FAQ
ชนะคดีแล้วเก็บเงินได้จริง การสืบทรัพย์และการบังคับคดีตามคำพิพากษา
คำพิพากษาที่ชนะไม่ได้แปลว่าได้เงินทันที ขั้นที่ตัดสินผลจริงคือการค้นหาทรัพย์ที่ยังบังคับได้ การยึดหรืออายัดให้ถูกประเภททรัพย์ และการรักษาลำดับสิทธิเหนือเจ้าหนี้รายอื่น กลุ่มคำถามนี้อธิบายลำดับงานหลังศาลตัดสิน ข้อจำกัดของเวลา ทรัพย์ที่กฎหมายกันไว้ไม่ให้ยึด และทางเลือกเมื่อลูกหนี้ย้ายทรัพย์ออกไปก่อน
14 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
หลังศาลตัดสินให้เราชนะ ต้องทำอะไรก่อน
อ่านคำพิพากษาและคำบังคับว่าลูกหนี้ต้องทำอะไรภายในเมื่อใด ตรวจคำสั่งทุเลาหรืองดและขอหมายตามขั้นตอน ไม่จำเป็นรอถึงที่สุดทุกคดี การอุทธรณ์ไม่พักบังคับเองทุกกรณี พร้อมรวบรวมเบาะแสทรัพย์ตามสิทธิเข้าถึง ไม่ถือว่ามีหมายแล้วจะยึดได้ทันทีหรือได้เงินแน่นอน
อ่านคำพิพากษาและคำบังคับว่าลูกหนี้ต้องทำอะไรภายในเมื่อใด ตรวจคำสั่งทุเลาหรืองดและขอหมายตามขั้นตอน ไม่จำเป็นรอถึงที่สุดทุกคดี การอุทธรณ์ไม่พักบังคับเองทุกกรณี พร้อมรวบรวมเบาะแสทรัพย์ตามสิทธิเข้าถึง ไม่ถือว่ามีหมายแล้วจะยึดได้ทันทีหรือได้เงินแน่นอน
ใช้เอกสารสำนวนและทะเบียนตามเงื่อนไขหน่วยงานแต่ละแห่ง การมีคำพิพากษาไม่เปิดข้อมูลส่วนบุคคลทุกอย่าง ข้อมูลธนาคารต้องอาศัยช่องทางผู้มีอำนาจ ไม่ใช้รหัสผ่าน OTP หรือซื้อข้อมูลลับ การได้พยานผิดกฎหมายมีความเสี่ยงรับผิดและปัญหาการรับฟัง ไม่สรุปว่าศาลใช้ไม่ได้ทุกกรณีโดยอัตโนมัติ
ตามหลักปฏิบัติจะเริ่มจากทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินได้เร็วและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่ำ เช่น เงินในบัญชีหรือสิทธิเรียกร้องที่บุคคลที่สามค้างชำระ ส่วนอสังหาริมทรัพย์ให้ผลมากกว่าแต่กินเวลาและมีขั้นตอนประเมินราคา การเลือกลำดับควรดูยอดหนี้เทียบกับค่าใช้จ่ายที่ต้องวางล่วงหน้า ไม่ใช่ดูมูลค่าทรัพย์อย่างเดียว
ต้องจำแนกรายได้ ม.302(3) คุ้มครองส่วนเงินเดือนนอกภาครัฐ 20,000 บาทต่อเดือนหรือจำนวนที่เจ้าพนักงานเห็นสมควรโดยดูครอบครัวและผู้ที่อุปการะ ส่วนเงินภาครัฐตาม (2) ยกเว้นภายใต้กฎหมายเฉพาะ ไม่ใช้เพดานร้อยละเดียวกับเงินเดือน โบนัสและเงินออกจากงานทั้งหมด
เครื่องใช้ที่จำเป็นในการครองชีพตามสมควร เครื่องมือประกอบอาชีพในวงเงินที่กำหนด และทรัพย์เฉพาะที่กฎหมายยกเว้นไว้ การยึดทรัพย์กลุ่มนี้ไม่ทำให้ได้เงินเพิ่ม แต่ทำให้เรื่องถูกคัดค้านและอาจต้องรับผิดในความเสียหาย ควรคัดกรองก่อนนำเจ้าพนักงานออกไปยึด
ขอเพิกถอนตาม ม.237 เมื่อพิสูจน์องค์ประกอบการเสียเปรียบและความรู้ได้ กรณีให้เปล่าไม่ใช้เกณฑ์ความรู้ผู้รับเหมือนมีค่าตอบแทน ม.240 ใช้ 1 ปีจากรู้ต้นเหตุแห่งการเพิกถอนและ 10 ปีจากนิติกรรม ต้องไม่พ้นทั้งสองกรอบ ความเป็นญาติหรือโอนหลังฟ้องไม่ทำให้เป็นฉ้อฉลหรืออาญาเอง
โดยหลักความรับผิดจำกัดอยู่ที่นิติบุคคล เว้นแต่มีการค้ำประกันส่วนตัว มีการกระทำที่ทำให้ทรัพย์ของบริษัทเสียหายโดยฝ่าฝืนหน้าที่ หรือมีการใช้บริษัทเป็นเครื่องมือปิดบังธุรกรรม แต่ละเส้นทางต้องสร้างข้อเท็จจริงคนละชุด และควรประเมินก่อนว่ามีพยานหลักฐานพอที่จะเปิดคดีใหม่หรือไม่
ม.274 ระบุ 10 ปีจากวันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยอ่านประวัติชั้นศาลและแยกจากวันที่ถึงที่สุด หนี้รายงวดหรือในอนาคตดูวันที่อาจบังคับแต่ละส่วน การดำเนินต่อหลังครบเวลามีเงื่อนไขเฉพาะทรัพย์หรือวิธีที่ขอไว้ทัน การตรวจปีละครั้งหรือเปิดเรื่องเฉย ๆ ไม่รักษากำหนดให้ทุกทรัพย์
หลังยึดทรัพย์จะมีการประเมินราคา ประกาศขาย และกำหนดวันขายซึ่งอาจต้องเลื่อนหากไม่มีผู้เสนอราคาถึงเกณฑ์ กรอบเวลารวมโดยประมาณหลายเดือนขึ้นไปตามประเภททรัพย์และภาระที่ติดอยู่ ผู้ขอบังคับคดีควรติดตามประกาศและเตรียมข้อมูลราคาอ้างอิงเพื่อคัดค้านราคาที่ต่ำเกินสมควร
เจ้าหนี้ที่มีหลักประกันเหนือทรัพย์นั้นได้รับก่อนตามภาระที่จดไว้ ส่วนเจ้าหนี้สามัญเข้าเฉลี่ยตามสัดส่วนหนี้หลังหักค่าใช้จ่ายในการบังคับ การเข้าเฉลี่ยมีกำหนดเวลายื่นคำร้อง ผู้ที่ยื่นช้าจึงอาจไม่ได้รับส่วนแบ่งแม้มีคำพิพากษาในมือ
เจรจาได้แต่ไม่รับประกันข้อยุติ ระบุยอด วันชำระ ผลผิดนัดและผลต่อการถอนหรืองดบังคับให้ชัด ตรวจคำสั่งที่ต้องขอและเวลาที่ยังเดินอยู่ ข้อตกลงนอกศาลไม่เพิ่มกรอบบังคับเดิมเอง
ไม่ได้บังคับโดยอัตโนมัติ ในทางปฏิบัติต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ในไทยโดยใช้คำพิพากษานั้นเป็นพยานหลักฐานสำคัญประกอบข้อเท็จจริง ต่างจากคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการซึ่งมีช่องทางขอให้บังคับตามกรอบที่กฎหมายเฉพาะกำหนดไว้ การรู้ความต่างนี้ตั้งแต่ตอนร่างสัญญาช่วยลดงานฟ้องซ้ำในภายหลัง
ฝ่ายที่ขอบังคับต้องวางค่าใช้จ่ายในการดำเนินการล่วงหน้า และไปเรียกคืนจากเงินที่ได้จากการขายทรัพย์ในลำดับก่อนเจ้าหนี้สามัญ ดังนั้นก่อนตั้งเรื่องควรประเมินว่าทรัพย์ที่พบมีมูลค่าสุทธิเหลือพอคุ้มหรือไม่ เพราะการบังคับทรัพย์ที่มีภาระเต็มมูลค่ามักได้เพียงค่าใช้จ่ายคืนไม่ครบ
คำพิพากษา คำบังคับ หมายและคำสั่งทุเลาที่มี ประวัติอุทธรณ์ วันถึงกำหนดชำระ รายการรับเงินและเบาะแสทรัพย์โดยชอบ หนังสือรับรองถึงที่สุดเตรียมเมื่อใช้ในกรณีนั้น ไม่ถือจำเป็นก่อนบังคับทุกคดีหรือรับประกันเอกสารครบแล้วได้เงินเร็ว
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- หลังศาลตัดสินให้เราชนะ ต้องทำอะไรก่อน
- การสืบทรัพย์ทำได้ด้วยวิธีใดที่ชอบด้วยกฎหมาย
- ควรเริ่มบังคับจากทรัพย์ประเภทใดก่อน
- อายัดเงินเดือนได้เต็มจำนวนหรือไม่
- ทรัพย์อะไรที่ยึดไม่ได้
- ถ้าลูกหนี้โอนทรัพย์ออกไปก่อนแล้วทำอย่างไร
- ลูกหนี้เป็นบริษัทที่ไม่มีทรัพย์ จะไปถึงกรรมการได้ไหม
- บังคับคดีได้ภายในเวลาเท่าใด
- การขายทอดตลาดใช้เวลาและมีขั้นตอนอย่างไร
- ถ้ามีเจ้าหนี้หลายรายจะแบ่งเงินอย่างไร
- ระหว่างบังคับคดี ยังเจรจาลดหนี้ได้หรือไม่
- คำพิพากษาจากศาลต่างประเทศบังคับในไทยได้เลยไหม
- ค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีใครออกก่อน
- ลูกความควรเตรียมเอกสารอะไรไว้ให้ครบ
หัวข้ออื่น