FAQ
ร้องขอศาลตั้งผู้อนุบาลและผู้พิทักษ์สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ช่วยตนเองไม่ได้
คำถามที่ครอบครัวถามบ่อยเมื่อบิดามารดาหรือคู่สมรสป่วยหนัก มีภาวะสมองเสื่อม หรือประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถตัดสินใจเรื่องทรัพย์สินและการรักษาได้ด้วยตนเอง ครอบคลุมความต่างระหว่างคนไร้ความสามารถกับคนเสมือนไร้ความสามารถ เอกสารและความเห็นแพทย์ที่ศาลใช้พิจารณา ขั้นตอนการยื่นคำร้องและการไต่สวน ขอบเขตอำนาจของผู้อนุบาล การขออนุญาตศาลก่อนทำนิติกรรมสำคัญ การจัดการบัญชีธนาคารและสิทธิประโยชน์ การรายงานต่อศาล และวิธีลดความขัดแย้งระหว่างพี่น้องที่มีความเห็นต่างเรื่องการดูแล
14 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
กรณีใดที่ต้องขอคำสั่งศาล ไม่ใช่แค่ใช้หนังสือมอบอำนาจ
หนังสือมอบอำนาจใช้ได้เฉพาะเมื่อผู้มอบยังรู้สึกตัวและเข้าใจเรื่องที่มอบอำนาจในขณะลงนาม หากผู้นั้นไม่รู้สึกตัว สื่อสารไม่ได้ หรือมีภาวะสมองเสื่อมถึงระดับที่ไม่เข้าใจผลของการลงนาม เอกสารที่ทำขึ้นภายหลังย่อมถูกโต้แย้งได้ และธนาคารกับสำนักงานที่ดินมักปฏิเสธ ทางที่มั่นคงคือยื่นคำร้องต่
หนังสือมอบอำนาจใช้ได้เฉพาะเมื่อผู้มอบยังรู้สึกตัวและเข้าใจเรื่องที่มอบอำนาจในขณะลงนาม หากผู้นั้นไม่รู้สึกตัว สื่อสารไม่ได้ หรือมีภาวะสมองเสื่อมถึงระดับที่ไม่เข้าใจผลของการลงนาม เอกสารที่ทำขึ้นภายหลังย่อมถูกโต้แย้งได้ และธนาคารกับสำนักงานที่ดินมักปฏิเสธ ทางที่มั่นคงคือยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งว่าเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ พร้อมตั้งผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ เพื่อให้มีผู้มีอำนาจตามกฎหมายจัดการแทนอย่างชัดเจน ระยะเวลาโดยประมาณขึ้นอยู่กับคิวไต่สวนของศาลแต่ละแห่ง
คนไร้ความสามารถคือผู้ที่มีภาวะทางกายหรือจิตถึงขนาดไม่สามารถจัดการกิจการของตนเองได้เลย ศาลจึงตั้งผู้อนุบาลให้ทำการแทนแทบทุกเรื่อง ส่วนคนเสมือนไร้ความสามารถคือผู้ที่ยังทำกิจการได้บางส่วนแต่มีเหตุทำให้จัดการกิจการสำคัญได้ไม่รอบคอบ ศาลจึงตั้งผู้พิทักษ์ให้เป็นผู้ให้ความยินยอมในนิติกรรมสำคัญ ไม่ใช่ทำแทนทั้งหมด การเลือกฐานที่ยื่นจึงต้องสอดคล้องกับสภาพจริงตามความเห็นแพทย์ เพราะการยื่นเกินกว่าข้อเท็จจริงมักทำให้ต้องแก้คำร้องและเสียเวลาไต่สวนเพิ่ม
ผู้มีส่วนได้เสียใกล้ชิดเป็นผู้ยื่น เช่น คู่สมรส บุตร บิดามารดา ผู้สืบสันดาน ผู้บุพการี หรือผู้ที่ดูแลผู้นั้นอยู่จริง รวมถึงพนักงานอัยการในบางกรณี ศาลจะพิจารณาว่าผู้ยื่นมีความเกี่ยวข้องเพียงพอและเหมาะสมจะทำหน้าที่หรือไม่ หากมีญาติหลายฝ่ายต้องการเป็นผู้อนุบาล ศาลอาจไต่สวนเพิ่มเรื่องความสัมพันธ์ ความสามารถในการดูแล และประวัติที่เกี่ยวข้อง ครอบครัวที่ตกลงกันได้ก่อนยื่นและระบุผู้ทำหน้าที่คนเดียวพร้อมหนังสือยินยอมของญาติอื่น มักได้รับการพิจารณาที่กระชับกว่า
สิ่งที่มีน้ำหนักคือใบรับรองหรือรายงานจากแพทย์ผู้ตรวจรักษาที่ระบุการวินิจฉัย ระยะของโรค ความสามารถในการรับรู้และสื่อสาร ความสามารถในการดูแลตนเองและจัดการทรัพย์สิน และแนวโน้มว่าอาการจะกลับคืนได้หรือไม่ ควรแนบประวัติการรักษาต่อเนื่องประกอบด้วย เอกสารที่เพียงระบุชื่อโรคอย่างสั้นมักไม่พอให้ศาลเห็นระดับความบกพร่อง ในบางคดีศาลอาจให้แพทย์มาเบิกความหรือส่งผู้นั้นตรวจเพิ่มเติม จึงควรเตรียมช่องทางติดต่อแพทย์ไว้ล่วงหน้าก่อนวันไต่สวนโดยประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์
ชุดพื้นฐานได้แก่ บัตรประจำตัวและทะเบียนบ้านของผู้ที่ถูกร้องและของผู้ยื่น เอกสารแสดงความสัมพันธ์เช่นทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร ความเห็นแพทย์และประวัติการรักษา บัญชีทรัพย์สินโดยสังเขปที่ต้องจัดการ เช่น บัญชีเงินฝาก โฉนดที่ดิน หุ้น และสิทธิรับเงินบำนาญหรือสวัสดิการ พร้อมหนังสือยินยอมของญาติสายตรงที่ไม่ได้เป็นผู้ยื่น การจัดชุดเอกสารให้ตรงกันทั้งชื่อและเลขประจำตัวช่วยลดการนัดเลื่อนเพื่อแก้เอกสาร ซึ่งเป็นสาเหตุความล่าช้าที่พบมากที่สุด
เริ่มจากยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจตามภูมิลำเนาของผู้ที่ถูกร้อง ศาลนัดไต่สวนและอาจให้ประกาศหรือแจ้งญาติที่เกี่ยวข้องทราบ ในวันไต่สวนผู้ยื่นและพยานเบิกความถึงสภาพอาการ ความจำเป็นในการจัดการทรัพย์สิน และความเหมาะสมของผู้ที่จะทำหน้าที่ หากผู้ที่ถูกร้องมีสภาพเดินทางไม่ได้ ศาลอาจใช้วิธีไต่สวนที่เหมาะสมตามที่กฎหมายเปิดช่องไว้ เมื่อศาลมีคำสั่งแล้วต้องขอคัดคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดไปแสดงต่อธนาคารและหน่วยงานโดยประมาณหลังพ้นกำหนดอุทธรณ์
ผู้อนุบาลดูแลทั้งตัวบุคคลและทรัพย์สิน เช่น ให้ความยินยอมการรักษา รับเงินและจ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เก็บรักษาทรัพย์สิน และเป็นผู้แทนในกิจการทั่วไป แต่กฎหมายกำหนดให้นิติกรรมสำคัญหลายอย่างต้องขออนุญาตศาลก่อน เช่น ขาย จำนอง หรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว การให้กู้หรือค้ำประกัน และการทำสัญญาที่ผูกพันทรัพย์สินเกินสมควร การทำโดยไม่ขออนุญาตเสี่ยงต่อการถูกเพิกถอนและความรับผิดส่วนตัว จึงควรตรวจรายการที่ต้องขออนุญาตก่อนลงมือทุกครั้ง
ธนาคารมักขอคำสั่งศาลฉบับรับรองสำเนาถูกต้อง หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด บัตรประจำตัวของผู้อนุบาล และแบบฟอร์มเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจของธนาคารเอง บางแห่งขอให้เปิดบัญชีในรูปแบบที่ระบุสถานะการจัดการแทนเพื่อแยกเงินของผู้อยู่ในความอนุบาลจากเงินส่วนตัวของผู้อนุบาล การแยกบัญชีเช่นนี้เป็นประโยชน์เมื่อต้องรายงานการใช้จ่ายภายหลัง ควรเก็บใบเสร็จค่ารักษา ค่าผู้ดูแล และค่าใช้จ่ายประจำไว้เป็นระบบตั้งแต่เดือนแรก เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้โดยไม่ต้องรวบรวมเร่งด่วน
ต้องยื่นคำร้องขออนุญาตศาลเป็นเรื่องเฉพาะ โดยแสดงความจำเป็น เช่น ค่ารักษาต่อเนื่องหรือหนี้ที่ต้องชำระ พร้อมหลักฐานรายรับรายจ่ายของผู้อยู่ในความอนุบาล ราคาประเมินหรือความเห็นเรื่องราคาตลาด และแผนการใช้เงินหลังขาย ศาลมุ่งคุ้มครองประโยชน์ของผู้นั้นเป็นหลัก การขายในราคาต่ำกว่าที่ควรหรือขายให้บุคคลใกล้ชิดโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนมักถูกซักถามละเอียด เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงนำคำสั่งไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินพร้อมเอกสารแสดงอำนาจของผู้อนุบาล
ญาติที่คัดค้านสามารถยื่นคำคัดค้านและเสนอตนเองหรือบุคคลอื่นได้ ศาลจะไต่สวนเทียบว่าใครเหมาะสมกว่าโดยดูความใกล้ชิด การดูแลจริงที่ผ่านมา ความสามารถบริหารทรัพย์สิน และความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน คดีที่มีการคัดค้านใช้เวลานานกว่าปกติและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทางที่ลดความเสียหายคือเจรจาก่อนยื่น อาจตกลงให้มีผู้อนุบาลร่วม กำหนดกรอบรายงานการใช้จ่ายให้ญาติทราบเป็นรายไตรมาส และแยกอำนาจด้านการรักษากับด้านทรัพย์สินให้ชัด เพื่อให้ทุกฝ่ายตรวจสอบได้
หน้าที่หลักคือจัดการทรัพย์สินด้วยความระมัดระวังอย่างวิญญูชนและแยกทรัพย์สินของผู้อยู่ในความอนุบาลออกจากของตน ศาลอาจกำหนดเงื่อนไขให้ทำบัญชีทรัพย์สินเมื่อเริ่มหน้าที่และรายงานเป็นระยะ หรือกำหนดเมื่อมีผู้ร้องขอให้ตรวจสอบ แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือทำบัญชีรับจ่ายรายเดือน แนบใบเสร็จ และเก็บบันทึกเหตุผลของรายจ่ายก้อนใหญ่ หากผู้อนุบาลใช้ทรัพย์สินผิดวัตถุประสงค์ ญาติหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องขอให้ศาลถอนและตั้งผู้อื่นแทนได้
ทำได้เมื่อแสดงคำสั่งศาลและเอกสารแสดงตัวตนต่อหน่วยงานที่จ่ายเงิน เช่น กรมบัญชีกลางสำหรับบำนาญข้าราชการ สำนักงานประกันสังคมสำหรับสิทธิตามกฎหมายประกันสังคม และหน่วยงานท้องถิ่นสำหรับเบี้ยยังชีพ แต่ละแห่งมีแบบฟอร์มรับเงินแทนของตนเองและมักขอให้ปรับปรุงข้อมูลผู้รับเงินในระบบก่อน หากเป็นสิทธิจากประกันชีวิตหรือกองทุนเอกชน ต้องดูเงื่อนไขกรมธรรม์หรือข้อบังคับกองทุนประกอบ ควรรวบรวมรายการสิทธิทั้งหมดไว้ในบัญชีเดียวเพื่อไม่ให้ขาดการต่ออายุหรือยืนยันตัวตนตามรอบที่หน่วยงานกำหนด
ต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งเดิม โดยแสดงความเห็นแพทย์ที่ยืนยันว่าความบกพร่องหมดไปหรือลดลงถึงระดับที่จัดการกิจการได้ พร้อมข้อเท็จจริงเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน คำสั่งเดิมยังมีผลอยู่จนกว่าศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น ดังนั้นการทำนิติกรรมโดยผู้นั้นเองในช่วงก่อนเพิกถอนอาจถูกโต้แย้ง เมื่อศาลเพิกถอนแล้วควรแจ้งธนาคาร สำนักงานที่ดิน และหน่วยงานที่จ่ายสิทธิประโยชน์ทุกแห่งให้ปรับข้อมูล และผู้อนุบาลควรส่งมอบบัญชีทรัพย์สินสรุปให้ครบถ้วน
งานที่ช่วยได้ชัดคือประเมินว่าควรยื่นฐานไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ร่างคำร้องให้สอดคล้องกับความเห็นแพทย์ จัดชุดเอกสารและหนังสือยินยอมของญาติ เตรียมพยานและซ้อมประเด็นไต่สวน ยื่นคำร้องขออนุญาตทำนิติกรรมสำคัญเป็นเรื่อง ๆ และจัดระบบบัญชีรายงานให้ผู้อนุบาลใช้ต่อได้เอง ในครอบครัวที่มีความเห็นต่าง การมีคนกลางช่วยร่างข้อตกลงเรื่องขอบเขตอำนาจและการรายงานล่วงหน้า มักลดโอกาสที่เรื่องจะกลายเป็นคดีคัดค้านที่ยืดเยื้อ
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- กรณีใดที่ต้องขอคำสั่งศาล ไม่ใช่แค่ใช้หนังสือมอบอำนาจ
- คนไร้ความสามารถกับคนเสมือนไร้ความสามารถต่างกันอย่างไร
- ใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
- ความเห็นแพทย์ที่ศาลรับฟังต้องมีรายละเอียดอะไร
- เอกสารที่ต้องเตรียมยื่นพร้อมคำร้องมีอะไร
- ขั้นตอนในศาลตั้งแต่ยื่นถึงได้คำสั่งเป็นอย่างไร
- ผู้อนุบาลทำอะไรได้และมีข้อจำกัดอะไร
- ธนาคารขออะไรเพิ่มเมื่อผู้อนุบาลไปจัดการบัญชี
- ถ้าต้องขายที่ดินของผู้ไร้ความสามารถเพื่อค่ารักษา ทำอย่างไร
- ถ้าพี่น้องไม่เห็นด้วยกับผู้ที่จะเป็นผู้อนุบาล จะเกิดอะไร
- ผู้อนุบาลต้องรายงานหรือถูกตรวจสอบอย่างไร
- สิทธิบำนาญ ประกันสังคม และสวัสดิการรับแทนได้ไหม
- ถ้าผู้นั้นอาการดีขึ้นจนจัดการตนเองได้ ต้องทำอะไร
- ทนายช่วยอะไรในคดีประเภทนี้
หัวข้ออื่น