FAQ
จ้างจัดทำเงินเดือนภายนอกและการรักษาความลับข้อมูลพนักงาน
คำถามของเจ้าของธุรกิจและฝ่ายบุคคลที่กำลังย้ายงานคำนวณเงินเดือนออกไปให้ผู้ให้บริการภายนอก ครอบคลุมขอบเขตงานที่ควรตกลง การส่งมอบข้อมูลอย่างปลอดภัย ความรับผิดเมื่อยื่นแบบผิด และการวางสิทธิการเข้าถึงข้อมูลค่าจ้างให้แคบที่สุดเท่าที่งานต้องการ
14 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
ขอบเขตงานที่ควรระบุในข้อตกลงมีอะไร
ระบุให้ชัดว่าใครคำนวณค่าจ้าง ใครจัดทำสลิป ใครยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายและแบบเงินสมทบประกันสังคม ใครจัดทำไฟล์โอนเงินเข้าธนาคาร และใครเก็บทะเบียนลูกจ้าง กำหนดวันตัดรอบ วันส่งข้อมูลเข้า และวันส่งผลลัพธ์กลับ เพื่อให้ทุกฝ่ายรู้ว่างานหยุดรอใครเมื่อข้อมูลเข้ามาช้า
ระบุให้ชัดว่าใครคำนวณค่าจ้าง ใครจัดทำสลิป ใครยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายและแบบเงินสมทบประกันสังคม ใครจัดทำไฟล์โอนเงินเข้าธนาคาร และใครเก็บทะเบียนลูกจ้าง กำหนดวันตัดรอบ วันส่งข้อมูลเข้า และวันส่งผลลัพธ์กลับ เพื่อให้ทุกฝ่ายรู้ว่างานหยุดรอใครเมื่อข้อมูลเข้ามาช้า
หน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องรับผิดต่อหน่วยจัดเก็บภาษีและกองทุนประกันสังคมอยู่ที่นายจ้างซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ยื่น ส่วนผู้ให้บริการรับผิดตามข้อตกลงหากความผิดพลาดเกิดจากการคำนวณหรือยื่นไม่ตรงข้อมูลที่ได้รับ ทางปฏิบัติที่ลดข้อพิพาทคือกำหนดให้มีการยืนยันยอดก่อนยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรทุกงวด และเก็บหลักฐานการยืนยันนั้นไว้
ข้อมูลตั้งต้นได้แก่ ทะเบียนลูกจ้างพร้อมเลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขประกันสังคม อัตราค่าจ้าง เงื่อนไขสวัสดิการ วันเริ่มงาน เลขบัญชีธนาคาร และค่าลดหย่อนที่พนักงานแจ้ง ส่วนข้อมูลรายงวดได้แก่ เวลาทำงาน ล่วงเวลา การลา โบนัส และรายการหักต่าง ๆ ยิ่งกำหนดรูปแบบไฟล์ตายตัวเท่าไร โอกาสตกหล่นระหว่างเดือนยิ่งน้อยลง
ไม่ควร เพราะไฟล์ค้างอยู่ในอุปกรณ์หลายเครื่องและควบคุมผู้เห็นไม่ได้ ควรใช้พื้นที่แชร์ที่กำหนดสิทธิรายบุคคล ตั้งรหัสเปิดไฟล์และส่งรหัสแยกช่องทาง กำหนดอายุลิงก์ และเก็บบันทึกว่าใครเปิดไฟล์เมื่อใด แนวทางนี้ตรงกับหน้าที่จัดให้มีมาตรการปลอดภัยที่เหมาะสมซึ่งกฎหมายด้านข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้
การจัดทำเงินเดือนและการยื่นแบบตามกฎหมายอาศัยฐานการปฏิบัติตามสัญญาจ้างและฐานหน้าที่ตามกฎหมายเป็นหลัก จึงไม่ต้องพึ่งความยินยอมเป็นรายครั้ง สิ่งที่ต้องทำคือแจ้งพนักงานในประกาศความเป็นส่วนตัวว่ามีการใช้ผู้ประมวลผลภายนอก ระบุประเภทข้อมูล วัตถุประสงค์ และระยะเวลาเก็บ พร้อมทำข้อตกลงกับผู้ประมวลผลให้ครอบคลุมหน้าที่รักษาความปลอดภัย
จำกัดเท่าที่งานต้องการจริง โดยทั่วไปคือผู้อนุมัติจ่าย ผู้จัดทำข้อมูลเข้า และผู้ตรวจสอบ ผู้บังคับบัญชาสายงานควรเห็นเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการประเมิน ไม่ใช่ตารางรวมทั้งบริษัท ตั้งบัญชีผู้ใช้แยกรายบุคคลแทนการใช้บัญชีกลางร่วมกัน และทบทวนสิทธิทุกครั้งที่มีการโยกย้ายหรือลาออกภายในสัปดาห์เดียวกัน
ทางที่ควบคุมได้ดีที่สุดคือระบบที่พนักงานล็อกอินดูของตนเอง รองลงมาคือไฟล์ที่ตั้งรหัสเฉพาะบุคคลส่งเข้าอีเมลที่บริษัทออกให้ หลีกเลี่ยงการพิมพ์วางไว้ที่โต๊ะหรือส่งเป็นชุดเดียวให้หัวหน้าแจกต่อ หากยังใช้กระดาษให้ปิดผนึกและมีการลงชื่อรับ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าเอกสารถึงผู้รับที่ถูกต้อง
โดยประมาณ หลังปิดรอบเวลาทำงานและได้ข้อมูลครบ การคำนวณและส่งยอดให้ตรวจใช้เวลาไม่กี่วันทำการ จากนั้นต้องเผื่อเวลาให้ผู้มีอำนาจอนุมัติและธนาคารดำเนินการก่อนวันจ่าย ส่วนการยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินสมทบมีกำหนดรายเดือนของตนเอง การวางปฏิทินย้อนกลับจากวันจ่ายจริงช่วยให้ไม่ต้องเร่งในวันสุดท้าย
ขอข้อมูลสะสมตั้งแต่ต้นปีของพนักงานทุกคน ได้แก่ รายได้สะสม ภาษีหักสะสม เงินสมทบสะสม และค่าลดหย่อนที่ใช้ เพื่อให้การคำนวณภาษีที่เหลือของปีต่อเนื่องไม่ผิดพลาด พร้อมสำเนาแบบที่ยื่นแล้วและหลักฐานการชำระ ควรทำงานคู่ขนานหนึ่งงวดเพื่อเทียบผลลัพธ์ก่อนตัดสวิตช์ทั้งหมด จะช่วยจับส่วนต่างได้ก่อนถึงมือพนักงาน
เอกสารที่ใช้ประกอบการบันทึกบัญชีและการยื่นภาษีอยู่ในกรอบการเก็บเอกสารทางบัญชีตามกฎหมายบัญชี ส่วนทะเบียนลูกจ้างและเอกสารด้านแรงงานมีกรอบของตนเองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แนวทางที่ปลอดภัยคือกำหนดตารางการเก็บและการทำลายเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่เก็บไว้ไม่จำกัดเวลา เพราะข้อมูลที่ไม่จำเป็นแล้วคือความเสี่ยงที่ไม่ได้สร้างประโยชน์
ควรให้ฝ่ายบุคคลหรือผู้ที่บริษัทมอบหมายเป็นผู้ตอบ ไม่ใช่ผู้ให้บริการภายนอกติดต่อพนักงานโดยตรง เพราะบริษัทเป็นผู้รู้เงื่อนไขการจ้างและนโยบายสวัสดิการ วางช่องทางรับเรื่องเดียวและกรอบเวลาตอบกลับไว้ให้ชัด ส่วนผู้ให้บริการทำหน้าที่อธิบายวิธีคำนวณและแก้ไขยอดในงวดถัดไปเมื่อยืนยันแล้วว่าคลาดเคลื่อนจริง
มี ต้องดูสถานะถิ่นที่อยู่เพื่อกำหนดวิธีคำนวณภาษี ตรวจว่าตำแหน่งตรงกับใบอนุญาตทำงานที่ได้รับ และดูว่าเงินได้ส่วนที่จ่ายจากต่างประเทศเข้าข่ายต้องนำมารวมหรือไม่ หากมีความตกลงเพื่อเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับประเทศต้นทาง ต้องอ่านเงื่อนไขการยกเว้นเป็นรายกรณี ควรตรวจสอบข้อมูลกับกรมสรรพากรก่อนตั้งค่าในระบบเงินเดือน
แยกหน้าที่ระหว่างผู้เพิ่มรายชื่อพนักงาน ผู้อนุมัติอัตราค่าจ้าง และผู้อนุมัติโอนเงิน อย่าให้คนเดียวทำครบวงจร กำหนดให้การเพิ่มรายชื่อใหม่ต้องมีสัญญาจ้างและสำเนาบัตรแนบ สอบทานบัญชีธนาคารที่ซ้ำกันหลายคน และให้ผู้บริหารสุ่มตรวจรายชื่อเทียบกับหน่วยงานจริงทุกไตรมาส จุดนี้เป็นการควบคุมภายในที่ต้นทุนต่ำแต่ได้ผลสูง
เรารับคำนวณค่าจ้างและรายการหัก จัดทำสลิปในรูปแบบที่ควบคุมการเข้าถึง เตรียมไฟล์โอนเงินสำหรับให้ผู้มีอำนาจอนุมัติ ยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินสมทบประกันสังคมตามกำหนดรายเดือน จัดทำหนังสือรับรองการหักภาษีให้พนักงาน และวางตารางการเก็บเอกสารพร้อมสิทธิการเข้าถึงให้ตรงกับข้อกำหนดด้านข้อมูลส่วนบุคคล
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ขอบเขตงานที่ควรระบุในข้อตกลงมีอะไร
- ถ้ายื่นแบบผิดใครรับผิด
- ต้องส่งข้อมูลอะไรให้ผู้ให้บริการ
- ส่งไฟล์เงินเดือนทางแชตได้ไหม
- ต้องขอความยินยอมพนักงานก่อนส่งข้อมูลออกไปหรือไม่
- ควรให้ใครในบริษัทเห็นตัวเลขเงินเดือนบ้าง
- ส่งสลิปเงินเดือนแบบใดปลอดภัยที่สุด
- รอบเดือนหนึ่งใช้เวลาเท่าใด
- ย้ายผู้ให้บริการกลางปีต้องเตรียมอะไร
- เอกสารเงินเดือนต้องเก็บนานเท่าใด
- พนักงานสอบถามยอดผิดควรให้ใครตอบ
- พนักงานต่างชาติมีจุดที่ต้องระวังเพิ่มไหม
- จะป้องกันการจ่ายให้พนักงานผี ได้อย่างไร
- สำนักงานรับงานส่วนใดของเงินเดือน
หัวข้ออื่น