FAQ
บัญชีบริษัทนำเที่ยว ตัวแทนตั๋ว และผู้จัดทัวร์
ธุรกิจท่องเที่ยวรับเงินล่วงหน้าก่อนให้บริการหลายเดือน จ่ายต่อให้โรงแรม สายการบิน และผู้ให้บริการปลายทางเป็นงวด และมีทั้งงานที่ทำกำไรจากส่วนต่างราคาแพ็กเกจกับงานที่ได้เพียงค่าคอมมิชชันจากการขายตั๋ว โครงสร้างรายได้สองแบบนี้ต้องบันทึกต่างกัน ไม่เช่นนั้นยอดขายจะดูใหญ่เกินจริงและอัตรากำไรจะอ่านไม่ได้ หัวข้อนี้อธิบายการรับรู้รายได้ตามงวดเดินทาง การคุมเงินมัดจำลูกค้า การจัดการยกเลิกและเลื่อนวันเดินทาง สกุลเงินต่างประเทศ และรายงานที่เจ้าของธุรกิจควรดูก่อนปิดการขายรอบถัดไป
ดูว่าใครเป็นผู้รับภาระในการให้บริการนั้น ถ้ากิจการจัดแพ็กเกจเอง กำหนดเส้นทาง เลือกซัพพลายเออร์ รับความเสี่ยงเมื่อบริการมีปัญหา และตั้งราคาขายเอง ลักษณะนี้ถือว่าเป็นผู้ให้บริการหลัก จึงบันทึกรายได้เต็มจำนวนที่เรียกเก็บจากลูกค้าและบันทึกต้นทุนที่จ่ายซัพพลายเออร์เป็นต้นทุนบริการ แต่ถ้าเพียงส่งต่อการจองไปยังผู้ให้บริการที่ลูกค้าทำสัญญาโดยตรง และกิจการได้ค่าตอบแทนเป็นอัตราที่กำหนดไว้ ลักษณะนี้เป็นตัวแทน จึงบันทึกรายได้เฉพาะค่าตอบแทนที่ได้รับ การแยกสองแบบนี้ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าที่คิด เพราะกระทบทั้งตัวเลขยอดขายที่ใช้ยื่นแบบและเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาการเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ควรบันทึกยอดขายแบบเต็มจำนวนหรือเฉพาะส่วนต่าง
- เงินมัดจำที่ลูกค้าจ่ายล่วงหน้าถือเป็นรายได้เมื่อไร
- เงินที่จ่ายล่วงหน้าให้โรงแรมและสายการบินบันทึกอย่างไร
- ยกเลิกการเดินทางแล้วเงินบางส่วนคืนไม่ได้ ควรบันทึกอย่างไร
- ค่าคอมมิชชันจากสายการบินและซัพพลายเออร์ควรรับรู้ตอนไหน
- ต้นทุนที่จ่ายเป็นสกุลต่างประเทศจัดการอย่างไรให้กำไรไม่บิดเบี้ยว
- ค่าตอบแทนไกด์และทีมงานอิสระรายทริปจัดการด้านภาษีอย่างไร
- แพ็กเกจทัวร์ที่รวมบริการหลายอย่างมีประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่มอะไรที่ต้องระวัง
- รายงานกำไรรายคณะควรมีอะไรและดูอย่างไร
- ต้องรู้ยอดภาระคืนเงินที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลาอย่างไร
- หลักประกันและค่าธรรมเนียมตามใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยวบันทึกอย่างไร
- ธุรกิจที่ทำทั้งรับนักท่องเที่ยวเข้าและส่งออกเดินทางควรแยกบัญชีไหม
- ปิดบัญชีรายเดือนของธุรกิจท่องเที่ยวควรตรวจอะไรเป็นลำดับ
หัวข้ออื่น