Skip to main content

ร้านอาหารและคาเฟ่ — ใบอนุญาต สัญญาเช่า และบัญชีที่คุมต้นทุนได้

ร้านอาหารหรือคาเฟ่หนึ่งสาขาต้องมีใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารจากท้องถิ่น และหากขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือบุหรี่ต้องมีใบอนุญาตแยกเพิ่ม ค่าบริการดูแลงานเอกสารเปิดร้านครบชุดมักอยู่ราว 25,000–70,000 บาท และบัญชีรายเดือนพร้อมภาษีราว 4,000–15,000 บาทต่อเดือนตามจำนวนสาขาและปริมาณบิล

ธุรกิจร้านอาหารล้มด้วยเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ไม่ใช่เพราะอาหารไม่ดี แต่เพราะสัญญาเช่าที่เสียเปรียบ ต้นทุนวัตถุดิบที่ไม่มีใครนับจริง และการจ้างพนักงานที่ไม่ทำเอกสารไว้เลย เมื่อยอดขายดีขึ้นปัญหาสามข้อนี้ขยายตัวตามไปด้วย เราดูแลร้านอาหารและคาเฟ่โดยเริ่มจากสองเรื่องที่แก้ทีหลังยากที่สุด คือสัญญาเช่าพื้นที่และโครงสร้างการจ้าง แล้วจึงวางระบบบัญชีที่บอกกำไรต่อเมนูได้จริงในแต่ละเดือน

สถานะที่ลูกค้ากลุ่มนี้มักมาหาเรา

  • กำลังเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าหรือตึกแถว และเจ้าของพื้นที่ยื่นสัญญาที่ร่างมาฝ่ายเดียว
  • ร้านขายดีแต่เจ้าของไม่รู้ว่ากำไรหายไปที่ขั้นตอนใด ระหว่างวัตถุดิบ ค่าแรง หรือของเสีย
  • เตรียมขยายสาขาที่สอง และต้องตัดสินใจว่าจะเปิดในนิติบุคคลเดิมหรือจัดตั้งใหม่

ปัญหาที่เจอซ้ำในกลุ่มนี้

  • สัญญาเช่าให้ผู้ให้เช่าบอกเลิกได้ง่ายกว่าผู้เช่า ทำให้เงินลงทุนตกแต่งร้านไม่มีหลักประกัน
  • รับพนักงานรายวันโดยไม่มีสัญญาจ้างและไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม จนเกิดข้อพิพาทเมื่อเลิกจ้าง
  • ซื้อวัตถุดิบจากตลาดโดยไม่มีเอกสาร ทำให้ลงรายจ่ายทางภาษีไม่ได้เต็มจำนวน
  • จ้างพนักงานต่างชาติในตำแหน่งที่กฎหมายห้าม หรือทำงานไม่ตรงกับที่ระบุในใบอนุญาต

ขอบเขตงานที่เราทำให้ และช่วงค่าบริการ

งานรายละเอียดช่วงค่าบริการ
ตรวจและเจรจาสัญญาเช่าพื้นที่ร้านอ่านสัญญาทั้งฉบับ ชี้ข้อที่เสียเปรียบเรื่องการบอกเลิก การขึ้นค่าเช่า ค่าส่วนกลาง เงินประกัน และการคืนพื้นที่ พร้อมร่างข้อความแก้ให้ใช้เจรจากับผู้ให้เช่าได้ทันที6,000–25,000 บาท/ฉบับ
ใบอนุญาตเปิดร้านครบชุดยื่นใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร ใบอนุญาตขายสุราและยาสูบเมื่อจำเป็น ป้ายชื่อร้าน และงานทะเบียนภาษีที่เกี่ยวข้อง25,000–70,000 บาท/สาขา
บัญชีต้นทุนและภาษีรายเดือนวางระบบนับสต๊อกวัตถุดิบ คิดต้นทุนต่อเมนู แยกค่าแรงตามกะ และยื่นแบบภาษีพร้อมประกันสังคมตามกำหนดทุกเดือน4,000–15,000 บาท/เดือน
เอกสารการจ้างและข้อบังคับการทำงานร่างสัญญาจ้างรายวันและรายเดือน ข้อบังคับการทำงาน ระเบียบเรื่องทิปและกะ พร้อมแนวปฏิบัติการเลิกจ้างที่ลดความเสี่ยงถูกฟ้อง8,000–30,000 บาท

ตัวเลขข้างต้นเป็นช่วงที่พบจากงานจริง ค่าบริการสุดท้ายขึ้นกับปริมาณเอกสารและความซับซ้อน เราเสนอราคาก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

เอกสารที่ขอจากคุณ

  • สัญญาเช่าพื้นที่ฉบับที่ผู้ให้เช่าเสนอ พร้อมแผนผังพื้นที่เช่า
  • ทะเบียนบ้านของอาคารและเอกสารแสดงสิทธิของผู้ให้เช่า
  • รายการเครื่องครัวและงบตกแต่งร้าน สำหรับตั้งทะเบียนทรัพย์สินและคิดค่าเสื่อม
  • รายชื่อพนักงานพร้อมอัตราค่าจ้างและวันเริ่มงานของแต่ละคน

ลำดับเวลาการทำงาน

  1. ก่อนเซ็นสัญญา

    ตรวจสัญญาเช่าและสิทธิของผู้ให้เช่า ประเมินว่าพื้นที่นั้นขอใบอนุญาตจำหน่ายอาหารได้จริงหรือไม่

  2. สัปดาห์ที่ 1–3

    จดทะเบียนนิติบุคคลหรือทะเบียนพาณิชย์ ยื่นขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และเตรียมเอกสารการจ้างพนักงาน

  3. ก่อนเปิดร้าน

    ตั้งระบบบันทึกยอดขายและสต๊อก ผูกกับผังบัญชี และซ้อมรอบปิดยอดรายวันกับทีมหน้าร้าน

  4. ทุกเดือนหลังเปิด

    ส่งรายงานกำไรต่อสาขาและต่อเมนู ยื่นภาษีตามกำหนด และทบทวนต้นทุนวัตถุดิบที่เปลี่ยนไป

ข้อควรระวัง

  • จ่ายเงินค่าเซ้งหรือเงินกินเปล่าโดยไม่มีเอกสารรับเงินที่ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน
  • ตกแต่งร้านเสร็จก่อนได้ใบอนุญาต แล้วพบว่าพื้นที่ติดข้อจำกัดเรื่องระบบระบายอากาศหรือบำบัดน้ำเสีย
  • หักเงินพนักงานเป็นค่าของเสียหรือค่าปรับโดยไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ

ทำไมลูกค้ากลุ่มนี้เลือกทำงานกับเรา

  • เราตรวจสัญญาเช่าและวางระบบบัญชีของร้านอาหารมาแล้วจำนวนมาก จึงรู้ว่าข้อสัญญาข้อไหนกลายเป็นค่าใช้จ่ายจริงในเดือนที่หก
  • ทีมเดียวดูแลทั้งเรื่องเช่า จ้างงาน และภาษี เจ้าของร้านจึงไม่ต้องเล่าเรื่องเดิมซ้ำกับสามที่ปรึกษา

คำถามที่ถูกถามบ่อยในกลุ่มนี้

เปิดร้านในชื่อบุคคลหรือจัดตั้งบริษัทดีกว่ากัน

ถ้าเป็นสาขาเดียว ยอดขายไม่สูง และไม่มีผู้ร่วมลงทุน การเปิดในชื่อบุคคลพร้อมทะเบียนพาณิชย์ทำได้เร็วและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า แต่เมื่อมีผู้ร่วมทุน ต้องกู้ธนาคาร หรือวางแผนขยายสาขา การใช้นิติบุคคลจะจำกัดความรับผิดส่วนตัวและทำให้แบ่งผลประโยชน์ระหว่างหุ้นส่วนได้ชัดกว่ามาก

ซื้อวัตถุดิบจากตลาดที่ไม่มีใบเสร็จ ลงบัญชีได้ไหม

ลงบัญชีได้ โดยจัดทำใบสำคัญจ่ายที่ระบุผู้รับเงิน รายการ จำนวน วันที่ และมีลายมือชื่อผู้รับ พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายเมื่อทำได้ เอกสารชุดนี้ทำให้รายจ่ายมีน้ำหนักขึ้นมาก ต่างจากการบันทึกเพียงตัวเลขในสมุด ซึ่งมักถูกตัดออกเมื่อถูกตรวจ

ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่เปิดร้านหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป การจดทะเบียนเป็นหน้าที่เมื่อรายรับถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดในรอบปี แต่บางกรณีการจดตั้งแต่ต้นมีประโยชน์ เช่น เมื่อมีค่าตกแต่งร้านและซื้อเครื่องครัวจำนวนมากที่มีภาษีซื้ออยู่ด้วย เราคำนวณให้ดูทั้งสองทางก่อนตัดสินใจ เพราะการจดแล้วมีภาระออกใบกำกับภาษีและยื่นแบบทุกเดือนตามมา

อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ให้ทีมเราดูแลให้ทั้งชุด

เราประเมินขอบเขตงานจากเอกสารที่มีอยู่ แล้วเสนอราคาพร้อมกำหนดเวลาก่อนเริ่ม คุณจึงเห็นต้นทุนทั้งหมดก่อนตัดสินใจ

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services

contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที