Skip to main content

TH-95

บริการกฎหมาย บัญชี และวีซ่าในยะลา

เรื่องที่พบซ้ำที่สุดในยะลาคือทรัพย์สินที่ใช้ทำกินมานานหลายรุ่นแต่เอกสารไม่เคยเดินตามความจริง สวนยางที่ปลูกและกรีดมาสามสิบปีอาจยังอยู่ในชื่อผู้ล่วงลับ หรืออยู่บนที่ดินที่ยังเป็นเอกสารสิทธิชั้นรอง หรือบางส่วนคาบเกี่ยวเขตป่า เมื่อลูกหลานต้องการนำไปขอสินเชื่อ ปรับปรุงสวน หรือขายบางแปลง จึงติดขัดทั้งที่ครอบครองจริงมาตลอด งานของเราคือไล่ประวัติเอกสารตั้งแต่ต้นทาง ตรวจแนวเขตกับระวางที่ทางราชการถือ แล้ววางลำดับว่าจะจัดการมรดกและเปลี่ยนชื่อผู้ถืออย่างไรให้เสร็จโดยไม่จุดชนวนข้อพิพาทในเครือญาติ ควบคู่กันคือฝั่งธุรกิจบริการที่เบตง ผู้ประกอบการมักเริ่มจากห้องพักไม่กี่ห้องแล้วขยายจนเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตเต็มรูป การรอให้ถูกร้องเรียนก่อนค่อยแก้มีต้นทุนสูงกว่าการวางให้ถูกตั้งแต่ต้นเสมอ เราจึงประเมินสถานะปัจจุบัน ระบุช่องว่าง และเดินเรื่องให้ครบชุดในคราวเดียว

  • สะสางเอกสารสิทธิสวนยางและเปลี่ยนชื่อผู้ถือหลังเจ้าของเดิมเสียชีวิต
  • ตรวจแนวเขตแปลงที่คาบเกี่ยวพื้นที่ป่าก่อนซื้อขายหรือจำนอง
  • ขอใบอนุญาตที่พักและร้านอาหารสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวชายแดน
  • ดูแลใบอนุญาตโรงงานแปรรูปยางและเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม
ปรึกษาทีมในพื้นที่

คำถามที่คนยะลาถามบ่อย

6 คำถามในพื้นที่ แยกตามหมวดบริการ

อสังหาริมทรัพย์และที่ดิน

ขั้นแรกต้องรู้ว่าคาบเกี่ยวกับเขตประเภทใด เพราะผลต่างกันมาก ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติยังมีช่องทางขออนุญาตใช้ประโยชน์หรือเข้าโครงการจัดที่ดินทำกินที่รัฐเปิดให้ราษฎรที่อยู่มาก่อนกำหนดเวลาที่กฎหมายวางไว้ แต่ที่อยู่ในเขตอุทยานหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจะเข้มกว่ามากและโดยหลักไม่อาจออกเอกสารสิทธิให้ได้ ขั้นที่สองคือรวบรวมหลักฐานการครอบครองต่อเนื่อง ภาพถ่ายทางอากาศเก่า หลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่ ทะเบียนเกษตรกร ใบรับซื้อน้ำยางย้อนหลัง และคำรับรองของผู้ใหญ่บ้านหรือเพื่อนบ้านที่รู้เห็น หลักฐานยิ่งย้อนได้ไกลยิ่งมีน้ำหนัก ขั้นที่สามคือกันแปลงส่วนที่มีเอกสารสิทธิสมบูรณ์ออกจากส่วนที่มีปัญหาให้ชัดในทางแผนที่ เพื่อให้ส่วนที่สะอาดยังใช้ทำนิติกรรมหรือค้ำประกันได้ตามปกติ สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดคือขยายพื้นที่เพิ่มหรือเปลี่ยนสภาพป่าระหว่างที่เรื่องอยู่ในระหว่างพิจารณา เพราะจะกลายเป็นความผิดใหม่และปิดทางเยียวยาทั้งหมด เราช่วยจัดชุดหลักฐาน ประสานการรังวัดตรวจสอบ และยื่นตามช่องทางที่ตรงกับสถานะพื้นที่จริง

จดทะเบียนบริษัทและใบอนุญาต

ขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะการให้บริการ กฎหมายเปิดช่องยกเว้นสำหรับที่พักขนาดเล็กที่มีจำนวนห้องและจำนวนผู้เข้าพักไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดและเปิดรับเป็นรายได้เสริมของครัวเรือน กรณีนี้เพียงยื่นแจ้งกับนายทะเบียนในเขตพื้นที่ ไม่ต้องขอใบอนุญาตแบบเต็ม แต่ถ้าเกินเกณฑ์นั้นเมื่อใดก็เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมทันที ซึ่งพ่วงเงื่อนไขด้านอาคารมาด้วย ทั้งการใช้อาคารให้ตรงประเภท ทางหนีไฟ ระบบดับเพลิง และระยะร่น อาคารพักอาศัยที่ดัดแปลงมาโดยไม่ได้ขออนุญาตเปลี่ยนการใช้เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดและแก้ยากที่สุด เพราะบางกรณีต้องแก้โครงสร้างจริง สิ่งที่ต้องมีคู่กันไม่ว่าขนาดใด คือทะเบียนพาณิชย์หรือนิติบุคคล การส่งรายชื่อแขกต่างชาติให้ ตม. ในเขตรับผิดชอบตามรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งผู้ประกอบการรายใหม่มักละเลยและถูกปรับ และหากมีการเสิร์ฟอาหารก็ต้องมีใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารจากท้องถิ่นด้วย เราตรวจแบบอาคารกับสถานะการใช้ประโยชน์ก่อน แล้วบอกตรงไปตรงมาว่าควรอยู่ในเกณฑ์ยกเว้นหรือควรขอเต็มรูปเพราะแผนขยายในอนาคต

บัญชีและภาษี

ต้องแยกก่อนว่าใครเป็นผู้มีเงินได้และเงินได้นั้นเป็นประเภทใด กรณีเจ้าของสวนกรีดเองหรือจ้างกรีดแล้วขายน้ำยาง ถือเป็นเงินได้จากการเกษตรซึ่งกฎหมายให้เลือกหักค่าใช้จ่ายได้สองแนวทาง คือหักเป็นอัตราเหมาตามที่กำหนดโดยไม่ต้องมีหลักฐาน หรือหักตามจำนวนที่จ่ายจริงถ้าเก็บใบเสร็จค่าปุ๋ย ค่าแรงกรีด ค่าขนส่งและค่าดูแลสวนไว้ครบ ผู้ที่มีต้นทุนสูงจริงมักได้ประโยชน์จากการหักตามจริงมากกว่า แต่ต้องมีระบบเก็บเอกสารตลอดปี ไม่ใช่มารวบรวมตอนยื่นแบบ กรณีขายไม้ยางเมื่อโค่นสวนเก่าเพื่อปลูกใหม่ เป็นเงินได้ก้อนใหญ่ครั้งเดียวที่ทำให้ฐานภาษีปีนั้นกระโดดขึ้นมาก จึงควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะทำสัญญาขายและรับเงินอย่างไร รวมถึงพิจารณาการแบ่งกรรมสิทธิ์ในสวนระหว่างสมาชิกครอบครัวที่เป็นเจ้าของร่วมจริงให้ตรงกับข้อเท็จจริง สำหรับผู้ที่รับซื้อและแปรรูปเพื่อขายต่อ ไม่ถือเป็นเงินได้จากการเกษตรแล้วแต่เป็นการค้า ซึ่งเกณฑ์การหักค่าใช้จ่ายและหน้าที่ทางภาษีต่างออกไป และเมื่อยอดขายถึงเกณฑ์ก็ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เราคำนวณเปรียบเทียบทั้งสองแนวทางให้เห็นตัวเลขจริงก่อนเลือก

แปลและรับรองเอกสาร

เอกสารแกนกลางคือหลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับเด็ก เพราะทั้งฝั่งด่านและสถานพยาบาลหรือสถานศึกษาปลายทางจะถามถึงอำนาจในการตัดสินใจแทนเด็ก ชุดที่ควรมีคือสูติบัตรพร้อมคำแปลรับรอง ทะเบียนบ้านที่แสดงว่าเด็กอยู่ในความปกครอง หนังสือเดินทางซึ่งยังไม่ใกล้หมดอายุ และหากเด็กเดินทางกับผู้ใหญ่ที่ไม่ใช่บิดามารดาทั้งสองคน ควรมีหนังสือยินยอมให้เดินทางที่ลงนามโดยผู้ปกครองอีกฝ่ายพร้อมสำเนาบัตรประจำตัว กรณีบิดามารดาหย่าหรือแยกกันอยู่ ให้แนบคำสั่งศาลหรือบันทึกข้อตกลงเรื่องอำนาจปกครองด้วย เพราะเป็นจุดที่ถูกซักถามมากที่สุด สำหรับการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลปลายทางมักขอประวัติการรักษาและใบส่งตัวเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งควรให้แพทย์ผู้รักษาออกเป็นภาษาอังกฤษโดยตรงจะเร็วกว่าแปลภายหลัง ส่วนการเรียน สถานศึกษาจะขอผลการเรียนและหลักฐานการจบชั้นล่าสุดพร้อมคำแปล และในบางกรณีขอให้ผ่านการรับรองของหน่วยงานราชการไทยก่อน ข้อควรระวังคือชื่อของเด็กและผู้ปกครองต้องสะกดตรงกันทุกฉบับ และควรพกสำเนาชุดสำรองแยกจากต้นฉบับเสมอ เราจัดชุดเอกสารและดำเนินการรับรองให้ครบก่อนวันเดินทาง

คำถามที่เกี่ยวข้องในหมวดและจังหวัดเดียวกัน

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที