พิธีการศุลกากรและการค้าข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว
การขนส่งสินค้าออกจากหนองคายไปเวียงจันทน์ต้องผ่านการยื่นใบขนสินค้าขาออกทางระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมใบกำกับสินค้า บัญชีราคา และหากต้องการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียนต้องแนบหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่ออกโดยหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับระบบมักพลาดตรงขั้นตอนพิกัดศุลกากรและการประเมินราคาศุลกากรที่ไม่ตรงกับใบกำกับสินค้าจริง ทำให้เจ้าหน้าที่เรียกตรวจเอกสารเพิ่มและสินค้าค้างอยู่ที่ด่านนานกว่ากำหนด
สินค้าเกษตรและปศุสัตว์ที่ส่งข้ามแดนต้องมีหนังสือรับรองด้านสุขอนามัยของพืชหรือของสัตว์ออกโดยหน่วยงานเจ้าของเรื่องก่อนถึงด่าน มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่ด่านมีอำนาจกักสินค้าไว้ตรวจสอบซึ่งอาจทำให้สินค้าเน่าเสียก่อนได้รับอนุญาตให้ผ่าน ผู้ส่งออกที่ค้าขายสินค้าประเภทนี้เป็นประจำควรทำสัญญากับผู้รับตรวจสอบล่วงหน้าและวางแผนวันขนส่งให้สอดคล้องกับเวลาทำการของด่านและวันหยุดราชการทั้งสองประเทศ
ธุรกิจที่นำเข้าวัตถุดิบจากลาวมาแปรรูปในไทยแล้วส่งกลับออกไปขายควรพิจารณาสิทธิคืนอากรสำหรับของนำเข้าเพื่อผลิตส่งออกคืน โดยต้องบันทึกปริมาณวัตถุดิบที่ใช้แยกตามล็อตการผลิตอย่างสม่ำเสมอ ถ้ายอดวัตถุดิบตามบัญชีขัดกับจำนวนของที่ส่งออกไปจริง กรมศุลกากรเรียกอากรที่คืนไปแล้วกลับได้ พร้อมเบี้ยปรับตามกฎหมาย ผู้ประกอบการจึงควรมีระบบบัญชีสต๊อกที่แยกชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่เริ่มดำเนินกิจการ
การชำระเงินค่าสินค้าข้ามพรมแดนหลายรายการยังทำผ่านเงินสดหรือระบบโอนแบบไม่เป็นทางการ ซึ่งสร้างความเสี่ยงด้านหลักฐานทางบัญชีเมื่อต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือขอใช้สิทธิภาษีอัตราศูนย์สำหรับสินค้าส่งออก ผู้ประกอบการควรเปลี่ยนมาใช้การโอนเงินผ่านธนาคารที่มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจนเพื่อลดความเสี่ยงเมื่อสรรพากรเรียกตรวจสอบย้อนหลัง
