FAQ
ธุรกิจรับเหมาบริการ รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน และงานซ่อมบำรุง บัญชี ค่าจ้าง และภาษี
คำถามของผู้ประกอบการที่ขายกำลังคนเป็นบริการ ทั้งงานรักษาความปลอดภัย งานทำความสะอาด และงานซ่อมบำรุงอาคาร ว่าใบอนุญาตอะไรจำเป็น ต้นทุนค่าจ้างต่อจุดควรคุมอย่างไร ภาษีหัก ณ ที่จ่ายกับภาษีมูลค่าเพิ่มคิดจากฐานใด และเอกสารชุดใดที่ผู้ว่าจ้างองค์กรใหญ่เรียกดูทุกครั้ง
14 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
ตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัยต้องมีใบอนุญาตอะไร
ธุรกิจรักษาความปลอดภัยเป็นกิจการที่ควบคุมโดยกฎหมายเฉพาะ บริษัทต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากนายทะเบียนในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องมีใบอนุญาตรายบุคคลซึ่งผูกกับวุฒิการศึกษาขั้นต่ำ การอบรมหลักสูตรที่รับรอง และประวัติอาชญากรรม การส่งคนที่ยังไม่มีใบ
ธุรกิจรักษาความปลอดภัยเป็นกิจการที่ควบคุมโดยกฎหมายเฉพาะ บริษัทต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากนายทะเบียนในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องมีใบอนุญาตรายบุคคลซึ่งผูกกับวุฒิการศึกษาขั้นต่ำ การอบรมหลักสูตรที่รับรอง และประวัติอาชญากรรม การส่งคนที่ยังไม่มีใบอนุญาตเข้าประจำจุดทำให้ทั้งบริษัทและผู้ว่าจ้างมีความเสี่ยงตามสัญญา
งานทำความสะอาดทั่วไปไม่มีใบอนุญาตเฉพาะเช่นเดียวกับงานรักษาความปลอดภัย แต่ยังต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือจัดตั้งนิติบุคคล แจ้งขึ้นทะเบียนเป็นนายจ้างไว้ที่สำนักงานประกันสังคม และปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยในการทำงานสำหรับงานที่ใช้สารเคมีหรือทำงานบนที่สูง เช่น งานเช็ดกระจกอาคารสูง ซึ่งต้องมีอุปกรณ์และการอบรมที่ตรวจสอบได้
ต้นทุนจริงต่อหนึ่งจุดต้องรวมค่าจ้างตามจำนวนกะ ชั่วโมงล่วงเวลาที่คาดไว้ เงินสมทบประกันสังคม กองทุนเงินทดแทน ค่าชุดและอุปกรณ์ วันหยุดพักผ่อนที่ต้องหาคนแทน และอัตราการลาออกที่ทำให้ต้องอบรมคนใหม่ กิจการที่ตั้งราคาจากค่าจ้างเปล่าแล้วบวกกำไรคงที่มักขาดทุนในเดือนที่มีคนลาออกสูง เพราะต้นทุนแฝงเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในสมการ
ค่าจ้างทำงานให้เข้าลักษณะค่าบริการซึ่งผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราสำหรับค่าบริการ โดยใช้ฐานเป็นมูลค่างานบริการที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม มิใช่ตัวเลขสุทธิบรรทัดท้ายของใบแจ้งหนี้ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือผู้ว่าจ้างหักจากยอดรวม ทำให้หนังสือรับรองการหักภาษีไม่ตรงกับที่เราบันทึกไว้ และต้องตามแก้ตอนยื่นแบบประจำปี
เมื่อเราเป็นผู้ให้บริการ พนักงานเป็นลูกจ้างของเรา มูลค่าบริการทั้งก้อนรวมส่วนที่เป็นค่าจ้างจึงอยู่ในฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม การแยกบรรทัดว่า ค่าจ้างพนักงาน ไม่ทำให้ส่วนนั้นหลุดจากฐานภาษี ต่างจากกรณีที่ลูกค้าจ้างพนักงานเองแล้วให้เราเพียงบริหารจัดการ ซึ่งฐานภาษีจะเหลือแค่ค่าบริหาร โครงสร้างสัญญาจึงกำหนดผลทางภาษีโดยตรง
ชั่วโมงทำงานปกติต่อวันและต่อสัปดาห์มีเพดานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน งานที่เกินกำหนดต้องได้รับค่าล่วงเวลาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และต้องมีความยินยอมของลูกจ้างเว้นแต่ลักษณะงานที่ยกเว้นไว้ การตกลงจ่ายเหมาเป็นรายเดือนโดยไม่แยกค่าล่วงเวลาไม่ตัดสิทธิลูกจ้าง เมื่อมีข้อพิพาทศาลจะคำนวณย้อนหลังจากบันทึกเวลาทำงานที่มีอยู่
ถ้าทีมที่ส่งต่อทำงานภายใต้การควบคุมของเราในทางข้อเท็จจริง กฎหมายอาจถือว่าเป็นลูกจ้างของเรา ทำให้เราต้องรับผิดเรื่องค่าจ้าง เงินสมทบ และค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง การมีเพียงสัญญาว่าจ้างเหมาไม่เพียงพอ หลักฐานที่ช่วยได้คือผู้รับเหมาช่วงมีเครื่องมือของตนเอง รับงานจากผู้ว่าจ้างรายอื่น และกำหนดวิธีทำงานเอง
ชุดพนักงานและของใช้สิ้นเปลืองอย่างน้ำยาและถุงมือเป็นค่าใช้จ่ายในรอบที่ใช้ ส่วนเครื่องมือที่มีอายุการใช้งานเกินหนึ่งปีและมูลค่าสูง เช่น เครื่องขัดพื้น เครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรม หรือชุดกล้องวงจรปิดที่เราเป็นเจ้าของ ให้ตั้งเป็นสินทรัพย์แล้วตัดค่าเสื่อมราคาตามอายุที่ประมาณไว้ การทำทะเบียนอุปกรณ์รายจุดยังช่วยเรียกคืนของเมื่อจบสัญญา
ชุดที่ถูกขอซ้ำที่สุดคือหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุด ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หลักฐานการนำส่งเงินสมทบประกันสังคมเดือนล่าสุด กรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม รายชื่อพนักงานที่ประจำจุดพร้อมใบอนุญาตรายบุคคลในงานรักษาความปลอดภัย และหลักฐานการอบรมความปลอดภัย การรวมชุดนี้ไว้พร้อมส่งช่วยให้ผ่านการคัดเลือกผู้ขายได้เร็วกว่าคู่แข่ง
ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและข้อเท็จจริงว่าความเสียหายเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือเหตุที่อยู่นอกความควบคุม สัญญามาตรฐานมักกำหนดวงเงินความรับผิดและข้อยกเว้นไว้ชัด ทางปฏิบัติที่ช่วยได้คือบันทึกเหตุการณ์ทันทีพร้อมภาพและพยาน แจ้งบริษัทประกันภายในกำหนดของกรมธรรม์ และไม่รับผิดชอบเป็นตัวเงินก่อนตรวจข้อเท็จจริงเสร็จ
การสิ้นสุดสัญญากับลูกค้าไม่ใช่การสิ้นสุดการจ้างโดยอัตโนมัติ ถ้าย้ายพนักงานไปประจำจุดอื่นในเงื่อนไขเดิมได้ การจ้างยังดำเนินต่อ แต่ถ้าเลิกจ้างเพราะไม่มีงานรองรับ ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานและแจ้งล่วงหน้าตามกฎหมาย การวางแผนกำลังคนสำรองระหว่างจุดจึงเป็นทั้งเรื่องต้นทุนและเรื่องความเสี่ยงทางกฎหมาย
ธุรกิจนี้จ่ายค่าจ้างทุกเดือนแต่เก็บเงินได้ตามรอบวางบิลที่อาจยาวกว่า ทางจัดการคือกำหนดวันวางบิลให้เร็วที่สุดหลังปิดยอดกะ ขอเงินประกันหรือเงินล่วงหน้าสำหรับจุดที่ต้องลงทุนอุปกรณ์ และทำประมาณการเงินสดรายสัปดาห์แยกตามลูกค้า เพราะการเสียลูกค้ารายใหญ่หนึ่งรายกระทบเงินสดทันทีในเดือนถัดไป
รายงานที่ทำให้ต่อสัญญาง่ายขึ้นคือจำนวนชั่วโมงที่ส่งมอบเทียบที่ตกลงไว้ อัตราการมาปฏิบัติงานตรงเวลา จำนวนครั้งที่ต้องหาคนแทน เหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในรอบเดือน และงานพิเศษที่ทำเพิ่มโดยไม่คิดเงิน ตัวเลขชุดนี้เปลี่ยนการเจรจาจากการต่อราคาเป็นการพูดถึงคุณภาพที่วัดได้ และยังใช้ภายในเพื่อดูว่าจุดใดกำลังขาดทุน
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัยต้องมีใบอนุญาตอะไร
- งานทำความสะอาดต้องขออนุญาตแบบเดียวกันไหม
- คิดต้นทุนต่อจุดบริการอย่างไรไม่ให้ขาดทุน
- ผู้ว่าจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดใด
- ต้องคิดภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าจ้างพนักงานที่ส่งไปด้วยไหม
- พนักงานที่ประจำจุดลูกค้าขึ้นประกันสังคมกับใคร
- จัดกะและคิดค่าล่วงเวลาอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
- ส่งงานต่อให้ทีมรับเหมาช่วงมีความเสี่ยงอะไร
- ค่าชุดและอุปกรณ์บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายหรือสินทรัพย์
- ลูกค้าองค์กรมักขอเอกสารชุดใด
- เกิดความเสียหายที่หน้างานใครรับผิด
- จบสัญญากับลูกค้าแล้วต้องจ่ายค่าชดเชยพนักงานไหม
- จ่ายค่าจ้างก่อนได้รับเงินจากลูกค้าจัดการกระแสเงินสดอย่างไร
- ตัวเลขใดควรรายงานให้ลูกค้าเห็นทุกเดือน
หัวข้ออื่น
ขึ้นทะเบียนกับเราในฐานะนายจ้างตามความเป็นจริงของการจ้าง แม้จะไปทำงานที่สถานที่ของลูกค้า สิ่งที่ต้องดูแลคือการแจ้งเข้าและแจ้งออกให้ทันกำหนด เพราะธุรกิจกำลังคนมีการสับเปลี่ยนสูง การแจ้งล่าช้าสะสมจนเกิดเงินเพิ่มเป็นปัญหาที่พบมาก การเชื่อมทะเบียนพนักงานกับตารางกะให้เป็นชุดเดียวช่วยลดความผิดพลาดนี้ได้จริง