที่ได้รับไปแล้วมาหักออกจากค่าเสียหายบางส่วนเพื่อไม่ให้ได้รับการชดใช้ซ้ำซ้อนเกินสมควร
ลูกจ้างที่ทำงานให้ผู้รับเหมาช่วงยังคงได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป โดยผู้รับเหมาช่วงในฐานะนายจ้างโดยตรงมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนและจ่ายเงินสมทบให้ลูกจ้างของตน หากผู้รับเหมาช่วงไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือไม่จ่ายเงินสมทบตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้างหลักหรือผู้รับเหมาช่วงลำดับที่สูงกว่าอาจต้องร่วมรับผิดในฐานะนายจ้างตามหลักการรับเหมาช่วงในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างที่ประสบอันตรายในสถานที่ก่อสร้างหรือโรงงานที่มีผู้รับเหมาหลายทอดจึงควรตรวจสอบว่าใครเป็นนายจ้างตามสัญญาจ้างของตนและยื่นคำร้องต่อสำนักงานประกันสังคมโดยระบุทุกฝ่ายที่อาจเกี่ยวข้องไว้เพื่อความรอบคอบ
พระราชบัญญัติเงินทดแทนยกเว้นไม่จ่ายเงินทดแทนหากพิสูจน์ได้ว่าลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากเสพของมึนเมาหรือสิ่งเสพติดร้ายแรงจนไม่สามารถครองสติได้ หรือจงใจทำให้ตนเองประสบอันตรายหรือยินยอมให้ผู้อื่นทำ ภาระการพิสูจน์ข้อยกเว้นเหล่านี้ตกอยู่กับนายจ้างหรือสำนักงานประกันสังคมที่ปฏิเสธการจ่าย ไม่ใช่ลูกจ้างที่ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หากลูกจ้างเห็นว่าการปฏิเสธจ่ายไม่มีหลักฐานเพียงพอ เช่น ไม่มีผลตรวจแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดที่น่าเชื่อถือ สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยได้ตามขั้นตอนปกติ และควรขอสำเนาหลักฐานที่นายจ้างหรือเจ้าหน้าที่ใช้อ้างประกอบการปฏิเสธมาตรวจสอบ
โรคที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมการทำงานสะสมเป็นระยะเวลานาน เช่น โรคปอดจากฝุ่นหิน โรคจากสารเคมี หรือโรคจากเสียงดัง ถือเป็นการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานตามบัญชีโรคจากการทำงานที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินทดแทนเช่นเดียวกับอุบัติเหตุเฉียบพลัน โดยต้องมีใบรับรองแพทย์จากแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างโรคกับลักษณะงานที่ทำ ระยะเวลาการยื่นคำร้องนับแต่วันที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคจากการทำงาน ไม่ใช่นับจากวันเริ่มทำงาน ลูกจ้างที่สงสัยว่าตนป่วยจากสภาพแวดล้อมการทำงานควรขอตรวจสุขภาพเฉพาะทางและเก็บประวัติการทำงานในตำแหน่งที่มีความเสี่ยงไว้เป็นหลักฐานประกอบ
หากนายจ้างแจ้งค่าจ้างของลูกจ้างต่ำกว่าที่จ่ายจริงเพื่อลดเงินสมทบที่ต้องนำส่ง เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานเงินทดแทนที่คำนวณจากฐานค่าจ้างที่แจ้งไว้จะต่ำกว่าที่ควรได้รับจริง ลูกจ้างมีสิทธิยื่นหลักฐานค่าจ้างที่แท้จริง เช่น สลิปเงินเดือน หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชี หรือสัญญาจ้างงาน ต่อสำนักงานประกันสังคมเพื่อขอให้ปรับฐานคำนวณให้ถูกต้อง เจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจสอบและเรียกเก็บเงินสมทบส่วนที่ขาดจากนายจ้างย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม นายจ้างที่จงใจแจ้งค่าจ้างเท็จอาจมีความผิดทางอาญาตามกฎหมายประกันสังคมและกฎหมายเงินทดแทนด้วย ลูกจ้างที่พบปัญหานี้ควรรวบรวมหลักฐานให้ครบก่อนยื่นคำร้อง
ทุพพลภาพชั่วคราวหมายถึงภาวะที่ลูกจ้างยังไม่สามารถทำงานได้ในระหว่างรักษาตัวแต่มีแนวโน้มจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ ได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างระหว่างหยุดงานไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่วนทุพพลภาพถาวรหมายถึงสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานอย่างถาวรจนไม่สามารถกลับไปทำงานเดิมหรือทำงานอื่นได้ตามปกติ ได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างเป็นระยะเวลาไม่มายาวนาน การแยกประเภทต้องอาศัยความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ในการประเมินระดับความสูญเสียสมรรถภาพเป็นเปอร์เซ็นต์ หากลูกจ้างไม่เห็นด้วยกับผลการประเมินสามารถขอให้ตรวจซ้ำหรืออุทธรณ์ได้ตามขั้นตอนปกติ
นายจ้างทุกรายที่มีลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งคนขึ้นไปมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้าง หากนายจ้างไม่ขึ้นทะเบียนแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น ลูกจ้างยังคงมีสิทธิได้รับเงินทดแทนจากกองทุนตามปกติ โดยสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินให้ลูกจ้างไปก่อนแล้วไล่เบี้ยเรียกเก็บเงินสมทบย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่มและค่าปรับจากนายจ้างในภายหลัง นายจ้างที่ไม่ขึ้นทะเบียนตามกำหนดยังมีความผิดทางอาญาต้องระวางโทษปรับตามพระราชบัญญัติเงินทดแทนอีกด้วย ลูกจ้างที่ทำงานให้นายจ้างรายเล็กที่ไม่แน่ใจสถานะการขึ้นทะเบียนควรสอบถามสำนักงานประกันสังคมโดยตรงเพื่อยืนยันสิทธิของตน
หากลูกจ้างมีอาการทางจิตใจ เช่น ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ซึมเศร้า หรือวิตกกังวลรุนแรงอันเป็นผลต่อเนื่องจากอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นจากการทำงาน สามารถเข้ารับการรักษาโดยจิตแพทย์และขอให้ออกใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าอาการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ค่ารักษาพยาบาลทางจิตเวชและค่าฟื้นฟูสภาพจิตใจสามารถเบิกจากกองทุนเงินทดแทนได้เช่นเดียวกับการรักษาทางกาย หากอาการรุนแรงจนไม่สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ อาจได้รับการประเมินเป็นกรณีทุพพลภาพเพิ่มเติมจากการบาดเจ็บทางกายที่มีอยู่แล้ว ลูกจ้างจึงไม่ควรละเลยอาการทางจิตใจและควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ
กองทุนเงินทดแทนให้สิทธิลูกจ้างที่ประสบอันตรายจนสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางการแพทย์ ทางร่างกาย และทางอาชีพ ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานที่สำนักงานประกันสังคมจัดตั้งขึ้น โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการฝึกอาชีพใหม่หากไม่สามารถกลับไปทำงานเดิมได้ ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือการทำงาน และค่าใช้จ่ายเดินทางระหว่างการฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ลูกจ้างที่สนใจใช้สิทธินี้ควรแจ้งความประสงค์กับสำนักงานประกันสังคมพร้อมใบรับรองแพทย์ตั้งแต่ช่วงต้นของการรักษา เพื่อให้การวางแผนฟื้นฟูสอดคล้องกับสภาพร่างกายและสามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วที่สุด
โดยหลักลูกจ้างควรยื่นคำขอรับเงินทดแทนภายใน 180 วันนับแต่วันที่ประสบอันตรายหรือทราบว่าเจ็บป่วยจากการทำงาน หากมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถยื่นได้ทันภายในกำหนด เช่น ต้องรักษาตัวในภาวะโคม่าเป็นเวลานาน หรือไม่ทราบว่าตนมีสิทธิเนื่องจากนายจ้างปกปิดข้อมูล ลูกจ้างสามารถชี้แจงเหตุผลประกอบการยื่นคำร้องล่าช้าต่อสำนักงานประกันสังคมเพื่อขอให้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษได้ แต่ไม่มีการรับประกันว่าจะได้รับการผ่อนผันเสมอไป จึงควรยื่นคำร้องโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และปรึกษาทนายความหากไม่แน่ใจว่ายังอยู่ในกำหนดเวลาหรือไม่
การพิจารณาว่ากิจกรรมนอกสถานที่ เช่น งานเลี้ยงประจำปีหรือทริปท่องเที่ยวบริษัท ถือเป็นการทำงานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่ากิจกรรมนั้นเป็นไปตามคำสั่งหรือนโยบายของนายจ้างและมีลักษณะบังคับหรือเกี่ยวข้องกับการทำงานหรือไม่ หากนายจ้างกำหนดให้ลูกจ้างต้องเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน เช่น การอบรมสัมมนาประจำปีที่มีการเช็คชื่อ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นมักถือเป็นอันตรายจากการทำงาน แต่หากเป็นกิจกรรมสันทนาการตามความสมัครใจล้วนๆ ที่ลูกจ้างไปหรือไม่ไปก็ได้โดยไม่มีผลต่อการทำงาน อาจไม่เข้าข่ายความคุ้มครอง แต่ละกรณีต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเฉพาะ ลูกจ้างที่ประสบเหตุลักษณะนี้ควรรวบรวมหลักฐาน เช่น หนังสือเชิญหรือประกาศบริษัทที่แสดงว่าเป็นกิจกรรมภาคบังคับ
แรงงานต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมายและมีนายจ้างขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานประกันสังคมได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนเช่นเดียวกับแรงงานไทยทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนขาดรายได้ หรือเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพและเสียชีวิต หากแรงงานต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องอาจมีความซับซ้อนในการเบิกจ่าย แต่โดยหลักสิทธิได้รับเงินทดแทนยังคงมีอยู่เนื่องจากเป็นการคุ้มครองในฐานะลูกจ้างที่ทำงานจริงให้แก่นายจ้าง แรงงานต่างด้าวที่ประสบอันตรายควรติดต่อองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือด้านแรงงานหรือทนายความเพื่อดำเนินการยื่นคำร้องอย่างถูกต้อง
อัตราค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างและเพดานค่าจ้างรายเดือนที่ใช้เป็นฐานคำนวณกำหนดไว้ในกฎกระทรวงซึ่งสามารถปรับปรุงเป็นระยะโดยกระทรวงแรงงานเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป ลูกจ้างและนายจ้างจึงควรตรวจสอบอัตราที่ใช้บังคับ ณ วันที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่วันที่ยื่นคำร้อง เนื่องจากการคำนวณเงินทดแทนอ้างอิงจากกฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้ในขณะเกิดเหตุ หากมีการประกาศปรับปรุงอัตราใหม่ในภายหลังจะไม่มีผลย้อนหลังไปยังกรณีที่เกิดขึ้นก่อนวันบังคับใช้ ผู้ที่ต้องการทราบอัตราที่แน่นอนควรตรวจสอบประกาศกระทรวงแรงงานหรือสอบถามสำนักงานประกันสังคมโดยตรง
ทนายความสามารถช่วยประเมินว่ากรณีที่เกิดขึ้นเข้าข่ายอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานตามกฎหมายหรือไม่ ช่วยรวบรวมและจัดเตรียมพยานหลักฐานทางการแพทย์และพยานบุคคลให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำร้อง ช่วยร่างหนังสืออุทธรณ์คำวินิจฉัยที่ไม่เป็นธรรมต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน และเป็นตัวแทนดำเนินคดีต่อศาลแรงงานหากต้องฟ้องร้องต่อไป นอกจากนี้ทนายความยังช่วยประเมินว่ามีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายทางละเมิดเพิ่มเติมจากนายจ้างหรือบุคคลที่สามหรือไม่ควบคู่ไปกับการเรียกเงินทดแทน ผู้ที่เผชิญกับการปฏิเสธจ่ายเงินทดแทนหรือได้รับเงินทดแทนต่ำกว่าที่ควรจึงควรปรึกษาทนายความที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายแรงงานตั้งแต่ระยะแรก
พระราชบัญญัติเงินทดแทนคุ้มครองลูกจ้างทุกประเภทที่มีนิติสัมพันธ์เป็นลูกจ้างกับนายจ้างตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างทดลองงาน ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างรายเดือน หรือลูกจ้างชั่วคราวตามฤดูกาล โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องอายุงานขั้นต่ำหรือการผ่านทดลองงานก่อน แม้นายจ้างยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนลูกจ้างรายนั้นกับสำนักงานประกันสังคมก็ไม่ทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิ เพราะหน้าที่ขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบเป็นของนายจ้าง หากนายจ้างปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่ายังอยู่ระหว่างทดลองงานหรือเป็นเพียงลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างควรยื่นคำร้องต่อสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่โดยตรงพร้อมหลักฐานการจ้างงาน เช่น สลิปค่าจ้าง หรือคำสั่งงาน เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่วินิจฉัยสิทธิและไล่เบี้ยเงินสมทบย้อนหลังจากนายจ้างต่อไป
หากอุบัติเหตุเกิดจากความประมาทของบุคคลภายนอก เช่น ผู้ขับขี่ยานพาหนะชนระหว่างลูกจ้างเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ หรือผู้รับเหมารายอื่นในสถานที่ก่อสร้างเดียวกันทำให้เกิดอันตราย ลูกจ้างมีสิทธิสองทางควบคู่กัน คือรับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด และฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนทางละเมิดจากบุคคลที่สามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งครอบคลุมความเสียหายที่กว้างกว่า เช่น ค่าเสียหายทางจิตใจและค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในอนาคต แต่กฎหมายกำหนดหลักป้องกันการได้รับชดใช้ซ้ำซ้อน กล่าวคือจำนวนเงินทดแทนที่ได้รับจากกองทุนจะถูกนำไปหักออกจากค่าเสียหายที่ได้รับจากคดีละเมิด หรือสำนักงานประกันสังคมอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาคืนจากผู้กระทำละเมิดในภายหลัง ลูกจ้างจึงควรแจ้งข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ทนายความทราบตั้งแต่ต้นเพื่อวางแผนดำเนินคดีทั้งสองทางให้สอดคล้องกันและไม่เสียสิทธิเรียกร้องจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ ลูกจ้างหรือญาติควรรีบรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วนที่สุดเท่าที่ทำได้ เริ่มจากใบรับรองแพทย์และเวชระเบียนที่ระบุอาการบาดเจ็บและสาเหตุอย่างชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการทำงาน ภาพถ่ายหรือวิดีโอสถานที่เกิดเหตุ เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และสภาพบาดแผล บันทึกชื่อและเบอร์ติดต่อของพยานที่เห็นเหตุการณ์ สำเนาบัตรพนักงานหรือสัญญาจ้างเพื่อยืนยันความเป็นลูกจ้าง สลิปเงินเดือนย้อนหลังอย่างน้อยสามเดือนเพื่อใช้คำนวณฐานค่าจ้าง หนังสือแจ้งการประสบอันตรายที่นายจ้างยื่นต่อสำนักงานประกันสังคม และหากมีการแจ้งความไว้ควรขอสำเนาบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจด้วย การเก็บหลักฐานที่ครบถ้วนตั้งแต่ต้นช่วยลดข้อโต้แย้งเรื่องสาเหตุและความรุนแรงของการบาดเจ็บ และเป็นประโยชน์อย่างมากหากต้องยื่นอุทธรณ์หรือฟ้องร้องในภายหลัง
การที่นายจ้างข่มขู่ กดดัน หรือหลอกลวงให้ลูกจ้างที่บาดเจ็บจากการทำงานลงชื่อในหนังสือลาออกหรือหนังสือสละสิทธิเรียกร้องเงินทดแทน ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและอาจเข้าข่ายการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานหากพิสูจน์ได้ว่าลูกจ้างถูกบีบให้ลาออกโดยไม่สมัครใจอย่างแท้จริง เนื่องจากสิทธิรับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทนเป็นสิทธิตามกฎหมายที่ลูกจ้างไม่สามารถสละหรือตกลงยกเว้นล่วงหน้าได้ แม้จะมีการลาออกเกิดขึ้นจริงก็ไม่ตัดสิทธิรับเงินทดแทนสำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก่อนวันลาออก ลูกจ้างที่ถูกกดดันควรปฏิเสธการลงนามในเอกสารใดๆ ที่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ บันทึกการสนทนาหรือข้อความที่แสดงเจตนากดดันของนายจ้างไว้เป็นหลักฐาน และรีบปรึกษาทนายความหรือร้องเรียนต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่เพื่อคุ้มครองทั้งสิทธิเงินทดแทนและสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้อง
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- กองทุนเงินทดแทนคืออะไรและใครมีสิทธิ
- ต้องแจ้งอุบัติเหตุจากการทำงานภายในกี่วัน
- ค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนเงินทดแทนครอบคลุมเท่าใด
- ค่าทดแทนกรณีหยุดงานเพราะบาดเจ็บคำนวณอย่างไร
- สูญเสียอวัยวะจากการทำงานได้รับค่าทดแทนอย่างไร
- ลูกจ้างเสียชีวิตจากการทำงาน ทายาทได้รับค่าทดแทนอะไรบ้าง
- อุบัติเหตุระหว่างเดินทางไปกลับที่ทำงานนับเป็นอันตรายจากการทำงานหรือไม่
- นายจ้างไม่ยอมแจ้งอุบัติเหตุหรือปฏิเสธว่าไม่ใช่อุบัติเหตุจากงาน ลูกจ้างทำอย่างไร
- ไม่พอใจคำวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคมอุทธรณ์ได้อย่างไร
- นอกจากเงินทดแทนแล้วสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายทางละเมิดเพิ่มได้หรือไม่
- ลูกจ้างของผู้รับเหมาช่วงได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนหรือไม่
- อุบัติเหตุที่เกิดจากลูกจ้างเมาสุราหรือจงใจทำร้ายตัวเองยังได้รับเงินทดแทนหรือไม่
- โรคจากการทำงานสะสมเป็นเวลานาน เช่น โรคปอดจากฝุ่น เรียกร้องเงินทดแทนได้หรือไม่
- นายจ้างแจ้งค่าจ้างต่ำกว่าความเป็นจริงต่อประกันสังคมกระทบสิทธิเงินทดแทนหรือไม่
- ทุพพลภาพชั่วคราวกับทุพพลภาพถาวรต่างกันอย่างไรในการรับเงินทดแทน
- นายจ้างรายเล็กที่ไม่เคยขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทนต้องรับผิดชอบอย่างไรเมื่อลูกจ้างบาดเจ็บ
- อาการทางจิตใจหลังประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจากงานเรียกร้องเงินทดแทนได้หรือไม่
- มีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อกลับไปทำงานหรือไม่
- พลาดกำหนดเวลายื่นคำร้องขอเงินทดแทนสามารถขอขยายเวลาได้หรือไม่
- เงินทดแทนกับสิทธิประกันสังคมกรณีเจ็บป่วยทั่วไปต่างกันอย่างไร
- บาดเจ็บระหว่างกิจกรรมนอกสถานที่ที่บริษัทจัดขึ้น เช่น งานเลี้ยงประจำปี ถือเป็นการทำงานหรือไม่
- แรงงานต่างด้าวที่ทำงานถูกกฎหมายในไทยได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนหรือไม่
- อัตราค่าทดแทนและเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณมีการปรับปรุงหรือไม่
- ทนายความช่วยอะไรได้บ้างในคดีพิพาทเรื่องเงินทดแทน
- ลูกจ้างทดลองงานหรือรายวันประสบอุบัติเหตุมีสิทธิเบิกเงินทดแทนหรือไม่
- บุคคลภายนอกทำให้ลูกจ้างบาดเจ็บระหว่างทำงาน ฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้หรือไม่
- หลังเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานควรรวบรวมเอกสารและหลักฐานอะไรบ้าง
- นายจ้างกดดันให้ลาออกหลังลูกจ้างบาดเจ็บจากการทำงาน ทำได้หรือไม่
หัวข้ออื่น