FAQ
สินค้าไม่ปลอดภัยและความรับผิดของผู้ผลิตผู้นำเข้า
สำหรับผู้บริโภคที่ได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหายจากสินค้า และสำหรับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายที่ถูกเรียกร้อง ครอบคลุมการเก็บรักษาตัวสินค้าเป็นพยานวัตถุ ภาระการพิสูจน์ที่ต่างจากคดีละเมิดทั่วไป การเรียกคืนสินค้า ความรับผิดตามห่วงโซ่จำหน่าย และการรับมือเมื่อมีผู้เสียหายหลายราย
14 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
ผู้เสียหายฟ้องใครได้บ้าง
มาตรา4–5ครอบคลุมผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขายที่ไม่สามารถระบุผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิตหรือผู้นำเข้า และผู้ใช้ชื่อ เครื่องหมายหรือข้อความที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างหรือผู้นำเข้า ผู้ที่เข้าเกณฑ์ผู้ประกอบการต้องร่วมรับผิดเมื่อสินค้าไม่ปลอดภัยก่อความเสียหายคร
มาตรา4–5ครอบคลุมผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขายที่ไม่สามารถระบุผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิตหรือผู้นำเข้า และผู้ใช้ชื่อ เครื่องหมายหรือข้อความที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างหรือผู้นำเข้า ผู้ที่เข้าเกณฑ์ผู้ประกอบการต้องร่วมรับผิดเมื่อสินค้าไม่ปลอดภัยก่อความเสียหายครบเงื่อนไข ไม่จำเป็นต้องมีเจตนาหรือประมาท แต่ไม่ใช่ติดชื่อทุกชนิดแล้วรับผิดเสมอ ต้องตรวจบทบาท สินค้าและความเชื่อมโยง การไล่เบี้ยหรือบังคับกับคู่ค้าต่างประเทศไม่รับประกัน
มาตรา6ไม่ให้ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ความประมาทหรือชี้ว่าเป็นการกระทำของผู้ประกอบการรายใด ต้องพิสูจน์ความเสียหายจากสินค้าของผู้ประกอบการและการใช้หรือเก็บรักษาตามปกติ มาตรา7ให้ผู้ประกอบการพิสูจน์ข้อยกเว้นว่าไม่ใช่สินค้าไม่ปลอดภัย ผู้เสียหายรู้อยู่แล้วว่าไม่ปลอดภัย หรือเสียหายเพราะใช้หรือเก็บผิดคำแนะนำ คำเตือนหรือข้อมูลที่ระบุถูกต้องชัดเจน การดัดแปลงภายหลังไม่ใช่ข้อยกเว้นที่ระบุแยกไว้โดยตัวมันเอง ต้องตรวจผลต่อเงื่อนไขและสาเหตุ
หยุดใช้และรักษาความปลอดภัยก่อนเก็บพยาน หากมีแบตเตอรี่ร้อน ไฟ เชื้อเพลิงหรือสารเคมีรั่ว ไม่จับ เคลื่อนย้ายหรือปิดผนึกในถุงเอง ให้ผู้มีความรู้จัดการอันตราย เมื่อปลอดภัยจึงถ่ายภาพรุ่น ฉลากและสภาพที่พบ เก็บคู่มือ ใบเสร็จและบรรจุภัณฑ์ ไม่ทดลองเปิดหรือซ่อมเพื่อพิสูจน์สาเหตุ หากจำเป็นต้องส่งตรวจหรือคืน ให้บันทึกผู้รับ วันเวลา สภาพและสิทธิขอผลตรวจ การรักษาหลักฐานไม่ใช่เหตุให้ชะลอรักษาพยาบาล
แยกค่ารักษา รายได้ที่ขาด ความสามารถทำงานและทรัพย์อื่นที่เสียหายตามหลักฐาน ความเสียหายต่อตัวสินค้าที่ไม่ปลอดภัยเองไม่อยู่ในนิยามของกฎหมายนี้ แต่อาจใช้สิทธิสัญญาหรือกฎหมายอื่น มาตรา11ให้พิจารณาความเสียหายต่อจิตใจที่ต่อเนื่องจากร่างกาย สุขภาพหรืออนามัย และเมื่อเสียชีวิต คู่สมรส บุพการีและผู้สืบสันดานมีสิทธิของตนตามบทนี้ ศาลอาจให้ค่าเสียหายลงโทษอีกส่วน โดยยอดนี้มีเพดานสองเท่าของความเสียหายจริงและต้องมีเหตุครบ เช่น รู้ว่าไม่ปลอดภัย ประมาทร้ายแรงจนไม่รู้ หรือรู้ภายหลังแล้วไม่ป้องกันตามสมควร ไม่บวกตัวคูณกับกฎหมายวิธีพิจารณาโดยอัตโนมัติ
ม.12 โดยทั่วไป 3 ปีจากรู้ความเสียหายและรู้ผู้ประกอบการที่ต้องรับผิด หรือ 10 ปีจากขายสินค้า ไม่ใช่วันที่รุ่นเริ่มออกตลาด หากเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพหรืออนามัยจากสารเคมีสะสมหรืออาการต้องใช้เวลาปรากฏ วรรคสองใช้สามปีจากรู้ความเสียหายและผู้รับผิด แต่ไม่เกิน 10 ปีจากรู้ความเสียหาย การเจรจาตาม ม.13 อาจทำให้อายุความสะดุดหยุดอยู่จนฝ่ายหนึ่งเลิกเจรจา ไม่ถือว่าเลขร้องเรียนหยุดเวลาเอง ต้องบันทึกวันขาย วันรู้และหลักฐานเจรจา
เมื่อพบความเสี่ยง ให้หยุดการใช้ที่เป็นอันตราย แจ้งผู้ใช้และหน่วยงานกำกับตามหน้าที่ที่ใช้กับสินค้าประเภทนั้น ตรวจคำสั่งห้ามขาย เรียกคืนหรือแก้ไขโดยแยกจากการชดใช้ผู้เสียหาย ไม่ถือว่าทุกสินค้ามีขั้นตอนเรียกคืนเดียวกัน หรือการติดประกาศเตือนล้างความรับผิดแล้ว บันทึกรุ่น ชุดผลิต ช่องทางแจ้งและมาตรการช่วยผู้ใช้ พร้อมตรวจผลจริง ไม่รับประกันว่าการเปลี่ยนชิ้นส่วนเพียงอย่างเดียวทำให้สินค้าปลอดภัย
ร้านที่ขายต่อควรแสดงข้อมูลระบุตัวผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิตหรือผู้นำเข้า พร้อมเอกสารรับสินค้าและฉลาก การระบุได้อาจทำให้ไม่เข้าองค์ประกอบผู้ขายตามนิยาม แต่ไม่ล้างความรับผิดถ้าร้านเป็นผู้นำเข้า ผู้แสดงตนเป็นผู้ผลิตหรือมีฐานสัญญา/ละเมิดอื่นด้วย ตรวจการเก็บรักษา การแบ่งบรรจุและคำเตือนแยกกัน ไม่ถือว่าใบกำกับภาษีใบเดียวรับประกันพ้นคดี
มีประโยชน์มากเมื่อสาเหตุความเสียหายไม่ประจักษ์ เช่น วงจรภายในขัดข้อง โครงสร้างล้า หรือสารปนเปื้อน โดยส่งตรวจที่หน่วยงานหรือสถาบันที่รับงานตรวจพิสูจน์ พร้อมรักษาสายการครอบครองสินค้าให้ต่อเนื่องตั้งแต่เก็บจนถึงห้องปฏิบัติการ กรณีที่ความไม่ปลอดภัยเห็นได้ด้วยตา เช่น ชิ้นส่วนแตกคมหรือฉลากไม่มีคำเตือน ภาพถ่ายกับตัวสินค้าอาจเพียงพอในชั้นเจรจาและช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
การรวมกันช่วยแบ่งค่าใช้จ่ายด้านการตรวจพิสูจน์และทำให้ข้อเท็จจริงเรื่องข้อบกพร่องของสินค้ามีน้ำหนักขึ้น แต่ความเสียหายของแต่ละรายต่างกันจึงต้องแยกรายละเอียดเป็นรายบุคคล วิธีที่ใช้ได้จริงคือใช้ชุดพยานหลักฐานกลางเรื่องตัวสินค้าร่วมกัน แล้วแยกเอกสารค่ารักษาและค่าขาดรายได้ของแต่ละคน หากจำนวนผู้เสียหายมากและลักษณะเสียหายเหมือนกัน ยังมีช่องทางฟ้องแบบกลุ่มซึ่งมีเงื่อนไขและขั้นตอนขออนุญาตศาลเฉพาะ
ต้องอ่านกรมธรรม์จริง ไม่สรุปว่าประกันบุคคลภายนอกคุ้มครองสินค้าทุกชนิด ตรวจผู้เอาประกัน ระยะเวลา เหตุที่กระตุ้นความคุ้มครอง วงเงินและข้อยกเว้น โดยแยกค่าเรียกคืนจากค่าเสียหายที่เกิดกับบุคคล แจ้งเหตุโดยเร็วผ่านช่องทางบริษัทและตรวจเงื่อนไขการยอมความหรือรับผิด การรับเงินหรือเจรจาไม่ได้ทำให้หมดความคุ้มครองอัตโนมัติทุกกรมธรรม์ แต่ควรตรวจผลก่อนลงนาม ทั้งการมีกรมธรรม์และการส่งแจ้งเหตุไม่รับประกันการจ่าย
หลายเรื่องจบที่การเจรจาเพราะผู้ประกอบการต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อชื่อเสียงของรุ่นสินค้า การเจรจาที่ได้ผลต้องมีชุดตัวเลขความเสียหายที่ตรวจสอบได้และตัวสินค้าที่เก็บไว้ครบ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายประเมินความเสี่ยงได้จริง ส่วนการฟ้องเหมาะเมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธความเชื่อมโยงทั้งหมด อายุความใกล้ครบ หรือมีความจำเป็นต้องให้ศาลสั่งเรื่องการเปิดเผยข้อมูลการผลิตที่ฝ่ายผู้เสียหายเข้าไม่ถึง
ผู้เสียหายเรียกร้องจากผู้นำเข้าในประเทศได้โดยไม่ต้องฟ้องข้ามแดน ส่วนผู้นำเข้าควรตรวจสัญญาซื้อขายกับผู้ผลิตว่ามีข้อตกลงเรื่องการชดใช้และเขตอำนาจระงับข้อพิพาทอย่างไร เพราะการไล่เบี้ยภายหลังขึ้นกับถ้อยคำเหล่านี้เป็นหลัก การเก็บเอกสารรับรองมาตรฐานสินค้า รายงานการตรวจก่อนส่งมอบ และการสื่อสารเรื่องคำเตือนการใช้งานไว้ครบ ทำให้ผู้นำเข้ามีฐานเรียกคืนจากต้นทางได้ตามจริง
สำคัญมาก เพราะสินค้าที่ตัวมันเองใช้งานได้ตามปกติอาจยังถือว่าไม่ปลอดภัยได้ หากขาดคำเตือนหรือคำแนะนำการใช้ที่เพียงพอต่ออันตรายที่คาดหมายได้ ข้อควรตรวจคือภาษาที่ผู้ใช้อ่านเข้าใจ ตำแหน่งที่มองเห็นก่อนใช้ ความชัดของข้อห้ามที่สำคัญ และคำแนะนำการเก็บรักษา ผู้ประกอบการที่ทบทวนฉลากเมื่อได้รับข้อร้องเรียนซ้ำในเรื่องเดิม มักลดความเสี่ยงได้มากกว่าการแก้ที่ตัวสินค้าอย่างเดียว
ช่วยผู้เสียหายรักษาหลักฐานอย่างปลอดภัย แยกความเสียหายและตรวจผู้ประกอบการที่เรียกร้องได้ ส่วนงานผู้ประกอบการช่วยตรวจสัญญา กรมธรรม์ คำเตือนและเอกสารตอบข้อร้องเรียน การรับงานต้องตรวจผลประโยชน์ขัดกันก่อน ไม่เป็นตัวแทนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายในเรื่องเดียว และไม่รับประกันผลตรวจ ความปลอดภัยของสินค้า เงินชดใช้หรือระยะเวลาคดี
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ผู้เสียหายฟ้องใครได้บ้าง
- ต้องพิสูจน์ความประมาทของผู้ผลิตหรือไม่
- ควรเก็บตัวสินค้าไว้อย่างไร
- เรียกค่าเสียหายอะไรได้
- มีอายุความเท่าไร
- ผู้ประกอบการต้องเรียกคืนสินค้าเมื่อใด
- ร้านค้าที่เพียงขายต่อจะสู้อย่างไร
- ต้องมีผลตรวจจากผู้เชี่ยวชาญไหม
- มีผู้เสียหายหลายรายควรรวมกันฟ้องไหม
- ประกันภัยความรับผิดครอบคลุมเรื่องนี้ไหม
- ควรเจรจาหรือฟ้องศาล
- สินค้านำเข้าที่โรงงานอยู่ต่างประเทศทำอย่างไร
- ฉลากและคำเตือนสำคัญแค่ไหน
- สำนักงานช่วยทั้งสองฝ่ายอย่างไร
หัวข้ออื่น