FAQ
รับรองหนังสือมอบอำนาจจัดการทรัพย์สินเพื่อใช้ต่างประเทศ
คำถามของผู้ที่อยู่ในไทยแต่ต้องมอบให้ญาติหรือทนายในต่างประเทศไปขาย โอน ให้เช่า หรือรับเงินจากทรัพย์สินแทน รวมถึงผู้ที่อยู่ต่างประเทศแล้วต้องมอบอำนาจกลับมาจัดการทรัพย์ในไทย ไล่ตั้งแต่ถ้อยคำในหนังสือ การลงนามต่อหน้าผู้รับรอง ไปจนถึงลำดับการรับรองต่อที่หน่วยงานปลายทาง
14 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
ผู้รับรองลายมือชื่อรับรองอะไรบ้างในหนังสือมอบอำนาจ
สิ่งที่รับรองคือผู้ลงนามมาปรากฏตัวจริง แสดงเอกสารแสดงตนที่ตรวจสอบได้ และลงลายมือชื่อต่อหน้าในวันและสถานที่ที่ระบุไว้ ไม่ใช่การรับรองว่าเนื้อหาในหนังสือถูกต้องหรือผู้มอบมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น ความเข้าใจจุดนี้สำคัญ เพราะหน่วยงานปลายทางจะตรวจกรรมสิทธิ์ด้วยเอกสารสิทธิของตนเองอีกชั้
สิ่งที่รับรองคือผู้ลงนามมาปรากฏตัวจริง แสดงเอกสารแสดงตนที่ตรวจสอบได้ และลงลายมือชื่อต่อหน้าในวันและสถานที่ที่ระบุไว้ ไม่ใช่การรับรองว่าเนื้อหาในหนังสือถูกต้องหรือผู้มอบมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น ความเข้าใจจุดนี้สำคัญ เพราะหน่วยงานปลายทางจะตรวจกรรมสิทธิ์ด้วยเอกสารสิทธิของตนเองอีกชั้นหนึ่ง
แนวปฏิบัติที่ลดความเสี่ยงคือระบุการกระทำที่ต้องการให้ทำเป็นข้อ ๆ เช่น ลงนามในสัญญาซื้อขาย รับเงินค่าตอบแทน ยื่นคำขอต่อหน่วยงาน โดยระบุทรัพย์สินให้ชี้เฉพาะได้ อำนาจแบบครอบจักรวาลทำให้ผู้รับมอบทำได้เกินความตั้งใจ และหลายหน่วยงานปลายทางกลับปฏิเสธเพราะถ้อยคำไม่ชี้เฉพาะพอที่จะบันทึกลงในทะเบียน
ทำเป็นภาษาของหน่วยงานปลายทางจะราบรื่นที่สุด หรือทำสองภาษาในฉบับเดียวโดยวางข้อความคู่กันทีละย่อหน้า ถ้าต้นฉบับเป็นภาษาไทยอย่างเดียว ปลายทางมักขอคำแปลที่มีผู้แปลรับรองแนบมาด้วย ควรถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่ารับคำแปลจากผู้แปลอิสระ หรือกำหนดให้แปลผ่านหน่วยงานที่กำหนดไว้เท่านั้น
หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุใช้ได้กว้างที่สุดเพราะปลายทางอ่านได้โดยไม่ต้องแปล บัตรประจำตัวประชาชนใช้ได้เมื่อปลายทางยอมรับ แต่มักต้องแนบคำแปล สิ่งที่ตรวจเสมอคือชื่อสะกดในเอกสารแสดงตนตรงกับชื่อที่จะปรากฏในเอกสารสิทธิปลายทาง เพราะการสะกดต่างกันเพียงตัวอักษรเดียวทำให้เรื่องถูกตีกลับ
กรณีทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรส ปลายทางมักขอความยินยอมของคู่สมรสประกอบ วิธีที่เรียบร้อยคือทำหนังสือให้ความยินยอมเป็นฉบับแยกแล้วรับรองลายมือชื่อคู่สมรสในวันเดียวกัน พร้อมแนบทะเบียนสมรสที่มีคำแปล การรวมสองเรื่องไว้ในฉบับเดียวทำได้ แต่ถ้าปลายทางต้องการเก็บเข้าแฟ้มแยกจะยุ่งยากกว่า
โดยทั่วไปต้องนำไปรับรองต่อที่กระทรวงการต่างประเทศ แล้วจึงรับรองที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย ลำดับนี้ห้ามสลับ เพราะแต่ละชั้นตรวจตราประทับของชั้นก่อนหน้า กรอบเวลารวมของสองขั้นนี้อยู่ราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์โดยประมาณ ขึ้นกับคิวของสถานทูตแต่ละแห่งในช่วงนั้น
ประเทศที่รับเอกสารแบบ Apostille จะตัดขั้นรับรองที่สถานทูตออก เหลือการรับรองจากหน่วยงานที่รัฐกำหนดเพียงชั้นเดียว ทำให้เวลาสั้นลงและค่าธรรมเนียมน้อยกว่า อย่างไรก็ดี รูปแบบและถ้อยคำในหนังสือมอบอำนาจยังต้องตรงตามที่ปลายทางกำหนด เพราะ Apostille รับรองตราประทับ ไม่ได้รับรองว่าเนื้อหาใช้ได้ในเรื่องนั้น
ลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น แล้วส่งฉบับที่รับรองแล้วกลับมาใช้ในไทยได้ อีกทางคือลงนามต่อ Notary ในประเทศนั้นแล้วรับรองต่อตามลำดับของประเทศนั้นก่อนส่งกลับ ทางแรกมักใช้เวลาน้อยกว่าเมื่อจะนำมาใช้กับหน่วยงานราชการไทย เพราะลดชั้นการตรวจตราประทับต่างประเทศ
ตัวหนังสือไม่มีวันหมดอายุในตัวเองเว้นแต่จะกำหนดไว้ แต่หน่วยงานปลายทางหลายแห่งไม่รับเอกสารที่รับรองไว้นานเกินกรอบของตน ซึ่งมักอยู่ราวสามถึงหกเดือนโดยประมาณ การกำหนดวันสิ้นผลไว้ในหนังสือเองมีข้อดีคือปิดความเสี่ยงที่ผู้รับมอบจะนำไปใช้ต่อหลังธุรกรรมเสร็จแล้ว
ทำหนังสือเพิกถอนแล้วแจ้งให้ผู้รับมอบทราบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมส่งสำเนาถึงหน่วยงานหรือคู่สัญญาที่เคยรับหนังสือฉบับเดิมไว้ เพราะการเพิกถอนที่คนอื่นไม่รู้จะคุ้มครองไม่ได้เมื่อมีผู้ทำธุรกรรมโดยสุจริตแล้ว ควรรับรองลายมือชื่อในหนังสือเพิกถอนด้วย เพื่อให้ปลายทางยอมรับด้วยมาตรฐานเดียวกับฉบับเดิม
ทำได้แต่ควรเขียนให้รัดกุม เช่น ให้รับเงินโดยโอนเข้าบัญชีที่ระบุเลขไว้ในหนังสือเท่านั้น และกำหนดให้ส่งหลักฐานการรับเงินภายในกรอบวันที่ตกลง ข้อกำหนดแบบนี้ช่วยให้ธนาคารปลายทางปฏิบัติตามได้ชัด และลดข้อโต้แย้งภายหลังว่าเงินไปถึงผู้มอบหรือไม่
ตั้งได้ และควรระบุว่าให้ทำร่วมกันทุกเรื่อง หรือให้คนใดคนหนึ่งทำแทนได้โดยลำพัง ถ้าไม่ระบุ ปลายทางจะตีความต่างกันและอาจเรียกให้ทั้งสองคนมาลงนามทุกครั้ง ทางที่ใช้บ่อยคือให้ทำร่วมกันในเรื่องที่มีการรับเงิน และให้ทำลำพังได้ในงานยื่นเอกสารประจำที่ไม่มีผลผูกพันทางการเงิน
เมื่อร่างหนังสือเรียบร้อยและเอกสารแสดงตนครบ การลงนามและรับรองที่สำนักงานมักใช้เวลาไม่นานในนัดเดียว เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการตรวจถ้อยคำให้ตรงกับที่ปลายทางกำหนด ดังนั้นการส่งร่างมาให้ตรวจล่วงหน้าหนึ่งถึงสองวันโดยประมาณจะทำให้วันนัดจบเร็วและไม่ต้องกลับมาแก้
เตรียมหนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวฉบับจริง ร่างหนังสือมอบอำนาจที่ปลายทางยอมรับ เอกสารแสดงทรัพย์สินที่จะให้จัดการ เช่น สำเนาโฉนดหรือสัญญาซื้อขาย ข้อมูลผู้รับมอบอำนาจครบชื่อและเลขเอกสารแสดงตน และทะเบียนสมรสหากเกี่ยวข้อง เท่านี้พอให้จบงานภายในนัดเดียวในกรณีทั่วไป
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ผู้รับรองลายมือชื่อรับรองอะไรบ้างในหนังสือมอบอำนาจ
- ควรเขียนขอบเขตอำนาจกว้างหรือแคบ
- ต้องทำเป็นภาษาอะไร
- ใช้เอกสารแสดงตนอะไรได้
- ถ้าทรัพย์เป็นสินสมรสต้องให้คู่สมรสลงนามไหม
- รับรองแล้วต้องผ่านขั้นตอนอะไรต่อ
- ประเทศที่ใช้ระบบ Apostille ต่างกันอย่างไร
- ถ้าผู้มอบอำนาจอยู่ต่างประเทศทำอย่างไร
- หนังสือมอบอำนาจมีอายุใช้ได้นานเท่าไร
- เปลี่ยนใจแล้วยกเลิกได้อย่างไร
- มอบอำนาจให้รับเงินจากการขายได้ไหม
- ตั้งผู้รับมอบอำนาจสองคนพร้อมกันได้ไหม
- ขั้นตอนนัดรับรองใช้เวลาเท่าไร
- ต้องเตรียมเอกสารอะไรมาในวันนัด
หัวข้ออื่น