การขอใบอนุญาตโรงงานเซรามิกและการจัดการมลพิษจากเตาเผา
ผู้ผลิตเซรามิกที่ขยายจากงานฝีมือครัวเรือนไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ต้องพิจารณาว่ากิจการเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามกำลังเครื่องจักรและจำนวนคนงานหรือไม่ หากใช้เตาเผาแก๊สหรือเตาเผาไฟฟ้าขนาดใหญ่และมีคนงานเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จะต้องยื่นขอใบอนุญาตต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรีก่อนเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ ผู้ประกอบการหลายรายที่ดำเนินกิจการต่อเนื่องมาจากรุ่นก่อนโดยไม่เคยขอใบอนุญาตมักถูกสั่งปรับปรุงหรือระงับการผลิตเมื่อมีการตรวจสอบ
การเผาเตาแบบดั้งเดิมด้วยฟืนหรือแกลบยังพบในผู้ผลิตรายย่อยบางราย ซึ่งก่อควันและฝุ่นที่อาจเข้าข่ายเป็นเหตุรำคาญตามกฎหมายสาธารณสุขหากอยู่ใกล้ชุมชน เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจสั่งให้ปรับปรุงระบบเผาไหม้หรือย้ายสถานที่ตั้งเตาเผา ผู้ประกอบการที่ลงทุนเปลี่ยนเป็นเตาแก๊สเพื่อลดมลพิษควรบันทึกค่าใช้จ่ายลงทุนดังกล่าวเป็นสินทรัพย์และหักค่าเสื่อมราคาให้ถูกต้องแทนการบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในปีเดียว
โรงงานเซรามิกที่ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศต้องพิจารณาการใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละศูนย์ พร้อมการขอคืนภาษีซื้อจากวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้บางรายเข้าร่วมโครงการ OTOP ของกรมการพัฒนาชุมชนซึ่งมีเงื่อนไขการรับรองคุณภาพสินค้าและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนที่แตกต่างจากใบอนุญาตโรงงาน ผู้ประกอบการต้องแยกความเข้าใจว่าการได้ตราสัญลักษณ์ OTOP ไม่ได้ทดแทนหน้าที่ขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่กฎหมายโรงงานกำหนด
