Skip to main content

บริการกฎหมาย

วางระบบ PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ทำให้การเก็บและใช้ข้อมูลลูกค้าและพนักงานอธิบายได้ทุกขั้น ก่อนจะมีคนร้องเรียน

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

งานวางระบบ PDPA เริ่มจากสำรวจว่าองค์กรเก็บข้อมูลอะไร จากใคร เก็บไว้ที่ไหน ส่งต่อให้ใคร แล้วจึงกำหนดฐานทางกฎหมายของการใช้ข้อมูลแต่ละชุด จัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล ประกาศความเป็นส่วนตัว แบบขอความยินยอมที่แยกวัตถุประสงค์ สัญญากับผู้ประมวลผลข้อมูล และขั้นตอนรับคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ปิดท้ายด้วยแผนรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหลที่ต้องแจ้งภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ค่าบริการวางระบบเริ่ม 45,000 บาท

เริ่ม ฿45,000 วางระบบเริ่ม 45,000 · ที่ปรึกษารายเดือนเริ่ม 12,000/เดือน · รับมือเหตุรั่วไหลเริ่ม 30,000/เหตุ · สำรวจ 2–3 สัปดาห์ · เอกสารครบชุด 4–8 สัปดาห์ · เหตุรั่วไหลเริ่มทันทีที่แจ้ง

วางระบบ PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยทนายความ Thai Law & Accounting
ทีมทนายความของเราดูแล วางระบบ PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ครบวงจร ทั่วประเทศไทย

เหมาะกับใคร

  • ธุรกิจที่มีฐานลูกค้ารายบุคคลจำนวนมาก เช่น คลินิก โรงเรียน ร้านออนไลน์
  • ฝ่ายบุคคลที่เก็บประวัติผู้สมัครและข้อมูลสุขภาพพนักงาน
  • บริษัทที่ส่งข้อมูลให้บริษัทแม่หรือผู้ให้บริการคลาวด์ต่างประเทศ
  • องค์กรที่เพิ่งได้รับหนังสือร้องเรียนหรือคำถามจากเจ้าของข้อมูล
  • ผู้บริหารที่ต้องเซ็นรับรองการปฏิบัติตามกฎหมายให้คู่ค้าหรือผู้ตรวจสอบ

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • แผนผังการไหลของข้อมูลทุกระบบ ระบุผู้รับผิดชอบรายกระบวนการ
  • บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลพร้อมฐานทางกฎหมายรายชุดข้อมูล
  • ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับเว็บไซต์ ฉบับพนักงาน และฉบับผู้สมัครงาน
  • ชุดเอกสารสัญญา: ข้อตกลงกับผู้ประมวลผล และข้อตกลงระหว่างผู้ควบคุมร่วม
  • ขั้นตอนรับและตอบคำขอใช้สิทธิ พร้อมแบบฟอร์มยืนยันตัวตน
  • แผนรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหล ทั้งใบประเมินความเสี่ยงและร่างหนังสือแจ้ง
  • อบรมพนักงานหนึ่งรอบ พร้อมแบบทดสอบความเข้าใจ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • รายชื่อระบบงานและผู้ให้บริการภายนอกที่แตะข้อมูลส่วนบุคคล
  • แบบฟอร์มที่ใช้เก็บข้อมูลอยู่ปัจจุบัน ทั้งกระดาษและออนไลน์
  • สัญญาจ้างพนักงานและระเบียบบริษัทที่เกี่ยวกับข้อมูล
  • สัญญากับผู้ให้บริการคลาวด์ ระบบบัญชี และเอเจนซีการตลาด
  • เรื่องร้องเรียนหรือเหตุข้อมูลรั่วไหลที่เคยเกิดขึ้น ถ้ามี

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 6 ขั้น

  1. 1

    สำรวจข้อมูลทั้งองค์กร

    สัมภาษณ์ทีมงานรายแผนกเพื่อหาข้อมูลที่ไม่มีใครบอกว่าเก็บอยู่

  2. 2

    กำหนดฐานทางกฎหมายรายชุด

    แยกให้ชัดว่าอะไรใช้สัญญา อะไรใช้หน้าที่ตามกฎหมาย และอะไรจำเป็นต้องขอความยินยอม

  3. 3

    เขียนเอกสารชุดหลัก

    ประกาศความเป็นส่วนตัว แบบขอความยินยอม และสัญญากับผู้ประมวลผล

  4. 4

    วางขั้นตอนใช้สิทธิและเหตุรั่วไหล

    กำหนดว่าใครรับเรื่อง ใครตัดสิน และต้องเสร็จภายในกี่วัน

  5. 5

    อบรมและซ้อมสถานการณ์

    ซ้อมกรณีข้อมูลลูกค้าหลุดจริงกับทีมไอทีและทีมสื่อสาร

  6. 6

    ทบทวนรายปีและเมื่อระบบเปลี่ยน

    เปลี่ยนผู้ให้บริการหรือเพิ่มช่องทางขายใหม่ ต้องกลับมาปรับบันทึกทุกครั้ง

บทวิเคราะห์เชิงลึก

วางระบบ PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทำงานจริงอย่างไรตามกฎหมายและมาตรฐานไทย

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเปลี่ยนวิธีที่องค์กรไทยต้องมองข้อมูลลูกค้าและพนักงานไปโดยสิ้นเชิง จากที่เคยเก็บข้อมูลไว้เท่าที่นึกอยากได้ กลายเป็นว่าทุกช่องทางเก็บข้อมูลต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ มีประกาศความเป็นส่วนตัวที่อ่านเข้าใจได้ และมีบันทึกรายการประมวลผลที่พร้อมแสดงต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ทุกเมื่อ

1. การสำรวจข้อมูลและจัดทำบันทึกรายการประมวลผล (ROPA)

งานเริ่มต้นที่จำเป็นที่สุดคือการเดินสำรวจว่าองค์กรเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เก็บจากช่องทางไหน เก็บไว้นานเท่าใด และส่งต่อให้ใครบ้าง ตั้งแต่แบบฟอร์มสมัครสมาชิกหน้าเว็บ กล้องวงจรปิดหน้าสำนักงาน ไปจนถึงระบบเงินเดือนที่ฝ่ายบุคคลใช้ทุกวัน หลายองค์กรพบว่าตนเองเก็บข้อมูลไว้ในจุดที่ไม่มีใครเคยนึกถึงมาก่อน เช่น ไฟล์แนบในอีเมลเก่าหรือสเปรดชีตที่พนักงานทำเก็บไว้ใช้เอง

ผลของการสำรวจถูกนำมาจัดทำเป็นบันทึกรายการประมวลผลตามที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีไว้ บันทึกนี้ต้องระบุวัตถุประสงค์ของการเก็บ ฐานทางกฎหมายที่ใช้ ระยะเวลาเก็บรักษา และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของแต่ละชุดข้อมูล ไม่ใช่เอกสารที่เขียนครั้งเดียวแล้วเก็บเข้าลิ้นชัก แต่ต้องปรับปรุงทุกครั้งที่มีระบบใหม่หรือช่องทางเก็บข้อมูลใหม่เกิดขึ้น

ในทางปฏิบัติ เราจัดทำแบบสอบถามสั้นให้แต่ละแผนกกรอกคู่ไปกับการสัมภาษณ์เจ้าของกระบวนการ เพราะเอกสารนโยบายที่มีอยู่เดิมมักไม่ตรงกับสิ่งที่หน้างานทำจริง ผลลัพธ์ที่ได้คือแผนที่ข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งองค์กร ซึ่งเป็นฐานสำหรับงานทุกขั้นตอนถัดไป ตั้งแต่การเขียนประกาศความเป็นส่วนตัวไปจนถึงการประเมินความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล

การทำงาน วางระบบ PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยทีมทนายความและนักบัญชีของเรา
ขั้นตอนการทำงานจริงในสำนวน วางระบบ PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

2. ฐานทางกฎหมายและประกาศความเป็นส่วนตัวที่อ่านแล้วเข้าใจจริง

ข้อมูลแต่ละชุดต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับการเก็บและใช้ ซึ่งอาจเป็นความยินยอม การปฏิบัติตามสัญญา การปฏิบัติตามกฎหมาย ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานอื่นตามลักษณะข้อมูล ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเลือกใช้ความยินยอมเป็นฐานสำหรับทุกกรณี ทั้งที่บางกรณีความยินยอมไม่ใช่ฐานที่เหมาะสมเลย เพราะลูกค้าไม่มีทางเลือกจริงในการปฏิเสธหากยังต้องการรับบริการต่อ

ประกาศความเป็นส่วนตัวที่ดีต้องบอกให้เจ้าของข้อมูลรู้ตัวจริง ๆ ว่าองค์กรเก็บอะไร เพื่ออะไร ส่งต่อให้ใคร และเจ้าของข้อมูลมีสิทธิอะไรบ้าง เขียนด้วยภาษาที่คนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจโดยไม่ต้องเป็นนักกฎหมาย เราหลีกเลี่ยงการคัดลอกแม่แบบจากต่างประเทศมาแปลตรงตัว เพราะบริบทการเก็บข้อมูลของแต่ละธุรกิจต่างกัน ร้านค้าปลีกกับโรงพยาบาลย่อมมีจุดเก็บข้อมูลที่อ่อนไหวต่างกันโดยสิ้นเชิง

สำหรับข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา หรือประวัติอาชญากรรม กฎหมายกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป ต้องมีความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือเข้าข้อยกเว้นเฉพาะที่กฎหมายระบุไว้เท่านั้น เราจึงแยกข้อมูลกลุ่มนี้ออกมาตรวจเป็นพิเศษตั้งแต่ขั้นสำรวจ ไม่ปล่อยให้ปะปนไปกับข้อมูลทั่วไปในแบบฟอร์มเดียวกัน

3. สัญญาประมวลผลข้อมูล (DPA) และการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)

เมื่อองค์กรส่งข้อมูลให้ผู้ให้บริการภายนอกประมวลผลแทน เช่น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ บริษัทส่งอีเมลการตลาด หรือศูนย์บริการลูกค้าที่จ้างภายนอก กฎหมายกำหนดให้ต้องมีสัญญาประมวลผลข้อมูลที่ระบุขอบเขตการประมวลผล มาตรการรักษาความปลอดภัย และหน้าที่แจ้งเหตุการณ์ผิดปกติกลับมายังผู้ควบคุมข้อมูล เราตรวจสอบสัญญาที่มีอยู่เดิมทุกฉบับ เพราะสัญญาบริการทั่วไปมักไม่มีข้อกำหนดเหล่านี้ครบถ้วน

การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจำเป็นในบางลักษณะของกิจการ โดยเฉพาะที่มีการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวเป็นจำนวนมากหรือมีการติดตามพฤติกรรมบุคคลเป็นปกติธุระ แม้กิจการที่ไม่เข้าเกณฑ์บังคับ การมีผู้รับผิดชอบเฉพาะเรื่องนี้ก็ช่วยให้การตอบคำถามจากเจ้าของข้อมูลและการประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลเป็นระบบมากขึ้น เราช่วยกำหนดขอบเขตหน้าที่ของตำแหน่งนี้ให้ชัดเจน ไม่ทับซ้อนกับงานประจำของฝ่ายกฎหมายหรือฝ่ายไอที

สำหรับกลุ่มบริษัทที่มีหลายนิติบุคคลในเครือ คำถามที่พบบ่อยคือจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คนเดียวดูแลทั้งเครือได้หรือไม่ และสัญญาแบ่งปันข้อมูลระหว่างบริษัทในเครือต้องเขียนอย่างไร เราออกแบบโครงสร้างเอกสารให้สอดคล้องกับรูปแบบการบริหารจริงของแต่ละกลุ่มบริษัท แทนที่จะยัดทุกอย่างเข้าแม่แบบเดียวที่ไม่สะท้อนการทำงานจริง

เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในงาน วางระบบ PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เอกสารและหลักฐานที่ต้องจัดชุดก่อนยื่นต่อหน่วยงาน

4. ความยินยอมและการจัดการสิทธิของเจ้าของข้อมูล

การขอความยินยอมต้องแยกออกจากข้อกำหนดการใช้บริการอื่นอย่างชัดเจน เจ้าของข้อมูลต้องเข้าใจว่ากำลังยินยอมเรื่องอะไร และต้องถอนความยินยอมได้ง่ายพอ ๆ กับตอนที่ให้ไว้ กล่องติ๊กที่ซ่อนอยู่ท้ายเอกสารยาวเหยียดหรือการตั้งค่าเริ่มต้นให้ยินยอมไว้ก่อนล้วนเป็นแนวทางที่มีความเสี่ยงสูงหากถูกตรวจสอบ

เจ้าของข้อมูลมีสิทธิหลายประการ ทั้งสิทธิขอเข้าถึงข้อมูล สิทธิขอแก้ไขให้ถูกต้อง สิทธิขอให้ลบหรือทำลาย และสิทธิคัดค้านการประมวลผลในบางกรณี องค์กรต้องมีช่องทางรับคำขอที่ชัดเจนและกระบวนการภายในที่กำหนดผู้รับผิดชอบและกรอบเวลาในการตอบกลับ เราออกแบบแบบฟอร์มรับคำขอและผังงานภายในให้พนักงานแนวหน้ารู้ว่าเมื่อได้รับคำขอต้องส่งต่อให้ใครและต้องตอบภายในกี่วัน

5. การโอนข้อมูลข้ามพรมแดนไปยังผู้ให้บริการต่างประเทศ

ธุรกิจไทยจำนวนมากใช้บริการซอฟต์แวร์และคลาวด์ที่เซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการโอนข้อมูลข้ามพรมแดนตามกฎหมาย ประเทศปลายทางต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอ หรือหากไม่เข้าเกณฑ์นั้นต้องอาศัยมาตรการอื่นทดแทน เช่น สัญญาที่มีข้อกำหนดคุ้มครองข้อมูลตามมาตรฐานที่หน่วยงานกำกับดูแลยอมรับ หรือกฎเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลของกลุ่มบริษัทที่ผ่านการรับรอง

งานของเราคือตรวจสอบว่าผู้ให้บริการต่างประเทศที่ธุรกิจใช้อยู่จัดอยู่ในกลุ่มใด และจัดเตรียมเอกสารทดแทนที่จำเป็นเมื่อประเทศปลายทางยังไม่ได้รับการประกาศว่ามีมาตรฐานเพียงพอ หลายกรณีเป็นเรื่องของการเจรจากับผู้ให้บริการรายใหญ่ให้ยอมรับข้อกำหนดเพิ่มเติมในสัญญามาตรฐานของเขาเอง ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจทั้งกฎหมายไทยและแนวทางที่ผู้ให้บริการต่างประเทศคุ้นเคยอยู่แล้ว

องค์กรที่มีสาขาหรือบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศมักเผชิญคำถามซ้ำเดิมว่าจะรวมศูนย์ข้อมูลพนักงานและลูกค้าไว้ที่สำนักงานใหญ่ในต่างประเทศได้หรือไม่ เราช่วยวางโครงสร้างการโอนข้อมูลให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น แทนที่จะปล่อยให้เกิดการโอนไปแล้วค่อยแก้ไขย้อนหลัง ซึ่งมีต้นทุนและความเสี่ยงสูงกว่ามาก

6. การตอบสนองต่อเหตุข้อมูลรั่วไหลภายในกรอบเวลา 72 ชั่วโมง

เมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลที่มีความเสี่ยงต่อสิทธิเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งเหตุต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าและภายในกรอบเวลา 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะทำได้ กรอบเวลานี้สั้นมากเมื่อเทียบกับความซับซ้อนของการตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นจริง ดังนั้นองค์กรจึงต้องมีแผนตอบสนองที่เขียนไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่มานั่งคิดตอนเกิดเหตุ

แผนตอบสนองที่ใช้ได้จริงต้องระบุผู้มีอำนาจตัดสินใจ ขั้นตอนกักกันความเสียหายเบื้องต้นทางเทคนิค แบบฟอร์มบันทึกข้อเท็จจริงที่ต้องกรอกทันที และแนวทางประเมินว่าจำเป็นต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบโดยตรงด้วยหรือไม่ เราช่วยซ้อมสถานการณ์จำลองกับทีมไอทีและฝ่ายบริหารก่อนเกิดเหตุจริง เพราะการซ้อมล่วงหน้าเพียงครั้งเดียวมักเผยจุดอ่อนของกระบวนการที่เอกสารไม่เคยบอก

หลังเหตุการณ์ผ่านไป งานที่มักถูกมองข้ามคือการบันทึกบทเรียนและปรับปรุงมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ สำนักงานกำกับดูแลมักพิจารณาว่าองค์กรมีมาตรการป้องกันตามสมควรอยู่แล้วหรือไม่ประกอบกับความรวดเร็วของการแจ้งเหตุ องค์กรที่มีบันทึกการปรับปรุงต่อเนื่องหลังเหตุการณ์ก่อนหน้าจึงอยู่ในฐานะที่ดีกว่าองค์กรที่ไม่เคยทบทวนอะไรเลย

7. การตรวจสอบภายในและการเตรียมตัวรับข้อร้องเรียนจากสำนักงาน

เจ้าของข้อมูลที่ไม่พอใจการปฏิบัติขององค์กรมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยตรง เมื่อได้รับหนังสือขอข้อมูลจากสำนักงาน องค์กรที่มีบันทึกรายการประมวลผล นโยบายที่เป็นลายลักษณ์อักษร และหลักฐานการขอความยินยอมครบถ้วนจะสามารถตอบชี้แจงได้เร็วและมีน้ำหนักกว่าองค์กรที่ต้องมานั่งรวบรวมเอกสารย้อนหลังภายใต้แรงกดดันเรื่องเวลา

เราแนะนำให้ทำการตรวจสอบภายในเป็นระยะ อย่างน้อยปีละครั้งหรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบสำคัญ เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ปฏิบัติจริงยังตรงกับที่เขียนไว้ในนโยบาย การตรวจสอบนี้ครอบคลุมทั้งด้านเอกสาร เช่น ประกาศความเป็นส่วนตัวยังทันสมัยหรือไม่ และด้านเทคนิค เช่น สิทธิการเข้าถึงฐานข้อมูลถูกจำกัดตามความจำเป็นจริงหรือไม่

ในการรับมือกับข้อร้องเรียนหรือการตรวจสอบจากสำนักงาน ท่าทีที่ให้ความร่วมมือและตอบตรงประเด็นมักได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการปฏิเสธหรือประวิงเวลา เราช่วยองค์กรเตรียมคำชี้แจงที่อ้างอิงเอกสารภายในจริง แสดงให้เห็นว่าองค์กรมีระบบดูแลข้อมูลอย่างต่อเนื่องมิใช่เพิ่งจัดทำขึ้นหลังถูกร้องเรียน

โครงสร้างค่าใช้จ่ายจริง

แยกค่าธรรมเนียมราชการกับค่าวิชาชีพให้เห็นชัด

ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงที่พบจริงในงานของสำนักงาน ใช้ประเมินงบก่อนตัดสินใจได้ และเมื่อเปิดสำนวนจริงเราจะออกใบเสนอราคาที่ระบุทุกรายการก่อนเริ่มงาน

รายการค่าธรรมเนียมราชการค่าวิชาชีพของเราหมายเหตุ
สำรวจข้อมูลทั้งองค์กรและจัดทำบันทึกรายการประมวลผล (ROPA)ไม่มีค่าธรรมเนียมราชการ40,000–120,000 บาท ตามจำนวนแผนกและระบบที่ต้องสำรวจควรทำเป็นลำดับแรกก่อนงานเอกสารอื่นทุกชิ้น เพราะเป็นฐานของทั้งแผน
ร่างประกาศความเป็นส่วนตัวและแบบขอความยินยอมไม่มีค่าธรรมเนียมราชการ25,000–70,000 บาท ต่อชุดเอกสารตามช่องทางที่ใช้แยกชุดตามกลุ่มเจ้าของข้อมูล เช่น ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า
จัดทำสัญญาประมวลผลข้อมูล (DPA) กับผู้ให้บริการภายนอกไม่มีค่าธรรมเนียมราชการ20,000–60,000 บาท ต่อคู่สัญญาหลักรวมการเจรจาปรับข้อกำหนดกับผู้ให้บริการรายใหญ่ต่างประเทศ
แต่งตั้งและวางขอบเขตหน้าที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)ไม่มีค่าธรรมเนียมราชการสำหรับการแต่งตั้งเอง30,000–90,000 บาท สำหรับวางโครงสร้างและคู่มือปฏิบัติงานค่าจ้างประจำของผู้ดำรงตำแหน่งเป็นรายการแยกต่างหาก
จัดทำแผนตอบสนองเหตุข้อมูลรั่วไหลและซ้อมสถานการณ์ไม่มีค่าธรรมเนียมราชการ การแจ้งเหตุต่อสำนักงานไม่มีค่าใช้จ่าย50,000–150,000 บาท รวมการซ้อมกับทีมไอทีและฝ่ายบริหารควรทำเสร็จก่อนเกิดเหตุจริง เพราะภายในกรอบเวลา 72 ชั่วโมงไม่มีเวลาคิดแผนใหม่
ตรวจสอบภายในประจำปีและเตรียมความพร้อมรับข้อร้องเรียนไม่มีค่าธรรมเนียมราชการ30,000–80,000 บาท ต่อรอบ ตามขนาดองค์กรทำอย่างน้อยปีละครั้งหรือเมื่อระบบหลักเปลี่ยนแปลง

กรณีศึกษาย่อ

งานจริงที่สำนักงานเคยทำ (ไม่ระบุตัวบุคคล)

รายละเอียดถูกปรับให้ไม่ระบุตัวบุคคลตามหน้าที่รักษาความลับของทนายความ ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง

ธุรกิจค้าปลีกที่เก็บข้อมูลลูกค้าไว้กระจัดกระจายในหลายระบบ

สถานการณ์
ฝ่ายการตลาดเก็บอีเมลลูกค้าไว้ในสเปรดชีตส่วนตัวหลายไฟล์ ไม่มีใครในองค์กรรู้ภาพรวมว่ามีข้อมูลอยู่กี่ที่
สิ่งที่เราทำ
เราสำรวจทุกแผนกและรวมข้อมูลเข้าเป็นบันทึกรายการประมวลผลชุดเดียว พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบต่อชุดข้อมูลแต่ละประเภท
ผลที่ได้
องค์กรลดจำนวนจุดเก็บข้อมูลลงและปิดสเปรดชีตซ้ำซ้อนที่ไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

บริษัทเทคโนโลยีที่ใช้ผู้ให้บริการคลาวด์ต่างประเทศโดยไม่มีสัญญาประมวลผลข้อมูล

สถานการณ์
บริษัทใช้บริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ต่างประเทศมาหลายปีโดยใช้สัญญาการให้บริการมาตรฐานที่ไม่ได้กล่าวถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเลย
สิ่งที่เราทำ
เราตรวจสอบประเทศปลายทางและเจรจากับผู้ให้บริการให้เพิ่มข้อกำหนดคุ้มครองข้อมูลตามที่กฎหมายไทยกำหนดเข้าไปในสัญญาชุดเดิม
ผลที่ได้
การโอนข้อมูลข้ามพรมแดนมีเอกสารรองรับที่ถูกต้องโดยไม่ต้องเปลี่ยนผู้ให้บริการหรือย้ายระบบ

โรงพยาบาลเอกชนที่เผชิญเหตุฐานข้อมูลผู้ป่วยรั่วไหล

สถานการณ์
พบว่าเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บประวัติการรักษาถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงสุดสัปดาห์ ทีมไอทีตรวจพบความผิดปกติช้ากว่าที่ควร
สิ่งที่เราทำ
เราช่วยประเมินขอบเขตความเสียหายอย่างเร่งด่วน จัดทำหนังสือแจ้งสำนักงานภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด และร่างสารแจ้งผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบ
ผลที่ได้
โรงพยาบาลแจ้งเหตุได้ทันกำหนดเวลาและได้ปรับปรุงระบบเฝ้าระวังเพื่อลดโอกาสเกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำ

เกณฑ์ตัดสินใจ

ควรเริ่มตอนไหน และตอนไหนที่รอได้

เริ่มทันทีถ้าองค์กรยังไม่เคยทำบันทึกรายการประมวลผลมาก่อนเลย

นี่คืองานพื้นฐานที่ทุกงานถัดไปต้องอ้างอิง ยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งมีจุดเก็บข้อมูลใหม่เกิดขึ้นให้ต้องตามสำรวจเพิ่ม

จัดลำดับความสำคัญให้กับข้อมูลอ่อนไหวก่อนข้อมูลทั่วไป

ข้อมูลสุขภาพและข้อมูลอ่อนไหวอื่นมีเงื่อนไขทางกฎหมายเข้มงวดกว่าและมักเป็นจุดที่เจ้าของข้อมูลร้องเรียนก่อนเรื่องอื่น

ยังไม่ต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลเต็มเวลาถ้ากิจการมีขนาดเล็กและไม่เข้าเกณฑ์บังคับ

มอบหมายผู้รับผิดชอบภายในให้ชัดเจนก่อนก็เพียงพอในระยะแรก แล้วค่อยประเมินใหม่เมื่อกิจการเติบโตหรือเริ่มประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวมากขึ้น

เมื่อพบสัญญาณผิดปกติในระบบ ให้ปฏิบัติตามแผนตอบสนองทันทีโดยไม่รอผลตรวจสอบที่สมบูรณ์

กรอบเวลา 72 ชั่วโมงนับจากทราบเหตุเท่าที่ทำได้ ไม่ใช่นับจากวันที่สรุปผลตรวจสอบเสร็จสมบูรณ์

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าองค์กรของคุณเก็บข้อมูลอะไรไว้บ้างและเก็บถูกฐานทางกฎหมายหรือไม่ เริ่มจากให้เราเข้าไปสำรวจข้อมูลเบื้องต้นก่อน แล้วเราจะบอกจุดที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่ควรแก้ไขก่อนเป็นลำดับแรก

สอบถามทีมงาน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ใช่ทุกองค์กรที่ต้องมี ขึ้นกับลักษณะและปริมาณข้อมูลที่ประมวลผล เราประเมินให้ก่อนว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่ และถ้ายังไม่เข้า ควรตั้งผู้รับผิดชอบภายในแทน

บริการที่เกี่ยวข้อง

ร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ NDA JV Shareholder

สัญญาที่บังคับใช้ได้จริง ทั้ง TH+EN พร้อมข้อพิพาทและ arbitration

อ่านต่อ: ร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ NDA JV Shareholder

ทนายแรงงาน เลิกจ้าง ค่าชดเชย ศาลแรงงาน

ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง คดีศาลแรงงานทั่วประเทศ

อ่านต่อ: ทนายแรงงาน เลิกจ้าง ค่าชดเชย ศาลแรงงาน

คดีโกงออนไลน์ อายัดบัญชี และติดตามเงินคืน

ชั่วโมงแรกสำคัญที่สุด เพราะเงินที่ยังไม่ถูกถอนออกคือเงินที่ยังมีโอกาสได้คืน

อ่านต่อ: คดีโกงออนไลน์ อายัดบัญชี และติดตามเงินคืน

ทนายบริษัทและ M&A Due Diligence Joint Venture

Deal ระดับกลาง–ใหญ่ FBA BOI JV โครงสร้างที่ถูกต้องและปกป้อง

อ่านต่อ: ทนายบริษัทและ M&A Due Diligence Joint Venture

ปรึกษา วางระบบ PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ติดต่อขอคำปรึกษาผ่าน LINE โทร หรืออีเมล — ประเมินขอบเขตงานและเสนอราคาก่อนเริ่ม

ติดต่อเรา
contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที