Skip to main content

ศูนย์รวม Virtual Office ทั่วไทย

ที่อยู่จดทะเบียนที่ใช้จดบริษัทและจด VAT ได้จริง

รวมเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานใช้ตัดสิน ชุดเอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนตั้งแต่เลือกพื้นที่จนถึงรับเอกสารประจำเดือน และทางเลือกตามลักษณะธุรกิจของคุณ

คำตอบสั้น

Virtual Office ที่ใช้จดทะเบียนได้จริงต้องเป็นที่อยู่ซึ่งเจ้าของอาคารยินยอมให้ใช้เป็นสำนักงานของนิติบุคคล มีหลักฐานสิทธิใช้พื้นที่ ติดป้ายชื่อบริษัทตามที่กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มกำหนด และมีคนอยู่รับเอกสารเมื่อเจ้าพนักงานเข้าตรวจสภาพจริง ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง คำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมักถูกชะลอหรือถูกเรียกเอกสารเพิ่ม

เจ้าพนักงานตรวจอะไรที่ที่อยู่จดทะเบียน

การตรวจสภาพสถานประกอบการไม่ใช่การดูว่าห้องสวยหรือไม่ แต่เป็นการยืนยันว่านิติบุคคลนั้นมีสิทธิใช้พื้นที่ตามเอกสารที่ยื่นไว้ เจ้าพนักงานจะเทียบเลขที่บ้านกับหนังสือยินยอม เทียบชื่อผู้ให้ความยินยอมกับหลักฐานสิทธิในอาคาร และดูว่าป้ายชื่อที่ติดตรงกับชื่อจดทะเบียนทุกตัวอักษร

คำถามที่มักถูกถามคือใครเป็นผู้รับเอกสารแทนบริษัท เก็บเอกสารทางบัญชีไว้ที่ใด และติดต่อผู้มีอำนาจได้ทางไหน คำตอบที่ตรงกับเอกสารทุกฉบับทำให้เรื่องจบในการเข้าตรวจครั้งเดียว ส่วนคำตอบที่ขัดกันเองมักนำไปสู่การนัดเข้าตรวจรอบสองหรือหนังสือเรียกชี้แจง

ที่อยู่แบบไหนใช้จดภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ผ่าน

ที่อยู่ที่รับเฉพาะจดหมายโดยไม่มีพื้นที่ทำงานและไม่มีผู้ดูแลประจำมักไม่ผ่านการตรวจ เพราะไม่มีใครยืนยันได้ว่าบริษัทประกอบกิจการอยู่ที่นั้นจริง เช่นเดียวกับตึกที่ข้อบังคับห้ามใช้เพื่อการพาณิชย์ หรือห้องชุดที่ข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดระบุให้ใช้เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น

อีกกรณีที่พบบ่อยคือใช้บ้านของญาติโดยไม่มีหนังสือยินยอมและสำเนาทะเบียนบ้านที่ลงนามรับรอง หรือใช้ที่อยู่เดียวกับอีกหลายสิบนิติบุคคลโดยไม่แยกพื้นที่และไม่แยกป้าย ทั้งสองแบบทำให้เจ้าพนักงานต้องขอเอกสารเพิ่มก่อนอนุมัติ

เอกสารที่ต้องเตรียมและใครต้องลงนาม

ชุดเอกสารพื้นฐานประกอบด้วยหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หลักฐานสิทธิในอาคารของผู้ให้ความยินยอม สำเนาบัตรประจำตัวและทะเบียนบ้านของผู้ให้ความยินยอม แผนที่แสดงที่ตั้ง ภาพถ่ายอาคารที่เห็นเลขที่และป้ายชื่อ และภาพถ่ายภายในที่เห็นพื้นที่ทำงาน

ผู้ลงนามในหนังสือยินยอมต้องเป็นผู้มีสิทธิในอาคารจริง หากอาคารมีเจ้าของร่วมหรือมีผู้เช่าหลัก อาจต้องมีหนังสือยินยอมเป็นลำดับชั้นจากเจ้าของสู่ผู้เช่าหลักและจากผู้เช่าหลักสู่บริษัท เอกสารที่ขาดลำดับชั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เรื่องค้างบ่อยที่สุด

งานที่ต้องทำต่อเนื่องหลังจดทะเบียนเสร็จ

ที่อยู่จดทะเบียนคือช่องทางที่ราชการใช้ส่งหนังสือถึงบริษัท ทั้งหนังสือเชิญพบ หนังสือแจ้งประเมิน และหมายศาล กำหนดเวลาตอบกลับเริ่มนับจากวันที่ส่งถึงที่อยู่นั้น ไม่ใช่วันที่ผู้บริหารได้อ่าน ระบบรับเอกสารที่บันทึกวันรับและแจ้งผู้รับผิดชอบจึงสำคัญกว่าตัวห้องเสียด้วย

เมื่อย้ายที่อยู่ ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและยื่นแบบแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมเปลี่ยนที่อยู่บนใบกำกับภาษีให้ตรงกัน ใบกำกับภาษีที่ยังพิมพ์ที่อยู่เดิมหลังย้ายเป็นประเด็นที่ถูกทักในการตรวจสอบภายหลัง

ที่อยู่จดทะเบียนกับใบอนุญาตเฉพาะทางและวีซ่าทำงาน

ธุรกิจบางประเภทต้องมีสถานที่ตามเงื่อนไขใบอนุญาต เช่น กิจการที่ต้องมีคลังเก็บสินค้า ร้านอาหาร สถานพยาบาล หรือกิจการนำเที่ยว ที่อยู่สำหรับรับเอกสารจึงใช้แทนสถานที่ประกอบการตามใบอนุญาตไม่ได้ ต้องแยกให้ชัดว่าที่อยู่ใดใช้เพื่อการจดทะเบียนและที่อยู่ใดใช้เพื่อการประกอบกิจการ

สำหรับการขอใบอนุญาตทำงานของชาวต่างชาติ เจ้าพนักงานจะดูความสอดคล้องระหว่างขนาดพื้นที่ จำนวนลูกจ้าง และลักษณะงานที่ระบุ การเข้าตรวจสถานที่จึงมักเกิดขึ้นในขั้นนี้ด้วย การเตรียมพื้นที่ให้สอดคล้องกับจำนวนตำแหน่งที่ยื่นช่วยลดการถูกเรียกเอกสารเพิ่ม

ขั้นตอนทำงาน 6 ขั้น

จากการเลือกพื้นที่ถึงระบบรับเอกสารที่ใช้งานได้จริง

  1. ขั้นที่ 1

    ระบุวัตถุประสงค์ของที่อยู่

    เริ่มจากแยกให้ชัดว่าต้องการที่อยู่เพื่อจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อรองรับใบอนุญาตทำงาน หรือเพื่อรับเอกสารเท่านั้น เงื่อนไขเอกสารและการเข้าตรวจของแต่ละวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน

  2. ขั้นที่ 2

    ตรวจเงื่อนไขอาคารก่อนตัดสินใจ

    ตรวจข้อบังคับอาคารหรือข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดว่าอนุญาตให้ใช้เพื่อการพาณิชย์หรือไม่ และผู้ให้ความยินยอมมีสิทธิลงนามในระดับใด ขั้นนี้ป้องกันการยื่นเอกสารที่ถูกตีกลับภายหลัง

  3. ขั้นที่ 3

    จัดชุดเอกสารและลำดับการยินยอม

    รวบรวมหนังสือยินยอม หลักฐานสิทธิในอาคาร สำเนาบัตรและทะเบียนบ้านผู้ให้ความยินยอม แผนที่ และภาพถ่าย โดยเรียงลำดับการยินยอมจากเจ้าของสู่ผู้ใช้พื้นที่ให้ครบทุกชั้น

  4. ขั้นที่ 4

    ติดป้ายและจัดพื้นที่ให้ตรงเอกสาร

    ติดป้ายชื่อบริษัทให้เห็นได้จากภายนอกโดยใช้ชื่อตรงตามที่จดทะเบียน จัดโต๊ะทำงานและจุดเก็บเอกสารให้สอดคล้องกับภาพถ่ายที่ยื่น เพราะเจ้าพนักงานจะเทียบกับภาพในสำนวน

  5. ขั้นที่ 5

    ยื่นคำขอและรองรับการเข้าตรวจ

    ยื่นคำขอจดทะเบียนหรือแจ้งเปลี่ยนแปลง แล้วจัดให้มีผู้รับมอบอำนาจอยู่ในพื้นที่ตามช่วงเวลาที่นัด พร้อมสำเนาเอกสารชุดเดียวกับที่ยื่นไว้สำหรับให้เจ้าพนักงานตรวจเทียบ

  6. ขั้นที่ 6

    วางรอบรับเอกสารและรายงานประจำเดือน

    กำหนดผู้รับเอกสาร วิธีบันทึกวันรับ และช่องทางส่งต่อให้ทีมบัญชีและทีมกฎหมาย เพื่อให้หนังสือราชการถูกตอบภายในกำหนด และเอกสารภาษีเข้าสู่รอบยื่นรายเดือนได้ทันเวลา

เลือกแบบที่ตรงกับกิจการ

ความต้องการแบบไหน ควรใช้ที่อยู่แบบใด และต้องระวังอะไร

ความต้องการรูปแบบที่เหมาะจุดที่ต้องระวัง
ตั้งบริษัทใหม่และต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มทันทีที่อยู่ที่มีพื้นที่ทำงานจริงและผู้ดูแลประจำ พร้อมป้ายชื่อแยกของบริษัทภาพถ่ายต้องถ่ายหลังติดป้ายแล้ว และชื่อบนป้ายต้องตรงกับหนังสือรับรอง
บริษัทต่างชาติที่ยังไม่มีพนักงานในไทยที่อยู่พร้อมผู้รับเอกสารและผู้ประสานงานที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้เอกสารจากต่างประเทศอาจต้องรับรองก่อนใช้ ควรเผื่อเวลาในขั้นตอนรับรอง
ย้ายที่อยู่จดทะเบียนของบริษัทที่เปิดดำเนินการแล้วแผนย้ายที่ทำพร้อมกันทั้งแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนและแก้ที่อยู่บนเอกสารภาษีใบกำกับภาษีชุดเดิมต้องหยุดใช้ตามวันที่มีผล ไม่ใช้คู่ขนานกับชุดใหม่
ธุรกิจที่ต้องมีคลังสินค้าหรือหน้าร้านแยกที่อยู่จดทะเบียนออกจากสถานที่ประกอบการที่ระบุในใบอนุญาตสาขาที่เปิดเพิ่มต้องจดทะเบียนสาขาและแจ้งเพิ่มสถานประกอบการในทะเบียนภาษี
ต้องการขอใบอนุญาตทำงานให้ผู้บริหารต่างชาติพื้นที่ที่สอดคล้องกับจำนวนตำแหน่งและลักษณะงานที่ยื่นทุนจดทะเบียนและอัตราลูกจ้างไทยต่อชาวต่างชาติต้องครบก่อนยื่น
ฟรีแลนซ์หรือบุคคลธรรมดาที่ยังไม่จดบริษัทที่อยู่เพื่อรับเอกสารและติดต่อลูกค้า โดยยังไม่ใช้เพื่อการจดทะเบียนเมื่อรายได้ถึงเกณฑ์ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เปลี่ยนเป็นที่อยู่ที่ผ่านการตรวจได้

คำถามที่พบบ่อย

คำถามเรื่องที่อยู่จดทะเบียนที่ลูกค้าถามมากที่สุด

ใช้ได้เมื่อที่อยู่นั้นมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากผู้มีสิทธิในอาคาร มีพื้นที่ทำงานให้เจ้าพนักงานตรวจได้ มีป้ายชื่อบริษัทตรงตามหนังสือรับรอง และมีผู้รับเอกสารประจำ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้ที่อยู่นี้เป็นสำนักงานของนิติบุคคล ส่วนกรมสรรพากรจะพิจารณาการเข้าตรวจสภาพสถานประกอบการก่อนอนุมัติทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ระยะเวลาโดยประมาณอยู่ที่ราวหนึ่งถึงสามสัปดาห์นับจากยื่นเอกสารครบ ขึ้นกับคิวการเข้าตรวจของพื้นที่

แผนผังข้อมูลของหน้านี้ ประเทศไทย

ส่วนนี้ระบุพื้นที่ หน่วยงาน และประเภทงานที่หน้านี้ครอบคลุม พร้อมทางเดินต่อไปยังคลัสเตอร์เนื้อหาอื่นของเรา เพื่อให้ทั้งผู้อ่านและระบบผู้ช่วยตรวจสอบขอบเขตและที่มาของคำตอบได้เร็ว

พื้นที่

ประเทศไทย

ISO 3166-2: TH

สำนักงานที่รับผิดชอบ: สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ โทร 092-0170000

หน่วยงานที่อ้างถึง

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — จดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานและการแก้ไขที่ตั้ง
  • กรมสรรพากร — ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและการตรวจสภาพสถานประกอบการ
  • สำนักงานประกันสังคม — การขึ้นทะเบียนนายจ้างตามเขตที่ตั้ง
  • กรมการจัดหางาน — เงื่อนไขสถานที่ประกอบการสำหรับใบอนุญาตทำงาน

ประเภทงานที่ครอบคลุม

  • ที่อยู่จดทะเบียนและหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
  • การตรวจสภาพสถานประกอบการเพื่อจด VAT
  • การรับและติดตามเอกสารราชการ
  • การย้ายที่ตั้งสำนักงานและแก้ไขทะเบียน

อ่านต่อในคลัสเตอร์อื่น

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนโดยทีมทนายความและผู้ทำบัญชีที่รับงานประเภทนี้ในสำนักงานของเราเอง แล้วส่งให้ผู้ถือใบอนุญาตในสายเดียวกันตรวจซ้ำก่อนเผยแพร่

  • หุ้นส่วนผู้จัดการ — ตรวจข้อสรุปทางกฎหมายและความเสี่ยงของลูกค้า
  • หัวหน้าฝ่ายบัญชี (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) — ตรวจวิธีบันทึกบัญชีและงบการเงิน
  • หัวหน้าฝ่ายภาษี — ตรวจฐานภาษี อัตรา และกำหนดเวลายื่นแบบ

ต้องการที่อยู่จดทะเบียนที่ผ่านการตรวจและมีทีมบัญชีกฎหมายต่อให้

ส่งรายละเอียดกิจการ พื้นที่ที่ต้องการ และงานจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง ทีมจะประเมินขอบเขตงานและแจ้งค่าบริการก่อนเริ่มดำเนินการ

ติดต่อเรา
contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที