FAQ
ธุรกิจรับจำนำและปล่อยกู้ ใบอนุญาต เพดานดอกเบี้ย สัญญา และการลงบัญชี
รวมคำถามของผู้ทำกิจการรับจำนำ ปล่อยกู้รายย่อย และรับซื้อฝาก ว่าต้องขออนุญาตกับหน่วยงานใด คิดดอกเบี้ยได้เพียงใด ต้องทำทะเบียนและสัญญาแบบไหน และรายได้ดอกเบี้ยกับทรัพย์หลุดจำนำลงบัญชีอย่างไรให้ตรวจสอบได้
14 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
เปิดโรงรับจำนำต้องขออนุญาตจากใคร
กิจการโรงรับจำนำอยู่ภายใต้การอนุญาตของคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำ โดยยื่นผ่านที่ทำการปกครองอำเภอหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ตั้งร้าน แล้วส่งต่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือกรุงเทพมหานครพิจารณา ขั้นตอนรวมถึงการตรวจสถานที่ ประวัติผู้ขอ และความเหมาะสมของทำเลเทียบจำนวนร้านเดิมในพื้นที่ ระยะเ
กิจการโรงรับจำนำอยู่ภายใต้การอนุญาตของคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำ โดยยื่นผ่านที่ทำการปกครองอำเภอหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ตั้งร้าน แล้วส่งต่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือกรุงเทพมหานครพิจารณา ขั้นตอนรวมถึงการตรวจสถานที่ ประวัติผู้ขอ และความเหมาะสมของทำเลเทียบจำนวนร้านเดิมในพื้นที่ ระยะเวลาโดยประมาณอยู่ที่หลายเดือน ไม่ใช่ไม่กี่สัปดาห์ เพราะต้องรอรอบการประชุมพิจารณา
การให้กู้เป็นครั้งคราวระหว่างบุคคลไม่ต้องขออนุญาต แต่การประกอบเป็นธุรกิจต่อสาธารณะ เช่น สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ หรือสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ ต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ที่ปล่อยกู้เป็นปกติธุระโดยไม่มีใบอนุญาตและคิดดอกเบี้ยเกินเพดานเสี่ยงทั้งโทษอาญาและการที่ดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะเมื่อขึ้นศาล
การกู้ยืมทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จำกัดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี เว้นแต่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เช่น สินเชื่อที่ได้รับอนุญาตซึ่งมีเพดานตามประกาศของหน่วยงานกำกับ ส่วนโรงรับจำนำมีอัตราที่กำหนดตามวงเงินรับจำนำ การเรียกเกินเพดานทำให้ข้อตกลงดอกเบี้ยเสียเปล่า และเงินที่รับเกินอาจต้องนำไปหักจากต้นเงิน
ต้องลงรายการทรัพย์ที่รับจำนำพร้อมลักษณะเฉพาะที่ระบุตัวทรัพย์ได้ ชื่อและหลักฐานแสดงตนของผู้จำนำ วันที่รับ จำนวนเงินที่จ่าย อัตราดอกเบี้ย และกำหนดไถ่ถอน ตั๋วรับจำนำต้องออกให้ผู้จำนำทุกครั้ง ทะเบียนนี้เป็นเอกสารที่เจ้าหน้าที่เรียกตรวจได้ตลอด และยังเป็นเครื่องมือเดียวที่ใช้ยืนยันความสุจริตหากทรัพย์ที่รับไว้กลายเป็นของที่ได้มาจากการกระทำผิด
ความรับผิดทางอาญาขึ้นอยู่กับว่ารู้หรือควรรู้ว่าทรัพย์ได้มาจากการกระทำผิดหรือไม่ ร้านที่ตรวจบัตรประจำตัว ถ่ายภาพทรัพย์ บันทึกทะเบียนครบ และปฏิเสธของที่มีร่องรอยลบหมายเลขเครื่อง มีฐานปกป้องตัวเองชัดกว่าร้านที่ไม่มีเอกสารใด ในทางแพ่งเจ้าของแท้จริงอาจติดตามเอาทรัพย์คืนได้ ทำให้ร้านเสียเงินที่จ่ายไป จึงต้องไล่เบี้ยจากผู้จำนำต่อ
เมื่อพ้นกำหนดไถ่ถอนตามกฎหมายและทรัพย์ตกเป็นของร้าน ให้โอนยอดคงเหลือของเงินต้นและดอกเบี้ยค้างเป็นสินค้าคงเหลือตามมูลค่าที่ควรได้รับคืน หากราคาตลาดต่ำกว่านั้นต้องรับรู้ผลขาดทุนทันที ไม่รอวันขาย เมื่อขายจริงจึงบันทึกรายได้จากการขายสินค้าซึ่งเป็นรายการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่างจากดอกเบี้ยรับที่ไม่อยู่ในระบบเดียวกัน
รายได้ดอกเบี้ยจากการรับจำนำและการให้กู้เป็นทางค้าเข้าลักษณะกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอยู่ในบังคับภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ใช่ภาษีมูลค่าเพิ่ม ขณะที่การขายทรัพย์หลุดจำนำอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มถ้าถึงเกณฑ์จดทะเบียน กิจการที่มีทั้งสองฝั่งจึงต้องแยกฐานรายได้ให้ชัดในบัญชีรายวัน เพราะการยื่นผิดประเภทเป็นประเด็นที่ถูกประเมินย้อนหลังบ่อย
ขายฝากเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วโดยมีสิทธิไถ่คืนภายในกำหนด ส่วนจำนองกรรมสิทธิ์ยังอยู่กับลูกหนี้และเจ้าหนี้มีเพียงบุริมสิทธิ ความต่างนี้สำคัญมากเพราะหากพ้นกำหนดไถ่ ผู้ขายฝากเสียที่ดินไปโดยไม่ต้องมีการบังคับคดี กฎหมายคุ้มครองการขายฝากที่ดินเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยกำหนดรูปแบบสัญญา ระยะเวลาขั้นต่ำ และหน้าที่แจ้งเตือนก่อนครบกำหนดไว้เฉพาะ
ต้องระบุจำนวนเงินที่ได้รับจริง อัตราดอกเบี้ยต่อปี ค่าธรรมเนียมทุกรายการ กำหนดชำระ และผลที่เกิดขึ้นเมื่อผิดนัด ด้วยข้อความที่อ่านเข้าใจได้ พร้อมมอบคู่ฉบับให้ลูกค้าเก็บ การหักค่าธรรมเนียมล่วงหน้าออกจากยอดกู้แล้วยังคิดดอกเบี้ยบนยอดเต็มเป็นรูปแบบที่ถูกตีความว่าเป็นดอกเบี้ยแฝงและถูกเพิกถอนเมื่อมีข้อพิพาท
กฎหมายทวงถามหนี้จำกัดช่วงเวลาติดต่อ จำนวนครั้งต่อวัน และห้ามเปิดเผยความเป็นหนี้แก่บุคคลอื่นรวมถึงที่ทำงานหรือเพื่อนบ้าน ห้ามใช้ถ้อยคำข่มขู่หรือแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การยึดทรัพย์ต้องผ่านกระบวนการศาล ไม่ใช่การไปเอาคืนเอง ร้านที่ให้พนักงานติดตามหนี้ควรมีคู่มือปฏิบัติและบันทึกการติดต่อทุกครั้งไว้เป็นหลักฐาน
การตัดหนี้สูญทางภาษีต้องผ่านหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามขนาดของหนี้ ซึ่งรวมถึงหลักฐานการติดตามที่สมเหตุสมผล และสำหรับหนี้ก้อนใหญ่ต้องถึงขั้นดำเนินคดีหรือมีคำสั่งของศาล การตั้งค่าเผื่อไว้ในบัญชีช่วยให้งบการเงินสะท้อนความจริง แต่ไม่ทำให้หักภาษีได้เอง ธุรกิจปล่อยกู้จึงควรเก็บเอกสารการติดตามตั้งแต่วันแรกที่ผิดนัด ไม่ใช่ตอนสิ้นปี
ผู้ประกอบอาชีพรับจำนำและธุรกิจที่เกี่ยวกับสินเชื่ออยู่ในกลุ่มที่ต้องรู้จักลูกค้าและรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยต่อสำนักงาน ปปง. สิ่งที่ต้องทำในทางปฏิบัติคือเก็บสำเนาหลักฐานแสดงตน บันทึกวัตถุประสงค์ของรายการที่มีมูลค่าสูง และมีผู้รับผิดชอบที่ระบุชื่อได้ ระบบที่ตรวจสอบได้นี้ยังช่วยร้านเวลาต้องพิสูจน์ความสุจริตในคดี
ใบอนุญาตผูกกับสถานที่ตั้ง การเปิดจุดให้บริการแห่งใหม่จึงเป็นการขออนุญาตใหม่ทั้งชุด ไม่ใช่การแจ้งเพิ่มสาขา การย้ายร้านภายในพื้นที่เดิมก็ต้องขออนุญาตตามสถานที่ใหม่ ผู้ประกอบการที่วางแผนขยายควรประเมินจำนวนใบอนุญาตที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ก่อนตัดสินใจเช่าอาคาร เพราะเงื่อนไขความเหมาะสมของทำเลเป็นเหตุที่ถูกปฏิเสธมากที่สุด
เอกสารทางบัญชีและใบสำคัญประกอบการลงบัญชีต้องเก็บไม่น้อยกว่าห้าปีตามกฎหมายการบัญชี ส่วนทะเบียนรับจำนำ ตั๋วรับจำนำ และภาพถ่ายทรัพย์ควรเก็บยาวกว่านั้น เพราะคดีเกี่ยวกับทรัพย์ที่ได้มาโดยมิชอบอาจมาถึงภายหลัง การจัดเก็บควรทำทั้งกระดาษและไฟล์ที่ค้นได้ตามเลขที่ตั๋ว เพื่อให้ตอบเจ้าหน้าที่ได้ภายในวันเดียว
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- เปิดโรงรับจำนำต้องขออนุญาตจากใคร
- ปล่อยกู้โดยไม่รับจำนำต้องมีใบอนุญาตไหม
- คิดดอกเบี้ยได้สูงสุดเท่าไร
- ทะเบียนรับจำนำต้องบันทึกอะไร
- รับจำนำของที่ถูกขโมยมาโดยไม่รู้ต้องรับผิดไหม
- ทรัพย์หลุดจำนำลงบัญชีอย่างไร
- ดอกเบี้ยรับเสียภาษีแบบใด
- สัญญาขายฝากต่างจากจำนองอย่างไร
- ต้องแจ้งข้อมูลอะไรแก่ลูกค้าก่อนทำสัญญา
- ติดตามหนี้อย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย
- หนี้สูญตัดเป็นค่าใช้จ่ายได้เมื่อไร
- มีหน้าที่รายงานธุรกรรมตามกฎหมายฟอกเงินไหม
- เปิดสาขาเพิ่มต้องขออนุญาตใหม่ไหม
- เอกสารของกิจการต้องเก็บนานเท่าไร
หัวข้ออื่น