FAQ
เก็บเอกสารและรับคำขอตรวจสอบเมื่อใช้ที่อยู่สำนักงานให้บริการ
บริษัทที่จดทะเบียนไว้ที่สำนักงานให้บริการมักไม่ได้เก็บแฟ้มเอกสารไว้ที่ที่อยู่นั้น แต่เมื่อมีหนังสือเรียกเอกสาร มีเจ้าหน้าที่มาขอดูหลักฐาน หรือมีผู้สอบบัญชีขอตรวจ ก็ยังต้องหาเอกสารให้ได้ครบภายในกำหนด หัวข้อนี้อธิบายว่าเอกสารกลุ่มใดควรเก็บที่ไหน ใครเป็นผู้รับหนังสือและส่งต่ออย่างไรให้ไม่ตกหล่น วิธีเตรียมชุดเอกสารให้พร้อมก่อนถูกขอ วิธีตอบเมื่อคำขอกว้างเกินความจำเป็น และการวางบันทึกให้พิสูจน์ได้ว่าบริษัทดำเนินกิจการจริงแม้พนักงานทำงานจากหลายที่
13 คำถาม · ตรวจทานโดยทีมทนายและนักบัญชี · ตรวจทานล่าสุด 7 ต.ค. 2026
คำตอบสั้น
เอกสารของบริษัทต้องเก็บที่ที่อยู่จดทะเบียนหรือไม่
สิ่งที่กฎหมายสนใจคือบริษัทต้องจัดทำและเก็บเอกสารให้ครบถ้วน และต้องส่งมอบให้ตรวจได้ภายในกำหนดเมื่อถูกเรียก ไม่ใช่ว่าแฟ้มทุกใบต้องกองอยู่ที่ที่อยู่จดทะเบียนตลอดเวลา ในทางปฏิบัติจึงใช้วิธีระบุไว้ในระเบียบภายในว่าแฟ้มกลุ่มใดเก็บที่ใด ใครถือกุญแจหรือสิทธิเข้าถึง และจะนำมาแสดงที่ที่อยู
สิ่งที่กฎหมายสนใจคือบริษัทต้องจัดทำและเก็บเอกสารให้ครบถ้วน และต้องส่งมอบให้ตรวจได้ภายในกำหนดเมื่อถูกเรียก ไม่ใช่ว่าแฟ้มทุกใบต้องกองอยู่ที่ที่อยู่จดทะเบียนตลอดเวลา ในทางปฏิบัติจึงใช้วิธีระบุไว้ในระเบียบภายในว่าแฟ้มกลุ่มใดเก็บที่ใด ใครถือกุญแจหรือสิทธิเข้าถึง และจะนำมาแสดงที่ที่อยู่จดทะเบียนได้ภายในกี่วัน สิ่งที่เสี่ยงจริงคือการตอบไม่ได้ว่าเอกสารอยู่ที่ใครเมื่อถูกถาม ซึ่งทำให้ดูเหมือนไม่มีการควบคุมภายในเลย
แยกเป็นสามกลุ่มใหญ่จะจัดการง่าย กลุ่มแรกคือเอกสารทะเบียนบริษัทและเอกสารก่อตั้ง ควรเก็บถาวรเพราะใช้อ้างอิงตลอดอายุกิจการ กลุ่มที่สองคือเอกสารทางบัญชีและภาษีพร้อมหลักฐานประกอบ ควรเก็บตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดและเผื่อเวลาที่อาจถูกตรวจย้อนหลัง กลุ่มที่สามคือเอกสารสัญญาและเอกสารบุคคล ควรเก็บตามอายุของข้อผูกพันบวกระยะเวลาที่อาจมีข้อพิพาท จากนั้นทำตารางกำหนดปีทำลายและผู้อนุมัติ เพื่อไม่ให้เอกสารสำคัญหายไปพร้อมการเคลียร์พื้นที่
ต้องมีขั้นตอนที่เขียนไว้ชัด ได้แก่ ผู้ให้บริการรับเอกสารแล้วบันทึกวันเวลาที่รับ ถ่ายภาพหน้าซองพร้อมชื่อผู้ส่ง แจ้งผู้ประสานงานของบริษัทในวันเดียวกัน และส่งต่อฉบับจริงตามช่องทางที่ตกลง ฝั่งบริษัทควรมีทะเบียนรับหนังสือที่ระบุผู้รับผิดชอบและกำหนดที่ต้องตอบ จุดที่เกิดปัญหาบ่อยคือหนังสือที่มีกำหนดตอบสั้นถูกส่งต่อช้าจนเลยกำหนด ทางป้องกันคือกำหนดให้เอกสารจากหน่วยงานรัฐเป็นประเภทเร่งด่วนที่ต้องแจ้งทันทีแยกจากไปรษณีย์ทั่วไป
เมื่อรับหนังสือให้บันทึกสามวันในทะเบียนทันที คือวันที่ระบุในหนังสือ วันที่บริษัทได้รับจริง และวันครบกำหนดตอบ แล้วตั้งการแจ้งเตือนสองรอบก่อนถึงกำหนด พร้อมระบุผู้รับผิดชอบเป็นชื่อบุคคลไม่ใช่ชื่อแผนก หากประเมินว่าจะรวบรวมเอกสารไม่ทัน ควรยื่นขอขยายเวลาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนครบกำหนดพร้อมเหตุผลและกรอบเวลาที่จะส่งได้ การแจ้งล่วงหน้าโดยมีแผนชัดมักได้รับการพิจารณาดีกว่าการเงียบแล้วส่งช้าโดยไม่อธิบายอะไรเลย
เตรียมชุดพื้นฐานที่ถูกขอแทบทุกครั้ง ได้แก่ หนังสือรับรองการจดทะเบียนฉบับล่าสุด วัตถุประสงค์และรายชื่อผู้มีอำนาจ สัญญาใช้ที่อยู่กับผู้ให้บริการและหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ ใบทะเบียนภาษีที่เกี่ยวข้อง งบการเงินปีล่าสุดที่นำส่งแล้ว ตัวอย่างใบกำกับภาษีขายและซื้อ สัญญากับลูกค้าและผู้ขายรายหลัก ทะเบียนพนักงานและหลักฐานการจ่ายเงินเดือน เก็บเป็นชุดที่ปรับให้ทันสมัยทุกไตรมาส เมื่อมีคำขอเข้ามาก็ส่งได้เร็วโดยไม่ต้องรวบรวมใหม่ทั้งหมดในเวลาที่มีจำกัด
หลักฐานที่มีน้ำหนักคือร่องรอยการทำงานที่ต่อเนื่องและสอดคล้องกัน เช่น สัญญาที่มีการปฏิบัติจริง ใบส่งของและหลักฐานการรับของ รายการเดินบัญชีธนาคารที่ตรงกับใบแจ้งหนี้ การจ่ายเงินเดือนและเงินสมทบตามรอบ บันทึกการประชุมที่มีเนื้อหาเป็นเรื่องงาน และหลักฐานการติดต่อกับลูกค้า สิ่งที่มีน้ำหนักน้อยคือเอกสารที่ทำขึ้นทีเดียวย้อนหลังทั้งปี เพราะไม่สะท้อนการดำเนินงานตามเวลาจริง การบันทึกไปตามรอบเดือนจึงคุ้มกว่าการเร่งทำตอนถูกขอ
ควรตกลงกับผู้ให้บริการไว้ล่วงหน้าว่าจะให้ผู้ที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ทำอะไรได้ คือรับบัตรและบันทึกชื่อหน่วยงาน สอบถามวัตถุประสงค์ ติดต่อผู้ประสานงานของบริษัททันที และนัดเวลาที่ผู้มีอำนาจจะมาพบพร้อมเอกสาร โดยไม่ควรให้เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ตอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการหรือส่งมอบเอกสารแทนบริษัท เพราะคำตอบที่คลาดเคลื่อนจะกลายเป็นบันทึกที่ต้องแก้ภายหลัง หลังเหตุการณ์ควรขอบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นและเวลาที่มาเป็นลายลักษณ์อักษรเก็บไว้
ควรอ่านให้ชัดว่าขออะไร ช่วงเวลาใด และเพื่อวัตถุประสงค์ใด หากถ้อยคำกว้างจนตีความได้หลายทาง ขอให้ระบุรายการและช่วงเวลาให้ชัดเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ซึ่งเป็นการให้ความร่วมมือ ไม่ใช่การปฏิเสธ จากนั้นส่งสิ่งที่อยู่ในขอบเขตให้ครบพร้อมสารบัญที่ระบุว่าแต่ละรายการอยู่หน้าใด และระบุรายการที่ยังหาไม่ได้พร้อมเหตุผลและกำหนดที่จะส่งตาม การส่งเกินขอบเขตโดยไม่จำเป็นอาจเปิดประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องและเพิ่มภาระให้ทั้งสองฝ่าย
ส่งเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของคำขอ และพิจารณาปิดทับข้อมูลส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น เลขบัญชีเต็ม ข้อมูลสุขภาพ หรือข้อมูลของบุคคลที่ไม่ใช่คู่กรณี พร้อมทำบันทึกว่าปิดทับส่วนใดและเพราะเหตุใด หากต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก ควรใช้ช่องทางที่ควบคุมการเข้าถึงได้และบันทึกว่าใครรับเมื่อใด นอกจากนี้ควรแจ้งฝ่ายที่ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลภายในองค์กรให้ทราบ เพื่อให้การส่งครั้งนี้ถูกบันทึกไว้ในทะเบียนกิจกรรมการประมวลผลตามที่วางระบบไว้
ทำได้ในหลายกรณี แต่ต้องวางวิธีให้เชื่อถือได้ คือสแกนครบทุกหน้าอย่างอ่านออก ตั้งชื่อไฟล์เป็นระบบที่ค้นได้ บันทึกว่าใครสแกนเมื่อใด ควบคุมสิทธิแก้ไข และมีสำเนาสำรองแยกที่ตั้ง สิ่งที่ยังควรเก็บต้นฉบับกระดาษคือเอกสารที่มีลายมือชื่อหรือตราประทับที่อาจต้องแสดงตัวจริง เช่น สัญญาสำคัญและเอกสารทะเบียน วิธีที่ใช้ได้จริงคือทำทะเบียนบอกว่าต้นฉบับกระดาษของแต่ละรายการอยู่ที่ใด เพื่อให้หยิบได้ทันทีโดยไม่ต้องรื้อทั้งกล่อง
ก่อนยกเลิกสัญญาให้ขอบันทึกการรับหนังสือย้อนหลังทั้งหมด รับเอกสารที่ยังค้างอยู่ให้ครบ และขอหนังสือยืนยันวันที่สิ้นสุดการให้บริการ จากนั้นแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ต่อหน่วยงานทะเบียนและคู่ค้าตามลำดับ และจัดให้มีการนำส่งเอกสารต่อไปที่ที่ทำการแห่งใหม่ระหว่างช่วงรอยต่อ สิ่งที่มักตกหล่นคือหนังสือจากหน่วยงานที่ยังใช้ที่อยู่เดิมหลายเดือนหลังย้าย จึงควรตรวจกับผู้ให้บริการรายเดิมเป็นระยะจนแน่ใจว่าไม่มีเอกสารเข้ามาอีก แล้วจึงปิดเรื่องอย่างเป็นทางการ
สุ่มหยิบรายการจากแต่ละกลุ่มประมาณสิบรายการแล้วลองหาให้เจอภายในเวลาที่กำหนด หากหาไม่เจอให้บันทึกว่าติดที่ขั้นใด ตรวจว่าตารางกำหนดปีทำลายถูกใช้จริง ตรวจสิทธิเข้าถึงว่าคนที่ลาออกแล้วถูกถอนสิทธิหรือยัง ตรวจว่าสำเนาสำรองกู้คืนได้จริงโดยทดลองกู้คืนบางไฟล์ และทบทวนทะเบียนรับหนังสือว่าทุกฉบับมีผู้ปิดเรื่อง ผลการตรวจควรสรุปเป็นรายการที่ต้องแก้พร้อมผู้รับผิดชอบและกำหนดเวลา ไม่ใช่เพียงบันทึกว่าตรวจแล้วโดยไม่มีการแก้ไขอะไรตามมา
เริ่มจากทำรายการว่าคำขอต้องการอะไรบ้าง แล้วแยกเป็นสามกอง คือมีแล้วพร้อมส่ง มีแต่ต้องรวบรวมหรือทำสำเนา และไม่มีหรือหาไม่พบ สำหรับกองที่สามให้บันทึกเหตุผลตามความจริงและหาหลักฐานอื่นที่แสดงข้อเท็จจริงเดียวกัน เช่น รายการเดินบัญชีแทนใบเสร็จที่หาย จากนั้นยื่นสิ่งที่พร้อมก่อนพร้อมแจ้งกรอบเวลาส่วนที่เหลือ การปรึกษาทนายหรือผู้ทำบัญชีตั้งแต่ต้นช่วยจัดลำดับได้ว่าเรื่องใดกระทบมากและควรอธิบายอย่างไรให้ตรงประเด็น
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- เอกสารของบริษัทต้องเก็บที่ที่อยู่จดทะเบียนหรือไม่
- ควรเก็บเอกสารแต่ละกลุ่มไว้นานเท่าไร
- หนังสือราชการที่ส่งไปที่อยู่จดทะเบียนจะถึงมือเราอย่างไร
- จะไม่พลาดกำหนดตอบหนังสือได้อย่างไร
- ควรเตรียมชุดเอกสารอะไรไว้ก่อนถูกขอ
- จะพิสูจน์ว่าบริษัทดำเนินกิจการจริงได้ด้วยอะไร
- เจ้าหน้าที่มาถึงที่อยู่จดทะเบียนแต่ไม่มีพนักงานอยู่ ควรทำอย่างไร
- คำขอเอกสารกว้างมาก ต้องส่งทุกอย่างเลยไหม
- เอกสารที่มีข้อมูลลูกค้าหรือข้อมูลพนักงานควรจัดการอย่างไร
- เก็บเป็นไฟล์แทนกระดาษได้ไหม
- ย้ายผู้ให้บริการที่อยู่ ควรจัดการเอกสารเก่าอย่างไร
- ควรตรวจระบบเก็บเอกสารปีละครั้งอย่างไร
- ถูกเรียกเอกสารแล้วรู้ตัวว่าไม่ครบ ควรเริ่มที่ไหน
หัวข้ออื่น