โรงสีข้าวและลานรับซื้อ: หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
ตลอดสองฝั่งแม่น้ำน่านและแม่น้ำยม จังหวัดพิจิตรมีทั้งโรงสีข้าวและลานรับซื้อผลผลิตกระจายตัวอยู่แทบทุกอำเภอ เมื่อโรงสีที่จดทะเบียนในรูปนิติบุคคลจ่ายค่าข้าวเปลือกให้ชาวนาและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายภาษี จะเกิดหน้าที่ต้องหักเงินไว้ ณ ที่จ่ายพร้อมออกหนังสือรับรองมอบให้ผู้ขายทุกรายและนำส่งกรมสรรพากรตามกำหนด หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าธุรกรรมซื้อขายผลผลิตทางการเกษตรทั้งหมดจะพ้นภาระภาษีโดยอัตโนมัติ ทั้งที่ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นหากฝ่ายผู้ซื้อมีสถานะเป็นนิติบุคคล
โรงสีขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ตามกฎหมายต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและจัดทำบัญชีสต๊อกข้าวเปลือกและข้าวสารแยกตามล็อตเพื่อรองรับการตรวจสอบของสำนักงานสรรพากรพื้นที่พิจิตร การแยกบัญชีรายได้จากการรับจ้างสีข้าวออกจากรายได้จากการซื้อขายข้าวของโรงสีเองก็มีความสำคัญ เนื่องจากภาระภาษีของสองกิจกรรมนี้มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน
ข้อพิพาทที่พบในทางปฏิบัติมักเกิดจากสัญญาซื้อขายข้าวเปลือกด้วยวาจาที่ไม่มีการระบุราคาความชื้นและเกณฑ์การหักน้ำหนักไว้ล่วงหน้า ทำให้เกษตรกรและโรงสีขัดแย้งกันเรื่องราคาสุดท้ายเมื่อชั่งน้ำหนักจริง การทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุมาตรฐานความชื้นและวิธีคำนวณราคาอย่างชัดเจนช่วยลดข้อพิพาทเหล่านี้ได้อย่างมาก
