1. จุดที่ทำให้ต้องเปลี่ยนจาก TFRS for NPAEs ไปมาตรฐานเต็มรูปแบบ
กรณีที่พบบ่อยที่สุดคือแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งกำหนดให้งบการเงินย้อนหลังอย่างน้อยสามปีต้องจัดทำตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับเต็มก่อนยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล กิจการที่เริ่มเตรียมตัวช้าเกินไปมักพบว่างบปีแรกที่ต้องแปลงย้อนหลังมีรายการที่ต้องรื้อทั้งระบบ เพราะสัญญาเช่าที่เคยบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายตามงวดใน NPAEs ต้องกลับมาบันทึกเป็นสินทรัพย์สิทธิการใช้และหนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐานฉบับที่ 16 ซึ่งกระทบทั้งงบแสดงฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุนพร้อมกัน
อีกกรณีคือบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติเป็นบริษัทแม่ที่จัดทำงบการเงินรวมตาม IFRS โดยบริษัทแม่ต้องการงบของบริษัทลูกในประเทศไทยในรูปแบบที่นำไปรวมได้โดยไม่ต้องปรับปรุงมาก หากบริษัทลูกยังคงใช้ TFRS for NPAEs อยู่ ทีมบัญชีของบริษัทแม่มักต้องขอข้อมูลปรับปรุงเพิ่มเติมทุกไตรมาส ซึ่งในระยะยาวสร้างภาระซ้ำซ้อนมากกว่าการแปลงระบบบัญชีในประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานเต็มรูปแบบตั้งแต่ต้น
นอกจากสองกรณีข้างต้น เงื่อนไขทางสัญญากับธนาคารหรือผู้ให้กู้บางรายก็เป็นแรงผลักดันที่ชัดเจน โดยเฉพาะสัญญาเงินกู้ที่มีเงื่อนไขทางการเงินอ้างอิงอัตราส่วนที่คำนวณจากงบตามมาตรฐานเต็มรูปแบบ เช่น อัตราส่วนหนี้สินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา หากกิจการยังส่งงบตาม NPAEs อัตราส่วนที่คำนวณได้อาจไม่ตรงกับที่ผู้ให้กู้กำหนดไว้ในสัญญา และในบางกรณีธนาคารกำหนดเป็นเงื่อนไขบังคับให้เปลี่ยนมาตรฐานภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาปรับโครงสร้างหนี้


