ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
โรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ไฮเทค หรือบางปะอิน โดยทั่วไปขอใบอนุญาตผ่านการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดเดียวเบ็ดเสร็จ แต่โรงงานที่ตั้งนอกเขตนิคมยังต้องยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดโดยตรง ความแตกต่างของช่องทางนี้มีผลต่อระยะเวลาและเอกสารที่ต้องเตรียม ผู้ประกอบการที่ขยายกำลังผลิตหรือเปลี่ยนเครื่องจักรจึงต้องตรวจก่อนว่าทรัพย์สินของตนอยู่ในเขตนิคมหรือไม่ เพราะขั้นตอนแก้ไขทะเบียนโรงงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
อยุธยาเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานให้ความสนใจกับระบบบำบัดน้ำเสียและการจัดการกากอุตสาหกรรมเป็นพิเศษ เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาและป่าสักไหลผ่านพื้นที่เกษตรจำนวนมากท้ายน้ำ โรงงานที่ปล่อยน้ำทิ้งต้องติดตั้งระบบบำบัดที่ผ่านมาตรฐานและรายงานผลตามรอบที่กำหนด การไม่รายงานหรือรายงานค่าที่ไม่ตรงกับผลตรวจจริงเป็นเหตุให้ถูกสั่งระงับการปล่อยน้ำทิ้งชั่วคราวได้ทันที ซึ่งกระทบสายการผลิตทั้งโรงงานไม่ใช่แค่จุดที่มีปัญหา
อีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือการแก้ไขทะเบียนโรงงานเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกำลังการผลิต ประเภทเครื่องจักร หรือวัตถุดิบที่ใช้ ผู้ประกอบการหลายรายติดตั้งเครื่องจักรใหม่แล้วเริ่มผลิตก่อนแจ้งแก้ไขทะเบียน ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกตรวจพบว่าผลิตนอกขอบเขตที่ได้รับอนุญาต การวางระบบให้ฝ่ายวิศวกรรมแจ้งฝ่ายกฎหมายหรือฝ่ายที่ปรึกษาก่อนติดตั้งเครื่องจักรทุกครั้งช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
