BOI / กฎหมาย
BOI vs. Amity Treaty: เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
การถือหุ้น 100% โดยชาวต่างชาติในประเทศไทยทำได้ 2 ช่องทางหลัก คือ BOI (Board of Investment) และ Amity Treaty (สำหรับสัญชาติอเมริกันเท่านั้น) แต่ละช่องทางมีข้อดี ข้อจำกัด และค่าใช้จ่ายต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
BOI คืออะไร และเหมาะกับใคร
BOI คือคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ให้สิทธิประโยชน์ทั้งภาษี (ยกเว้น CIT สูงสุด 13 ปี) และสิทธิ non-tax เช่น ถือหุ้น 100% ถือครองที่ดิน และนำเข้าผู้เชี่ยวชาญต่างชาติได้
เหมาะกับธุรกิจใน 7 หมวดเป้าหมาย เช่น Software, Digital Services, R&D, Green Energy, Advanced Manufacturing
Amity Treaty คืออะไร และเหมาะกับใคร
Amity Treaty คือสนธิสัญญาระหว่างไทย–สหรัฐฯ ที่ให้พลเมืองอเมริกันประกอบธุรกิจในไทยได้เกือบทุกประเภท (ยกเว้นการสื่อสาร ขนส่ง การเงิน) โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต Foreign Business License
ไม่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ตั้งบริษัทได้เร็วกว่า BOI มาก (2–3 สัปดาห์ vs 3–6 เดือน)
ตารางเปรียบเทียบ
ข้อดี BOI: ยกเว้น CIT, ถือครองที่ดิน, นำเข้าเครื่องจักรฟรี VAT, Work Permit ง่าย
ข้อดี Amity: ตั้งบริษัทเร็ว, ธุรกิจครอบคลุมกว้าง, ไม่ต้องอยู่ในหมวดเป้าหมาย
ค่าใช้จ่าย BOI เริ่ม 80,000 บาท / Amity เริ่ม 45,000 บาท (ยังไม่รวมทุนจดทะเบียน)
สรุป
ถ้าเป็นชาวอเมริกันและอยากตั้งบริษัทเร็ว — เลือก Amity Treaty ถ้าธุรกิจเข้าเงื่อนไข BOI และอยากประหยัดภาษีระยะยาว — เลือก BOI ทีมทนายของเรารับปรึกษาฟรีครั้งแรก 30 นาที เพื่อประเมินความเหมาะสม
ปรึกษาทีมเราฟรีคำถามที่พบบ่อย
ชาติอื่นใช้ Amity Treaty ได้ไหม?+
ไม่ได้ Amity Treaty จำกัดเฉพาะสัญชาติสหรัฐอเมริกันเท่านั้น
BOI ต้องมีทุนเท่าไหร่?+
ขั้นต่ำ 1 ล้านบาท และต้องมีลงทุนจริงตามที่ยื่นขอ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด →5 ข้อผิดพลาดยอดฮิตของ SME ที่ทำให้ถูกเรียกตรวจสอบภาษี
รวมกรณีศึกษาจริงจากทีมของเรา พร้อมวิธีป้องกันก่อนสรรพากรเข้าตรวจ ครอบคลุมทั้ง VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคล
5 ข้อควรระวังก่อนเซ็นสัญญาเช่าอาคารสำนักงาน
สิ่งที่ทนายของเราจะตรวจให้ก่อนคุณเซ็นทุกครั้ง ตั้งแต่ค่ามัดจำจนถึงเงื่อนไขการต่ออายุ
เลิกจ้างพนักงานอย่างถูกกฎหมาย และไม่เสี่ยงถูกฟ้อง
ค่าชดเชย ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า และเหตุที่นายจ้างต้องระวัง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานล่าสุด