FAQ
บัญชีโรงพิมพ์และผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์
โรงพิมพ์ ผู้ผลิตกล่องและฉลาก และโรงงานงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์ทำงานแบบรับงานเป็นใบสั่ง แต่ละใบสั่งใช้กระดาษ หมึก แม่พิมพ์ และเวลาเครื่องไม่เท่ากัน จึงต้องมีวิธีคิดต้นทุนรายงานที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่เฉลี่ยรวมทั้งเดือน หัวข้อนี้อธิบายการวางระบบต้นทุนงานสั่งทำ การจัดการเศษเสียและงานพิมพ์เกิน การตัดมูลค่าแม่พิมพ์และบล็อก การรับรู้รายได้ในงานที่พิมพ์แล้วเก็บรอส่ง ภาระภาษีที่มักพลาด และตัวเลขที่เจ้าของโรงพิมพ์ควรดูทุกสัปดาห์เพื่อรู้ว่ากำลังรับงานที่กำไรหรือขาดทุน
ควรเก็บเป็นรายใบสั่ง เพราะงานพิมพ์แต่ละใบใช้ทรัพยากรต่างกันมาก วิธีที่ใช้ได้จริงคือออกเลขงานตั้งแต่รับใบสั่ง แล้วผูกทุกอย่างเข้ากับเลขนั้น ทั้งกระดาษที่เบิก หมึกและน้ำยา แม่พิมพ์ที่ทำใหม่ ชั่วโมงเครื่องพิมพ์และเครื่องหลังพิมพ์ ค่าจ้างงานนอกเช่นเคลือบหรือปั๊มนูน และค่าขนส่ง เมื่อปิดงานจะเห็นกำไรของงานนั้นจริง ๆ ส่วนการรวมทั้งเดือนจะซ่อนงานที่ขาดทุนไว้ใต้งานที่กำไร ทำให้ตั้งราคาครั้งต่อไปผิดซ้ำเดิมโดยไม่มีใครรู้
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ต้นทุนงานพิมพ์ควรแยกเก็บเป็นรายใบสั่งหรือรวมทั้งเดือน
- กระดาษควรคิดต้นทุนอย่างไรเมื่อราคาขึ้นลงบ่อย
- เศษเสียและงานพิมพ์เกินควรบันทึกอย่างไร
- ค่าแม่พิมพ์ บล็อก และมีดตัดควรลงเป็นค่าใช้จ่ายทันทีไหม
- อัตราค่าเครื่องต่อชั่วโมงคำนวณจากอะไร
- ทำไมยอดที่ออกใบแจ้งหนี้ไม่ตรงกับใบเสนอราคา
- พิมพ์เสร็จแล้วเก็บรอส่งตามคำสั่งลูกค้า รับรู้รายได้เมื่อใด
- งานพิมพ์มีประเด็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่
- งานที่ส่งออกไปให้โรงงานอื่นทำต่อควรบันทึกอย่างไร
- ลูกค้าส่งกระดาษหรือฉลากมาให้ใช้เอง ต้องลงบัญชีไหม
- ควรทบทวนราคาต่อชิ้นบ่อยแค่ไหน
- เจ้าของโรงพิมพ์ควรดูตัวเลขอะไรทุกสัปดาห์
- ปิดปีควรตรวจนับอะไรในโรงพิมพ์
หัวข้ออื่น