FAQ
ฟ้องคู่กรณีที่อยู่ต่างประเทศ ส่งหมายอย่างไรและเขตอำนาจศาลอยู่ที่ไหน
รวมคำถามของธุรกิจและบุคคลที่คู่กรณีอยู่นอกราชอาณาจักร ทั้งการเลือกเขตอำนาจตามข้อสัญญา วิธีส่งหมายไปต่างประเทศผ่านช่องทางราชการ ระยะเวลาที่ต้องเผื่อไว้ การแปลเอกสารและรับรอง และผลของการที่จำเลยไม่มาศาลตามหมาย
10 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
คู่กรณีอยู่ต่างประเทศ ฟ้องที่ศาลไทยได้ไหม
ทำได้เมื่อมูลคดีเกิดในราชอาณาจักร หรือทรัพย์ที่พิพาทอยู่ในราชอาณาจักร หรือคู่สัญญาตกลงให้ศาลไทยมีเขตอำนาจไว้ในสัญญา จุดยึดอย่างใดอย่างหนึ่งนี้คือสิ่งที่ต้องบรรยายให้ชัดในคำฟ้องตั้งแต่ย่อหน้าแรก
ทำได้เมื่อมูลคดีเกิดในราชอาณาจักร หรือทรัพย์ที่พิพาทอยู่ในราชอาณาจักร หรือคู่สัญญาตกลงให้ศาลไทยมีเขตอำนาจไว้ในสัญญา จุดยึดอย่างใดอย่างหนึ่งนี้คือสิ่งที่ต้องบรรยายให้ชัดในคำฟ้องตั้งแต่ย่อหน้าแรก
ระบุศาลที่มีเขตอำนาจให้ชัดเป็นชื่อศาลหรือประเทศ ระบุกฎหมายที่ใช้บังคับ ระบุภาษาที่ใช้ในกระบวนพิจารณา และระบุที่อยู่สำหรับส่งคำบอกกล่าวของทั้งสองฝ่าย ข้อสัญญาที่เขียนกำกวมว่าจะใช้ศาลใดก็ได้ทำให้เกิดข้อโต้แย้งเรื่องเขตอำนาจซ้อนกันก่อนเข้าเนื้อหาคดีเสียเวลาหลายเดือน
ศาลจะส่งเอกสารผ่านช่องทางราชการ โดยประสานผ่านสำนักงานศาลยุติธรรมและกระทรวงการต่างประเทศไปยังหน่วยงานของประเทศปลายทาง ผู้ฟ้องต้องจัดคำแปลที่ถูกต้องและออกค่าใช้จ่ายในการนำส่งตามที่ศาลกำหนด การส่งเองทางไปรษณีย์โดยพลการมักถูกโต้แย้งว่าไม่ชอบ
การนำส่งข้ามประเทศใช้เวลาหลายเดือนขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางและความครบถ้วนของคำแปล ศาลจะกำหนดวันนัดโดยเผื่อระยะเวลานี้ไว้ ผู้ฟ้องที่คาดหวังไทม์ไลน์เหมือนคดีในประเทศมักผิดหวัง แผนงานคดีจึงควรตั้งจากวันที่ยืนยันการส่งสำเร็จ ไม่ใช่วันยื่นฟ้อง
ต้องแปลครบทุกหน้าโดยไม่สรุปย่อ ใช้คำศัพท์กฎหมายที่ตรงกับเนื้อหาต้นฉบับ และมีคำรับรองผู้แปลตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด บางประเทศเรียกเอกสารที่รับรองผ่านช่องทางการกงสุลหรือระบบอะโพสทิลเพิ่มเติม ซึ่งควรตรวจข้อกำหนดของประเทศนั้นก่อนจัดทำเพื่อไม่ต้องทำซ้ำ
เมื่อพิสูจน์ได้ว่าการส่งหมายชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้และอาจพิพากษาโดยจำเลยขาดนัด ประเด็นที่ต้องคิดต่อคือคำพิพากษานั้นจะนำไปบังคับในประเทศที่จำเลยมีทรัพย์ได้จริงหรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์การรับรองคำพิพากษาต่างประเทศของประเทศนั้น
สำหรับสัญญาข้ามประเทศ ข้อดีของอนุญาโตตุลาการคือคำชี้ขาดมักบังคับในต่างประเทศได้ง่ายกว่าคำพิพากษาของศาลรัฐหนึ่ง เพราะมีกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศรองรับ ข้อแลกเปลี่ยนคือค่าใช้จ่ายในกระบวนการที่คู่พิพาทต้องออกเอง จึงเหมาะกับข้อพิพาทที่มูลค่าสูงพอสมควร
ตรวจว่าคู่กรณีมีทรัพย์หรือกิจการอยู่ที่ใด มีบริษัทในเครือหรือสาขาในไทยที่อาจร่วมรับผิดหรือไม่ และประเทศที่ทรัพย์ตั้งอยู่มีเกณฑ์รับรองคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดอย่างไร ข้อมูลสามชิ้นนี้บอกได้ว่าควรฟ้องที่ไหนเพื่อให้เก็บเงินได้จริง ไม่ใช่ฟ้องที่สะดวกที่สุด
อย่าเพิกเฉยเพราะคิดว่าอยู่นอกเขตอำนาจ ควรตรวจว่าหมายที่ได้รับส่งมาโดยชอบหรือไม่ กำหนดเวลายื่นคำให้การของประเทศนั้นเป็นเท่าไร และคำพิพากษาที่อาจเกิดขึ้นจะกระทบทรัพย์สินหรือธุรกรรมการค้าของท่านอย่างไร การไม่ต่อสู้ทำให้เสียโอกาสยกข้อต่อสู้เรื่องเขตอำนาจซึ่งมักเป็นประเด็นที่ได้ผลที่สุด
เราวางกลยุทธ์เลือกเวทีข้อพิพาท ยกร่างคำฟ้องพร้อมบรรยายจุดยึดเขตอำนาจ จัดคำแปลและงานรับรองเอกสารให้ตรงข้อกำหนดของประเทศปลายทาง ติดตามสถานะการนำส่งหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประสานทนายความในประเทศที่ทรัพย์ตั้งอยู่เมื่อถึงขั้นบังคับตามคำพิพากษาหรือคำชี้ขาด
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- คู่กรณีอยู่ต่างประเทศ ฟ้องที่ศาลไทยได้ไหม
- ข้อสัญญาเลือกศาลควรเขียนอย่างไร
- ส่งหมายไปต่างประเทศทำอย่างไร
- ต้องเผื่อเวลานานเท่าไร
- คำแปลต้องได้มาตรฐานระดับไหน
- จำเลยต่างประเทศไม่มาศาลจะเป็นอย่างไร
- ควรเลือกอนุญาโตตุลาการแทนศาลหรือไม่
- ควรตรวจอะไรก่อนตัดสินใจฟ้องข้ามประเทศ
- ถูกฟ้องที่ศาลต่างประเทศควรทำอย่างไร
- ทีมช่วยงานส่วนนี้อย่างไร
หัวข้ออื่น