Skip to main content

บริการกฎหมาย

ศุลกากร นำเข้า-ส่งออก และข้อพิพาทพิกัดอัตราอากร

เมื่อพิกัดคลาดไปหนึ่งหลัก ต้นทุนทั้งปีเปลี่ยน และค่าปรับอาจโตกว่าตัวอากร

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

งานศุลกากรของเราครอบคลุมสามเรื่องหลัก: จัดพิกัดอัตราอากรให้ตรงลักษณะสินค้าจริงและมีเหตุผลรองรับเป็นลายลักษณ์อักษร ตั้งรับการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยพร้อมกระดาษทำการที่กระทบยอดใบขนกับบัญชีได้ และต่อสู้กรณีถูกประเมินอากรเพิ่ม ยึดของ หรือเรียกค่าปรับ ตั้งแต่ชั้นเจรจาระงับคดี อุทธรณ์ ไปจนถึงศาลภาษีอากรกลาง รวมถึงการขอคืนอากรและใช้สิทธิเขตปลอดอากรและความตกลงการค้าเสรี ค่าบริการเริ่ม 35,000 บาทต่อเรื่อง

เริ่ม ฿35,000 ความเห็นพิกัดเริ่ม 35,000/รายการสินค้า · ตั้งรับการตรวจสอบเริ่ม 80,000 · คดีศาลภาษีอากรคิดตามมูลค่าข้อพิพาท · ความเห็นพิกัด 7–15 วันทำการ · ตรวจสอบหลังตรวจปล่อย 3–9 เดือน · อุทธรณ์ 6–18 เดือน

ศุลกากร นำเข้า-ส่งออก และข้อพิพาทพิกัดอัตราอากร โดยทนายความ Thai Law & Accounting
ทีมทนายความของเราดูแล ศุลกากร นำเข้า-ส่งออก และข้อพิพาทพิกัดอัตราอากร ครบวงจร ทั่วประเทศไทย

เหมาะกับใคร

  • ผู้นำเข้าที่ได้รับหนังสือเชิญพบเพื่อตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย
  • โรงงานที่จ่ายค่าสิทธิให้บริษัทแม่และถูกทักท้วงเรื่องราคาศุลกากร
  • ผู้ส่งออกที่ต้องการใช้สิทธิความตกลงการค้าเสรีให้ถูกเงื่อนไขถิ่นกำเนิด
  • ธุรกิจที่สินค้าถูกกักหรือยึด ณ ท่าเรือหรือด่านชายแดน
  • ผู้ประกอบการเขตปลอดอากรและคลังสินค้าทัณฑ์บนที่ต้องรักษาสิทธิ

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • ความเห็นการจัดพิกัดพร้อมเหตุผลอ้างหลักเกณฑ์การตีความและลักษณะสินค้า
  • แฟ้มหลักฐานราคาศุลกากร แยกองค์ประกอบที่ต้องบวกและที่หักได้
  • กระดาษทำการกระทบยอดใบขนสินค้ากับบัญชีสินค้าคงเหลือและงบการเงิน
  • คำชี้แจงและคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ พร้อมชุดเอกสารประกอบ
  • แนวทางเจรจาระงับคดีในชั้นศุลกากร พร้อมตัวเลขเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
  • คำขอคืนอากรและติดตามผลจนได้รับเงินคืน
  • คู่มือปฏิบัติสำหรับทีมนำเข้าเพื่อไม่ให้เกิดประเด็นเดิมซ้ำ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ใบขนสินค้าและใบกำกับสินค้าย้อนหลังตามช่วงที่ถูกตรวจ
  • แคตตาล็อกสินค้า ภาพถ่าย และรายละเอียดทางเทคนิคหรือผลวิเคราะห์
  • สัญญาซื้อขาย ข้อตกลงค่าสิทธิ และเงื่อนไขการชำระเงินกับผู้ขายต่างประเทศ
  • หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดและเอกสารต้นทุนวัตถุดิบสำหรับสิทธิการค้าเสรี
  • หนังสือแจ้งจากกรมศุลกากรพร้อมหลักฐานวันที่ได้รับ

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 6 ขั้น

  1. 1

    ตรวจสินค้าจริงก่อนอ่านพิกัด

    พิกัดที่ถูกต้องมาจากลักษณะและหน้าที่ของสินค้า ไม่ใช่จากชื่อทางการค้า

  2. 2

    ตรวจโครงสร้างราคานำเข้า

    ดูว่าค่าสิทธิ ค่าขนส่ง ค่าประกัน และค่าเครื่องมือแม่พิมพ์ถูกรวมไว้ครบหรือไม่

  3. 3

    ประเมินภาระถ้าถูกประเมินย้อนหลัง

    คำนวณอากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มรวมกันเป็นตัวเลขเดียว

  4. 4

    เลือกทางระงับคดีหรือสู้

    เปรียบเทียบส่วนลดค่าปรับที่ได้จากการยอมกับโอกาสชนะในชั้นอุทธรณ์

  5. 5

    ยื่นอุทธรณ์ในกำหนดและเตรียมหลักประกัน

    ถ้าต้องนำของออกก่อน ต้องเตรียมหลักประกันให้พร้อมเพื่อไม่ให้ค่าเสียเวลาหน้าท่าบานปลาย

  6. 6

    ปิดช่องที่ทำให้เกิดเรื่อง

    แก้ขั้นตอนสำแดงและเก็บเอกสารต้นทางให้ครบ ก่อนรอบนำเข้าถัดไป

บทวิเคราะห์เชิงลึก

ศุลกากร นำเข้า-ส่งออก และข้อพิพาทพิกัดอัตราอากร ทำงานจริงอย่างไรตามกฎหมายและมาตรฐานไทย

การนำเข้าและส่งออกสินค้าผูกอยู่กับตัวเลขสามชุดที่กรมศุลกากรตรวจสอบละเอียดที่สุด คือพิกัดอัตราศุลกากร ราคาศุลกากร และแหล่งกำเนิดสินค้า ความคลาดเคลื่อนแม้เล็กน้อยในสามชุดนี้สะสมเป็นภาระอากรย้อนหลังจำนวนมากได้เมื่อผ่านการนำเข้าซ้ำหลายปี งานของเราคือตรวจสอบทั้งสามจุดนี้ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเป็นฝ่ายเรียกให้ชี้แจง ไม่ใช่รอให้หนังสือแจ้งการประเมินมาถึงก่อนแล้วค่อยแก้ไข

1. ข้อพิพาทพิกัดอัตราศุลกากร เมื่อสินค้าตัวเดียวกันตีความต่างกันได้

สินค้าชนิดเดียวกันอาจจัดเข้าพิกัดที่ต่างกันได้ตามลักษณะการใช้งาน ส่วนประกอบหลัก หรือขั้นตอนการผลิตขั้นสุดท้าย และแต่ละพิกัดมีอัตราอากรที่ต่างกันมาก ผู้นำเข้าจำนวนมากใช้พิกัดตามที่ผู้ผลิตในต่างประเทศแนะนำมาโดยไม่ได้ตรวจสอบกับหลักเกณฑ์การตีความพิกัดของไทยเอง ทำให้เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบภายหลังจึงกลายเป็นการประเมินเพิ่มย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มทันที

เมื่อเกิดความเห็นต่างเรื่องพิกัด เรามักเริ่มจากการขอหนังสือตอบข้อหารือล่วงหน้าจากกรมศุลกากรสำหรับสินค้ารุ่นใหม่ก่อนนำเข้าจริง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกโต้แย้งภายหลัง ส่วนกรณีที่มีการนำเข้ามาแล้วและถูกตั้งประเด็น เราจะรวบรวมข้อมูลทางเทคนิคของสินค้า แคตตาล็อก และคำอธิบายพิกัดของประเทศคู่ค้าที่ใช้ระบบฮาร์โมไนซ์เดียวกัน มาเทียบเคียงเพื่อสนับสนุนพิกัดที่ผู้นำเข้าใช้อยู่

หากข้อพิพาทไม่จบในชั้นเจ้าหน้าที่ตรวจปล่อย ขั้นถัดไปคือคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ด้านพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งพิจารณาจากเอกสารทางเทคนิคเป็นหลักมากกว่าข้อโต้แย้งเชิงกฎหมายล้วน เราจึงให้น้ำหนักกับการจัดทำรายงานผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปกับข้อกฎหมาย เพราะคณะกรรมการมักตัดสินจากลักษณะทางกายภาพและการใช้งานจริงของสินค้าเป็นสำคัญ

การทำงาน ศุลกากร นำเข้า-ส่งออก และข้อพิพาทพิกัดอัตราอากร โดยทีมทนายความและนักบัญชีของเรา
ขั้นตอนการทำงานจริงในสำนวน ศุลกากร นำเข้า-ส่งออก และข้อพิพาทพิกัดอัตราอากร

2. ราคาศุลกากรและการบวกกลับค่าสิทธิ ค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์

ราคาศุลกากรที่ใช้คำนวณอากรไม่ใช่ราคาที่ระบุในใบกำกับสินค้าเสมอไป กรมศุลกากรมีอำนาจปรับปรุงราคาโดยบวกกลับรายการที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย เช่น ค่าขนส่งถึงด่าน ค่าประกันภัย ค่าคอมมิชชั่นซื้อ และที่เป็นประเด็นบ่อยที่สุดในกิจการข้ามชาติคือค่าสิทธิและค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์ที่บริษัทแม่ในต่างประเทศเรียกเก็บจากบริษัทลูกในไทย หากผู้ขายในต่างประเทศจะไม่ยอมส่งของให้เลยถ้าไม่มีการจ่ายค่าสิทธิก้อนนั้น กรมศุลกากรจะถือว่าต้องนำมารวมเป็นฐานราคาศุลกากรด้วย

ปัญหาในทางปฏิบัติคือสัญญาค่าสิทธิมักร่างขึ้นโดยฝ่ายกฎหมายของบริษัทแม่ในต่างประเทศ โดยไม่ได้คำนึงถึงผลด้านศุลกากรของไทยเลย เราจึงต้องอ่านสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ สัญญาซื้อขายสินค้า และข้อตกลงกำหนดราคาโอนไปพร้อมกัน เพื่อดูว่าค่าสิทธิผูกกับสินค้าที่นำเข้าจริงหรือผูกกับสิทธิอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการนำเข้า เช่น สิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้าในการขายปลีกภายในประเทศ ซึ่งอาจไม่ต้องบวกกลับ

เมื่อกรมศุลกากรตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย หากพบว่าค่าสิทธิควรถูกบวกกลับแต่ไม่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่ต้น ผลคือประเมินอากรเพิ่มย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่มสำหรับการนำเข้าทุกครั้งในรอบเวลาที่ตรวจสอบได้ ซึ่งอาจย้อนไปหลายปี เราจึงแนะนำให้ลูกค้าที่มีโครงสร้างค่าสิทธิข้ามพรมแดนตรวจทานความเสี่ยงนี้เป็นระยะ ไม่ใช่รอให้เจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายเปิดประเด็นเอง

3. การตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยและการยึด อายัด ริบของกลาง

การตรวจปล่อยสินค้าที่ด่านไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความรับผิด กรมศุลกากรมีสิทธิเข้าตรวจสอบบัญชีและเอกสารของผู้นำเข้าย้อนหลังภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การตรวจสอบประเภทนี้มักเริ่มจากการขอดูใบขนสินค้าและเอกสารประกอบเป็นชุดตัวอย่าง แล้วขยายผลไปทั้งช่วงเวลาหากพบความคลาดเคลื่อนในตัวอย่างแรก ผู้ประกอบการจึงควรเก็บเอกสารนำเข้าส่งออกให้ครบและพร้อมสอบทานได้ทันทีเมื่อถูกร้องขอ

หากเจ้าหน้าที่พบสินค้าที่ต้องสงสัยว่าสำแดงเท็จ หลีกเลี่ยงอากร หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขใบอนุญาต อาจใช้อำนาจยึดหรืออายัดสินค้าและเอกสารทันทีโดยไม่ต้องรอคำพิพากษา ขั้นตอนนี้กระทบกระแสเงินสดของกิจการอย่างรุนแรงเพราะสินค้าที่ถูกอายัดค้างอยู่ที่ด่านหรือคลังสินค้าไม่สามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้ เราจึงต้องเข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันแรกเพื่อขอปล่อยของโดยวางประกัน แทนที่จะปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อจนกระทบสัญญาซื้อขายกับคู่ค้า

การยอมความเรื่องค่าปรับกับกรมศุลกากรเป็นทางเลือกที่มีอยู่จริงในหลายกรณี โดยเฉพาะเมื่อความผิดเกิดจากความเข้าใจผิดโดยสุจริตมากกว่าเจตนาหลีกเลี่ยง การยอมความช่วยให้ได้สินค้าคืนเร็วขึ้นและปิดเรื่องโดยไม่ต้องขึ้นสู่กระบวนการทางอาญาที่ใช้เวลานานกว่ามาก เราจะประเมินให้ก่อนว่ากรณีของลูกค้าเข้าเงื่อนไขที่ควรเจรจายอมความหรือควรต่อสู้เต็มรูปแบบ เพราะสองแนวทางนี้ใช้ต้นทุนและเวลาต่างกันมาก

เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในงาน ศุลกากร นำเข้า-ส่งออก และข้อพิพาทพิกัดอัตราอากร
เอกสารและหลักฐานที่ต้องจัดชุดก่อนยื่นต่อหน่วยงาน

4. การขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ และสิทธิประโยชน์เขตปลอดอากร

ผู้ผลิตที่นำเข้าวัตถุดิบมาผลิตเพื่อส่งออกมีสิทธิขอคืนอากรขาเข้าตามมาตรา 19 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร โดยต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าวัตถุดิบที่นำเข้านั้นถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าที่ส่งออกจริง ตามสูตรการผลิตที่ได้รับอนุมัติไว้ล่วงหน้า ปัญหาที่พบบ่อยคือสูตรการผลิตจริงในโรงงานเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีใหม่ แต่เอกสารสูตรที่ยื่นไว้กับกรมศุลกากรไม่ได้ปรับปรุงตาม ทำให้คำขอคืนอากรถูกปฏิเสธเพราะตัวเลขไม่ตรงกัน

เราช่วยลูกค้าจัดทำและปรับปรุงสูตรการผลิตให้ตรงกับความเป็นจริงในสายการผลิต พร้อมระบบติดตามวัตถุดิบตั้งแต่นำเข้าจนถึงสินค้าสำเร็จรูปที่ส่งออก เพื่อให้ตอบข้อซักถามของเจ้าหน้าที่ได้ทันทีเมื่อมีการตรวจสอบคำขอคืนอากร นอกจากนี้ยังมีทางเลือกอื่นสำหรับผู้ผลิตเพื่อส่งออก เช่น การใช้สิทธิยกเว้นอากรตามมาตรา 29 หรือการใช้เขตปลอดอากรและคลังสินค้าทัณฑ์บนแทนการนำเข้าแล้วขอคืนภายหลัง ซึ่งช่วยลดภาระเงินสดล่วงหน้าได้

การเลือกใช้เขตปลอดอากรหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนต้องพิจารณาควบคู่กับต้นทุนการบริหารจัดการภายในเขตนั้น เช่น การจัดทำบัญชีคุมสต๊อกแยกเฉพาะ การขนย้ายสินค้าเข้าออกเขตที่ต้องแจ้งล่วงหน้า และเงื่อนไขการต่อใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรเป็นรายปี เราจึงประเมินทั้งด้านภาษีและด้านต้นทุนปฏิบัติการให้ลูกค้าเห็นภาพก่อนตัดสินใจย้ายกระบวนการเข้าเขตปลอดอากร

5. หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าและสิทธิประโยชน์ตามความตกลงเขตการค้าเสรี

การใช้สิทธิลดหรือยกเว้นอากรตามความตกลงเขตการค้าเสรีต้องมีหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่ออกถูกต้องตามกฎถิ่นกำเนิดของความตกลงแต่ละฉบับ ซึ่งไม่เหมือนกันทุกฉบับ บางความตกลงใช้เกณฑ์เปลี่ยนพิกัด บางฉบับใช้เกณฑ์สัดส่วนมูลค่าที่ผลิตในภูมิภาค ผู้ส่งออกที่ใช้หนังสือรับรองผิดรูปแบบหรือคำนวณสัดส่วนมูลค่าผิดพลาด มีความเสี่ยงถูกประเทศปลายทางปฏิเสธสิทธิพิเศษย้อนหลังพร้อมเรียกเก็บอากรเต็มอัตรา

ในทางกลับกัน ผู้นำเข้าในไทยที่ใช้สิทธิพิเศษจากหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่ออกโดยประเทศคู่ค้าก็ต้องรับความเสี่ยงเช่นกันหากภายหลังกรมศุลกากรตรวจสอบแล้วพบว่าสินค้านั้นไม่เข้าเกณฑ์ถิ่นกำเนิดจริง แม้ผู้นำเข้าจะอ้างว่าเชื่อโดยสุจริตตามหนังสือรับรองที่ได้รับมา ก็ยังต้องรับผิดชอบอากรที่ขาดไปตามหลักที่ผู้นำเข้าเป็นผู้แสดงรายการต่อกรมศุลกากรเอง เราจึงแนะนำให้ลูกค้าเก็บเอกสารสนับสนุนแหล่งกำเนิดจากคู่ค้าไว้เป็นชุดสำรอง ไม่ใช่พึ่งหนังสือรับรองใบเดียว

เมื่อเกิดข้อพิพาทเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า กระบวนการตรวจสอบมักต้องประสานกับหน่วยงานออกหนังสือรับรองในประเทศต้นทาง ซึ่งใช้เวลานานกว่าคดีภายในประเทศทั่วไป เราจึงเตรียมแผนสำรองสองทางไว้เสมอ คือขอเลื่อนกำหนดชำระอากรระหว่างรอผลตรวจสอบแหล่งกำเนิด และคำนวณต้นทุนอากรเต็มอัตราไว้ล่วงหน้ากรณีผลตรวจสอบไม่เป็นคุณ เพื่อไม่ให้กิจการต้องเผชิญตัวเลขที่ไม่คาดคิดกะทันหัน

6. การอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการและการฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากร

เมื่อผลการตรวจสอบหรือประเมินของกรมศุลกากรไม่เป็นคุณ ผู้ประกอบการมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดนับแต่วันได้รับแจ้งผล ขั้นตอนนี้เป็นเงื่อนไขบังคับก่อนที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลภาษีอากรกลางในเกือบทุกกรณี การข้ามขั้นตอนนี้ไปฟ้องศาลโดยตรงมีความเสี่ยงสูงที่ศาลจะไม่รับคดีไว้พิจารณาเพราะยังไม่ครบกระบวนการ

ในชั้นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ น้ำหนักของการโต้แย้งมักอยู่ที่เอกสารทางเทคนิคและบัญชีมากกว่าการตีความกฎหมายอย่างเดียว เราจึงจัดทำสำนวนอุทธรณ์ที่รวมทั้งการวิเคราะห์ข้อกฎหมาย ตารางกระทบยอดตัวเลขอากร และความเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าหรือด้านบัญชีตามความจำเป็นของแต่ละคดี เพื่อให้คณะกรรมการเห็นภาพรวมได้ครบถ้วนในการพิจารณาครั้งเดียว

หากผลอุทธรณ์ยังไม่เป็นคุณ ขั้นสุดท้ายคือการฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัยต่อศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งพิจารณาคดีศุลกากรควบคู่กับคดีภาษีอากรประเภทอื่น ประเด็นที่ต้องตัดสินใจคู่ขนานกับการฟ้องคือจะขอทุเลาการชำระอากรที่เหลือระหว่างพิจารณาคดีหรือไม่ เพราะเงินเพิ่มยังคงเดินต่อแม้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา เราจะคำนวณเปรียบเทียบต้นทุนหลักประกันกับเงินเพิ่มที่จะเกิดขึ้นให้ลูกค้าตัดสินใจล่วงหน้า

7. การวางระบบตรวจสอบภายในให้สอดคล้องกับกฎหมายศุลกากรก่อนถูกตรวจ

กิจการที่นำเข้าส่งออกเป็นประจำมักได้ประโยชน์มากกว่าจากการวางระบบตรวจสอบภายในล่วงหน้า มากกว่าการรอแก้ไขเมื่อถูกตรวจสอบแล้ว ระบบที่ควรมีอย่างน้อยคือการทบทวนพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าใหม่ทุกครั้งก่อนนำเข้าครั้งแรก การสอบทานโครงสร้างราคาที่ใช้สำแดงกับสัญญาซื้อขายจริงเป็นระยะ และการเก็บเอกสารสนับสนุนแหล่งกำเนิดสินค้าให้ครบถ้วนพร้อมสอบทานได้ทุกเวลา

เราออกแบบรายการตรวจสอบเฉพาะกิจการ ครอบคลุมทั้งจุดเสี่ยงเรื่องพิกัด ราคา และแหล่งกำเนิด พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบภายในองค์กรอย่างชัดเจนสำหรับแต่ละขั้นตอน เพื่อไม่ให้ความรู้เรื่องศุลกากรกระจุกอยู่ที่พนักงานคนเดียวและหายไปเมื่อพนักงานคนนั้นลาออก การฝึกอบรมทีมจัดซื้อและทีมโลจิสติกส์ให้เข้าใจผลกระทบทางศุลกากรตั้งแต่ขั้นตอนเจรจาสัญญาซื้อขายก็ช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าการแก้ไขปัญหาหลังนำเข้าไปแล้ว

ในกิจการที่มีโครงสร้างซับซ้อน เช่น มีทั้งการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตส่งออกและการนำเข้าเพื่อจำหน่ายในประเทศพร้อมกัน เราแนะนำให้แยกระบบติดตามวัตถุดิบทั้งสองเส้นทางออกจากกันอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น เพราะการปนกันของสองระบบเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการถูกปฏิเสธคำขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ ในภายหลัง

โครงสร้างค่าใช้จ่ายจริง

แยกค่าธรรมเนียมราชการกับค่าวิชาชีพให้เห็นชัด

ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงที่พบจริงในงานของสำนักงาน ใช้ประเมินงบก่อนตัดสินใจได้ และเมื่อเปิดสำนวนจริงเราจะออกใบเสนอราคาที่ระบุทุกรายการก่อนเริ่มงาน

รายการค่าธรรมเนียมราชการค่าวิชาชีพของเราหมายเหตุ
ตรวจสอบพิกัดและโครงสร้างราคาก่อนนำเข้าสินค้ารุ่นใหม่ค่าธรรมเนียมขอหนังสือตอบข้อหารือล่วงหน้าตามที่กรมศุลกากรกำหนด25,000–70,000 บาท ตามความซับซ้อนของสินค้าคุ้มค่าที่สุดเมื่อทำก่อนนำเข้าครั้งแรก ไม่ใช่หลังถูกตั้งประเด็น
รับมือการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยและเจรจาค่าปรับค่าปรับตามที่กรมศุลกากรกำหนดตามลักษณะความผิด80,000–250,000 บาท ตามจำนวนรอบบัญชีที่ถูกตรวจรวมการจัดเตรียมเอกสารกระทบยอดและเข้าประชุมชี้แจงกับเจ้าหน้าที่
ยื่นคำขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิไม่มีค่าธรรมเนียมยื่นคำขอ40,000–120,000 บาท ตามจำนวนสูตรการผลิตที่ต้องจัดทำใหม่รวมการปรับปรุงสูตรการผลิตให้ตรงกับสายการผลิตจริง
อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ด้านศุลกากรไม่มีค่าธรรมเนียมยื่นอุทธรณ์ในชั้นนี้100,000–220,000 บาท ตามจำนวนประเด็นและปีที่ถูกประเมินรวมความเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าหากจำเป็นต่อประเด็นพิกัด
ฟ้องคดีเพิกถอนคำวินิจฉัยต่อศาลภาษีอากรกลางค่าธรรมเนียมศาลคิดจากยอดอากรและค่าปรับที่โต้แย้ง ภายใต้เพดานตามกฎหมายเริ่ม 250,000 บาท ขึ้นกับปริมาณเอกสารใบขนและจำนวนพยานผู้เชี่ยวชาญหลักประกันที่วางเพื่อขอทุเลาการชำระอากรจ่ายให้ธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันโดยตรง ไม่รวมในค่าบริการนี้

กรณีศึกษาย่อ

งานจริงที่สำนักงานเคยทำ (ไม่ระบุตัวบุคคล)

รายละเอียดถูกปรับให้ไม่ระบุตัวบุคคลตามหน้าที่รักษาความลับของทนายความ ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง

ผู้นำเข้าเครื่องจักรที่ถูกโต้แย้งพิกัดหลังใช้งานมาสามปี

สถานการณ์
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบย้อนหลังพบว่าเครื่องจักรที่นำเข้าน่าจะเข้าพิกัดที่มีอัตราอากรสูงกว่าที่สำแดงไว้ตลอดสามปี
สิ่งที่เราทำ
เรารวบรวมคู่มือทางเทคนิคของเครื่องจักร คำอธิบายพิกัดของประเทศผู้ผลิตที่ใช้ระบบฮาร์โมไนซ์เดียวกัน และคำวินิจฉัยของกรมศุลกากรในกรณีใกล้เคียงมาสนับสนุนพิกัดเดิม
ผลที่ได้
คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยืนตามพิกัดเดิมที่ผู้นำเข้าใช้ ทำให้ไม่ต้องชำระอากรเพิ่มย้อนหลัง

บริษัทลูกในไทยที่ถูกบวกกลับค่าสิทธิเข้าราคาศุลกากร

สถานการณ์
กรมศุลกากรพบว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิกับบริษัทแม่กำหนดให้จ่ายค่าสิทธิเป็นเงื่อนไขของการซื้อสินค้าที่นำเข้า จึงสั่งให้บวกกลับเข้าราคาศุลกากรทุกใบขน
สิ่งที่เราทำ
เราแยกวิเคราะห์สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นสองส่วน คือส่วนที่ผูกกับสินค้านำเข้าโดยตรง และส่วนที่ผูกกับสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าในการขายปลีกภายในประเทศซึ่งแยกจากการซื้อขายสินค้า
ผลที่ได้
กรมศุลกากรยอมรับการบวกกลับเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับสินค้านำเข้าจริง ลดฐานราคาศุลกากรลงจากที่เรียกเก็บครั้งแรกอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ผลิตเพื่อส่งออกที่ถูกปฏิเสธคำขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ

สถานการณ์
คำขอคืนอากรถูกปฏิเสธเพราะสูตรการผลิตที่ยื่นไว้กับกรมศุลกากรไม่ตรงกับสูตรที่ใช้จริงในสายการผลิตปัจจุบัน
สิ่งที่เราทำ
เราจัดทำสูตรการผลิตใหม่ร่วมกับฝ่ายผลิตของลูกค้า พร้อมระบบติดตามวัตถุดิบตั้งแต่นำเข้าจนถึงสินค้าสำเร็จรูปที่ส่งออกจริง แล้วยื่นขอปรับปรุงสูตรควบคู่กับคำขอคืนอากรใหม่
ผลที่ได้
กรมศุลกากรอนุมัติคำขอคืนอากรชุดใหม่ และลูกค้าวางระบบติดตามถาวรเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำในรอบถัดไป

เกณฑ์ตัดสินใจ

ควรเริ่มตอนไหน และตอนไหนที่รอได้

ก่อนนำเข้าสินค้ารุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านการตรวจปล่อยมาก่อน

ขอหนังสือตอบข้อหารือล่วงหน้าเรื่องพิกัดก่อนนำเข้าจริง ต้นทุนต่ำกว่าการแก้ไขประเมินย้อนหลังในภายหลังมาก

เมื่อธุรกิจมีโครงสร้างจ่ายค่าสิทธิให้บริษัทแม่ในต่างประเทศ

ตรวจสอบสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิกับกรมศุลกากรก่อนเจ้าหน้าที่จะเปิดประเด็นในการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย

เมื่อสินค้าถูกยึดหรืออายัดที่ด่านและกระทบกำหนดส่งมอบ

เจรจาขอปล่อยของโดยวางประกันตั้งแต่วันแรก อย่ารอจนกระทบสัญญาซื้อขายกับลูกค้าปลายทาง

ยังไม่ต้องฟ้องศาลถ้าประเด็นเป็นความคลาดเคลื่อนของเอกสารที่แก้ได้ในชั้นอุทธรณ์

จัดเอกสารสนับสนุนให้ครบและปิดเรื่องในชั้นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายกว่าขึ้นศาล

หากธุรกิจของคุณเพิ่งได้รับหนังสือแจ้งตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย หรือมีสินค้าถูกอายัดอยู่ที่ด่าน ส่งเอกสารใบขนสินค้าและหนังสือแจ้งที่ได้รับให้เราดูวันนี้ เราจะประเมินให้ก่อนว่าควรเจรจายอมความ ยื่นอุทธรณ์ หรือเตรียมสู้คดีในชั้นศาล

สอบถามทีมงาน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ยังมีภาระอากรส่วนที่ขาดอยู่เสมอ ส่วนค่าปรับขึ้นกับพฤติการณ์ การแสดงเจตนาสุจริตด้วยเอกสารเหตุผลการจัดพิกัดที่ทำไว้ล่วงหน้าช่วยลดโทษได้จริง

บริการที่เกี่ยวข้อง

คดีปกครองและคดีภาษีอากร อุทธรณ์คำสั่งรัฐและการประเมินภาษี

เมื่อคำสั่งของรัฐหรือใบประเมินภาษีไม่ถูกต้อง ยังมีทางแก้ตามกฎหมาย

อ่านต่อ: คดีปกครองและคดีภาษีอากร อุทธรณ์คำสั่งรัฐและการประเมินภาษี

ใบอนุญาตธุรกิจและการลงทุนของต่างชาติ FBL และ BOI

โครงสร้างถือหุ้นที่ถูกกฎหมาย และใบอนุญาตที่ตรงกับสิ่งที่ทำจริง

อ่านต่อ: ใบอนุญาตธุรกิจและการลงทุนของต่างชาติ FBL และ BOI

ทนายบริษัทและ M&A Due Diligence Joint Venture

Deal ระดับกลาง–ใหญ่ FBA BOI JV โครงสร้างที่ถูกต้องและปกป้อง

อ่านต่อ: ทนายบริษัทและ M&A Due Diligence Joint Venture

ร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ NDA JV Shareholder

สัญญาที่บังคับใช้ได้จริง ทั้ง TH+EN พร้อมข้อพิพาทและ arbitration

อ่านต่อ: ร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ NDA JV Shareholder

ปรึกษา ศุลกากร นำเข้า-ส่งออก และข้อพิพาทพิกัดอัตราอากร

ติดต่อขอคำปรึกษาผ่าน LINE โทร หรืออีเมล — ประเมินขอบเขตงานและเสนอราคาก่อนเริ่ม

ติดต่อเรา
contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที