FAQ
งานก่อสร้างชำรุด ผู้รับเหมาทิ้งงาน และการเรียกร้องตามสัญญาจ้างก่อสร้าง
ข้อพิพาทงานก่อสร้างมักเกิดจากงวดงานที่ตรวจรับไม่ตรงกัน แบบที่แก้กลางทางโดยไม่ทำเอกสาร และความชำรุดที่ปรากฏหลังส่งมอบ กลุ่มคำถามนี้เรียงลำดับจากการเก็บหลักฐานหน้างาน การใช้เงื่อนไขในสัญญาให้เป็นประโยชน์ การเรียกให้แก้ไขงาน ไปจนถึงทางเลือกเมื่อผู้รับเหมาหยุดงานกลางโครงการ พร้อมประเด็นที่ทำให้ฝ่ายเจ้าของงานเสียเปรียบเอง
15 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
พบงานชำรุดควรทำอะไรก่อน
บันทึกสภาพด้วยภาพและวิดีโอที่เห็นตำแหน่งชัดพร้อมวันเวลา ทำรายการจุดชำรุดแยกเป็นข้อ ๆ อ้างอิงแบบและรายการประกอบแบบ แล้วส่งหนังสือแจ้งให้ผู้รับเหมาเข้าแก้ไขภายในกำหนดที่สมเหตุสมผล สิ่งที่ไม่ควรทำคือจ้างผู้อื่นเข้าแก้ทันทีโดยยังไม่แจ้ง เพราะจะทำให้ยากในการพิสูจน์ว่าความชำรุดเกิดจากง
บันทึกสภาพด้วยภาพและวิดีโอที่เห็นตำแหน่งชัดพร้อมวันเวลา ทำรายการจุดชำรุดแยกเป็นข้อ ๆ อ้างอิงแบบและรายการประกอบแบบ แล้วส่งหนังสือแจ้งให้ผู้รับเหมาเข้าแก้ไขภายในกำหนดที่สมเหตุสมผล สิ่งที่ไม่ควรทำคือจ้างผู้อื่นเข้าแก้ทันทีโดยยังไม่แจ้ง เพราะจะทำให้ยากในการพิสูจน์ว่าความชำรุดเกิดจากงานของใคร
ข้อกำหนดงวดงานและเงื่อนไขการตรวจรับ ข้อกำหนดระยะเวลาและค่าปรับความล่าช้า ข้อกำหนดการรับประกันผลงานหลังส่งมอบ ข้อกำหนดการเปลี่ยนแปลงงานและวิธีคิดราคางานเพิ่มลด ข้อกำหนดการบอกเลิกสัญญา และข้อกำหนดหลักประกัน เมื่อสัญญาเขียนชัดในหกข้อนี้ ข้อพิพาทมักจบด้วยการเจรจาบนเอกสาร ไม่ต้องไปสู้เรื่องความเข้าใจในศาล
ได้ เพราะความผูกพันเกิดจากการตกลงและการทำงานจริง แต่ต้องอาศัยหลักฐานอื่นแทนสัญญา เช่น ใบเสนอราคา ข้อความสนทนาที่ตกลงเนื้องานและราคา หลักฐานการโอนเงินตามงวด รูปถ่ายความคืบหน้า และรายการวัสดุที่สั่งซื้อ คดีลักษณะนี้ใช้เวลามากกว่า เพราะต้องพิสูจน์ทั้งขอบเขตงานที่ตกลงและมาตรฐานที่พึงคาดหมาย
ขึ้นกับว่ามีการตกลงงานเพิ่มไว้อย่างไร ถ้าสัญญากำหนดให้การเปลี่ยนแปลงต้องทำเป็นหนังสือ แต่ทั้งสองฝ่ายสั่งงานกันด้วยวาจาแล้วทำจริง ศาลมักพิจารณาพฤติการณ์ประกอบ ทางที่ลดข้อพิพาทได้มากที่สุดคือออกใบสั่งงานเพิ่มทุกครั้งพร้อมราคาและผลต่อระยะเวลา แล้วให้ทั้งสองฝ่ายลงนามก่อนเริ่มงานส่วนนั้น
ใช้เกณฑ์ตรวจรับตามสัญญาเป็นตัวชี้ แล้วออกหนังสือระบุรายการที่ยังไม่ครบตามงวดนั้นเป็นข้อ ๆ พร้อมภาพประกอบ หากงานส่วนใหญ่ครบและเหลือรายการย่อย แนวปฏิบัติที่เป็นธรรมคือจ่ายตามสัดส่วนงานที่ตรวจรับได้และกันยอดสำหรับส่วนที่ค้างไว้ การปฏิเสธจ่ายทั้งงวดโดยไม่ระบุเหตุผลเป็นข้อที่ฝ่ายผู้รับเหมามักใช้อ้างเพื่อหยุดงาน
ส่งหนังสือเรียกให้กลับเข้าทำงานภายในกำหนด บันทึกสภาพหน้างานและวัสดุคงเหลือโดยมีพยาน ตรวจเงื่อนไขการบอกเลิกในสัญญาแล้วบอกเลิกตามขั้นตอนที่กำหนด ประเมินมูลค่างานที่ทำแล้วเทียบกับเงินที่จ่ายไป จัดหาผู้รับเหมารายใหม่พร้อมทำบันทึกราคาเปรียบเทียบ แล้วเรียกส่วนต่างและค่าเสียหายจากรายเดิม ลำดับนี้ทำให้ตัวเลขที่เรียกมีที่มาชัด
คิดตามอัตราที่ระบุในสัญญาและเฉพาะช่วงที่ล่าช้าเพราะเหตุของผู้รับเหมา ช่วงที่ล่าช้าเพราะเจ้าของงานส่งมอบพื้นที่ช้า แก้แบบ หรืออนุมัติวัสดุช้า ต้องหักออก การนำไปหักจากงวดทำได้เมื่อสัญญาให้สิทธิไว้ และควรมีหนังสือแจ้งการหักพร้อมวิธีคำนวณ ถ้าหักโดยไม่มีฐานในสัญญาจะกลายเป็นข้อที่ผู้รับเหมาใช้ฟ้องกลับ
โดยทั่วไปครอบคลุมความชำรุดที่เกิดจากฝีมือแรงงานและวัสดุที่ผิดข้อกำหนด แต่ไม่ครอบคลุมความเสียหายจากการใช้งานผิดวิธี การดัดแปลงภายหลัง หรือการขาดการบำรุงรักษาตามคู่มือ ควรแยกระยะรับประกันของงานโครงสร้างออกจากงานระบบและงานตกแต่ง เพราะอายุการใช้งานต่างกัน และควรระบุวิธีแจ้งเคลมกับกรอบเวลาเข้าแก้ไขไว้ในสัญญาให้ชัด
ถ้าข้อพิพาทเกี่ยวกับสาเหตุของความชำรุด เช่น รอยร้าว การรั่วซึม หรือการทรุดตัว ควรมีรายงานจากผู้มีคุณวุฒิทางวิศวกรรมที่ระบุวิธีตรวจ ผลตรวจ และสาเหตุที่เป็นไปได้ รายงานที่มีน้ำหนักจะแยกข้อเท็จจริงที่ตรวจพบออกจากความเห็น ส่วนข้อพิพาทที่เป็นเรื่องปริมาณงานหรือรายการที่ยังไม่ทำ มักใช้เอกสารงวดงานและภาพถ่ายก็เพียงพอ
เงินประกันผลงานที่หักไว้ตามงวดใช้เป็นแหล่งชำระค่าแก้ไขเมื่อผู้รับเหมาไม่เข้าแก้ภายในกำหนด โดยต้องมีหนังสือแจ้งและรายละเอียดค่าใช้จ่ายรองรับ ส่วนหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินเรียกใช้ได้ตามเงื่อนไขที่ระบุในหนังสือนั้นเท่านั้น จึงควรตรวจวันหมดอายุของหนังสือค้ำประกันให้ครอบคลุมถึงสิ้นระยะรับประกันผลงาน
หลักคือคู่สัญญาของเจ้าของงานเป็นผู้รับเหมาหลัก จึงไม่ต้องจ่ายซ้ำให้ผู้รับเหมาช่วงที่ตนไม่ได้ว่าจ้าง แต่ในทางปฏิบัติมักเกิดแรงกดดันหน้างานเมื่อรายย่อยไม่ได้รับเงิน แนวทางที่ลดความเสี่ยงคือกำหนดในสัญญาให้ผู้รับเหมาหลักแสดงหลักฐานการชำระเงินแก่รายย่อยก่อนรับงวดถัดไป และเก็บรายชื่อผู้รับเหมาช่วงที่เข้าทำงานไว้ตลอดโครงการ
ดูข้อสัญญาก่อนว่าผูกให้ใช้อนุญาโตตุลาการไว้หรือไม่ เพราะถ้าผูกไว้จะฟ้องศาลไม่ได้โดยตรง ข้อพิพาทที่ตัวเลขไม่สูงและยังต้องใช้งานอาคารต่อ การเจรจาโดยมีรายการแก้ไขและกำหนดเวลาชัดมักจบเร็วที่สุด ข้อพิพาทที่ต่างกันเรื่องสาเหตุความชำรุดหรือมูลค่าสูง มักต้องเข้าสู่กระบวนการที่มีการสืบพยานผู้เชี่ยวชาญเต็มรูปแบบ
มี และต่างกันตามฐานที่ใช้เรียกร้อง ทั้งการเรียกตามสัญญา การเรียกเพราะความชำรุดบกพร่อง และการเรียกค่าเสียหายจากการละเมิด บางฐานเริ่มนับจากวันส่งมอบ บางฐานเริ่มนับจากวันที่พบความชำรุด การส่งหนังสือแจ้งทันทีที่พบและเก็บหลักฐานการส่งไว้ จึงสำคัญต่อการรักษาสิทธิมากกว่าการรอให้แก้ไขจนครบก่อนแล้วจึงเริ่มนับ
สัญญาจ้างและเอกสารแนบทั้งชุด แบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบ ใบเสนอราคาและตารางงวดงาน เอกสารตรวจรับแต่ละงวดพร้อมหลักฐานการจ่าย ใบสั่งงานเพิ่มลดทั้งหมด หนังสือโต้ตอบและข้อความสนทนาที่เกี่ยวกับงาน ภาพถ่ายตามช่วงเวลา และรายงานตรวจสอบถ้ามี ชุดนี้พอให้ประเมินฐานการเรียกร้องและตัวเลขที่เรียกได้ในรอบเดียว
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- พบงานชำรุดควรทำอะไรก่อน
- ข้อสัญญาใดที่ใช้ได้จริงเมื่อเกิดข้อพิพาท
- ถ้าไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเลย เรียกร้องได้ไหม
- แก้แบบกลางทางแล้วราคาบานปลาย ใครรับผิด
- ผู้รับเหมาเรียกเงินงวดที่เจ้าของงานเห็นว่ายังไม่เสร็จ ทำอย่างไร
- ผู้รับเหมาทิ้งงานกลางโครงการ ควรทำอย่างไรตามลำดับ
- ค่าปรับความล่าช้าคิดได้เท่าไรและหักจากงวดได้ไหม
- ระยะรับประกันผลงานครอบคลุมอะไร
- ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหรือไม่
- เงินประกันผลงานและหลักประกันสัญญาใช้อย่างไร
- งานที่ทำผิดแบบที่ยื่นขออนุญาตมีผลอะไรเพิ่ม
- ผู้รับเหมาช่วงหรือคนงานมาเรียกเงินจากเจ้าของงานได้ไหม
- ควรเจรจา ใช้อนุญาโตตุลาการ หรือฟ้องศาล
- มีกรอบเวลาในการเรียกร้องหรือไม่
- ควรเตรียมเอกสารอะไรมาให้ทีมกฎหมายตรวจ
หัวข้ออื่น