Skip to main content

บริการกฎหมาย

กำกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้ถูกกฎหมาย ตั้งแต่จดทะเบียนถึงการคืนสินค้า

ร้านออนไลน์ถูกร้องเรียนไม่ค่อยแพ้ที่สินค้า แต่แพ้ที่เงื่อนไขที่เขียนไม่ครบ

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

ผู้ขายออนไลน์ที่ทำเป็นธุรกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับสำนักงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ แสดงข้อมูลผู้ขายและช่องทางติดต่อบนหน้าร้าน กำหนดเงื่อนไขการใช้บริการ นโยบายคืนสินค้าและคืนเงินที่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวและฐานการประมวลผลข้อมูลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมวางระบบกระทบยอดรายรับจากแพลตฟอร์มให้ตรงกับภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้ ค่าบริการเริ่ม 40,000 บาทต่อชุดเอกสาร

เริ่ม ฿40,000 ค่าบริการขึ้นอยู่กับจำนวนช่องทางขายและจำนวนภาษาของเอกสาร ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บเป็นรายการแยก ควรยืนยันอัตราปัจจุบันกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า · ชุดเอกสารหลักโดยทั่วไป 2–4 สัปดาห์ งานกระทบยอดย้อนหลังขึ้นกับจำนวนช่องทางขาย

กำกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้ถูกกฎหมาย ตั้งแต่จดทะเบียนถึงการคืนสินค้า โดยทนายความ Thai Law & Accounting
ทีมทนายความของเราดูแล กำกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้ถูกกฎหมาย ตั้งแต่จดทะเบียนถึงการคืนสินค้า ครบวงจร ทั่วประเทศไทย

เหมาะกับใคร

  • ร้านค้าที่ขายผ่านมาร์เก็ตเพลสหลายแห่งพร้อมกันและยอดรับเงินไม่ตรงกับยอดขาย
  • แบรนด์ที่เปิดเว็บไซต์ขายเองและยังไม่มีเงื่อนไขการใช้บริการของตนเอง
  • ผู้ขายที่ได้รับหนังสือร้องเรียนจากหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค
  • ธุรกิจที่นำเข้าสินค้ามาขายออนไลน์และต้องจัดการทั้งภาษีนำเข้าและใบกำกับภาษี
  • เจ้าของแบรนด์ที่พบสินค้าลอกเลียนแบบวางขายบนแพลตฟอร์ม

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • ตรวจสถานะการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการแสดงข้อมูลผู้ขาย
  • เงื่อนไขการใช้บริการและนโยบายคืนสินค้าคืนเงินฉบับสองภาษา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว บันทึกรายการประมวลผล และแบบขอความยินยอมสำหรับการตลาด
  • การตรวจข้อความโฆษณาและการแสดงราคาให้ไม่เข้าข่ายชักจูงเกินจริง
  • แนวทางกระทบยอดรายรับจากแพลตฟอร์มกับภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้
  • ขั้นตอนแจ้งระงับรายการสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลและใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มถ้ามี
  • รายงานยอดขายและรายงานการโอนเงินจากแพลตฟอร์มย้อนหลังสามเดือน
  • ข้อความบนหน้าร้าน หน้าคำถามที่พบบ่อย และเงื่อนไขที่ใช้อยู่
  • รายการข้อมูลลูกค้าที่จัดเก็บและระบบที่ใช้เก็บ
  • ใบขนสินค้าและเอกสารนำเข้าสำหรับสินค้าที่นำเข้ามาขาย

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 6 ขั้น

  1. 1

    ตรวจสถานะทะเบียนและการแสดงตัวตน

    หน้าร้านต้องระบุชื่อผู้ขาย ที่ตั้ง และช่องทางติดต่อที่ติดต่อได้จริง ไม่ใช่เพียงกล่องข้อความในแอป

  2. 2

    เขียนเงื่อนไขจากขั้นตอนขายจริง

    เงื่อนไขที่คัดลอกจากเว็บอื่นมักขัดกับวิธีจัดส่งและวิธีคืนเงินที่ร้านทำอยู่

  3. 3

    จัดฐานการประมวลผลข้อมูลให้ถูกประเภท

    การส่งข้อความการตลาดกับการจัดส่งสินค้าใช้ฐานทางกฎหมายต่างกัน จึงต้องแยกความยินยอมออกจากกัน

  4. 4

    กระทบยอดรายรับกับภาษี

    ยอดที่แพลตฟอร์มโอนเข้าเป็นยอดหลังหักค่าธรรมเนียมและส่วนลด การยื่นภาษีจากยอดโอนจึงต่ำกว่ายอดขายจริง

  5. 5

    ตรวจข้อความโฆษณาและการลดราคา

    การแสดงราคาก่อนลดที่ไม่เคยขายจริง และคำกล่าวอ้างสรรพคุณที่พิสูจน์ไม่ได้ เป็นสองเรื่องที่ถูกร้องเรียนบ่อย

  6. 6

    วางขั้นตอนรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งระงับ

    ระยะเวลาตอบกลับที่กำหนดไว้ล่วงหน้าช่วยปิดเรื่องก่อนกลายเป็นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงาน

บทวิเคราะห์เชิงลึก

กำกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้ถูกกฎหมาย ตั้งแต่จดทะเบียนถึงการคืนสินค้า ทำงานจริงอย่างไรตามกฎหมายและมาตรฐานไทย

ผู้ขายออนไลน์จำนวนมากเริ่มต้นธุรกิจจากเพจเฟซบุ๊กหรือร้านค้าบนมาร์เก็ตเพลสโดยไม่เคยจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีนโยบายคืนสินค้าเป็นลายลักษณ์อักษร และไม่เคยตรวจสอบว่ารายได้จากการไลฟ์ขายของต้องนำไปคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ เมื่อยอดขายเติบโตขึ้นจนถึงจุดที่แพลตฟอร์มเริ่มหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือกรมสรรพากรเริ่มขอข้อมูลธุรกรรมจากธนาคาร ผู้ประกอบการจึงมาพบว่าต้องย้อนแก้ปัญหาสะสมหลายด้านพร้อมกัน

1. การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเมื่อใดต้องยกระดับเป็นนิติบุคคล

ผู้ที่ขายสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์ของตนเอง เพจโซเชียลมีเดีย หรือร้านค้าบนมาร์เก็ตเพลสที่มีลักษณะประกอบกิจการอย่างต่อเนื่องเข้าข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานเขต/เทศบาลตามที่ตั้งของกิจการ การจดทะเบียนนี้แยกจากการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ได้แปลว่าผู้ขายต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นทันที แต่เป็นการแสดงตัวตนของผู้ประกอบการต่อผู้บริโภคและหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งบางแพลตฟอร์มเริ่มขอเลขทะเบียนนี้ประกอบการเปิดร้านค้าแล้ว

คำถามที่พบบ่อยคือควรขายในนามบุคคลธรรมดาต่อไปหรือควรจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งไม่มีคำตอบตายตัวเพียงข้อเดียว ปัจจัยที่ควรพิจารณาคือปริมาณธุรกรรมต่อเดือน จำนวนพนักงานที่ต้องจ้าง ความเสี่ยงด้านความรับผิดต่อผู้บริโภคหากสินค้ามีปัญหา และแผนการระดมทุนหรือร่วมทุนในอนาคต ผู้ขายที่มียอดขายสูงและมีสินค้าหลายหมวดมักได้ประโยชน์จากโครงสร้างนิติบุคคลทั้งในแง่ความน่าเชื่อถือกับซัพพลายเออร์และการวางแผนภาษีที่ชัดเจนขึ้น

เราช่วยประเมินสถานะปัจจุบันของกิจการ ตรวจสอบว่าช่องทางขายที่ใช้อยู่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ และหากถึงจุดที่ควรยกระดับเป็นนิติบุคคล จะวางแผนช่วงเปลี่ยนผ่านให้กระทบต่อสัญญากับแพลตฟอร์มและซัพพลายเออร์ให้น้อยที่สุด รวมถึงจัดเตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับการเปิดบัญชีธนาคารนิติบุคคลและระบบรับชำระเงินใหม่

การทำงาน กำกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้ถูกกฎหมาย ตั้งแต่จดทะเบียนถึงการคืนสินค้า โดยทีมทนายความและนักบัญชีของเรา
ขั้นตอนการทำงานจริงในสำนวน กำกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้ถูกกฎหมาย ตั้งแต่จดทะเบียนถึงการคืนสินค้า

2. กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค การขายตรง และการโฆษณาที่ไม่เกินจริง

การขายสินค้าออนไลน์อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งกำหนดสิทธิของผู้ซื้อในการได้รับข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วนและไม่ทำให้เข้าใจผิด รวมถึงสิทธิในการคืนสินค้าในบางกรณี ผู้ขายที่ใช้รูปแบบขายตรงหรือขายผ่านเครือข่ายที่มีการชักชวนให้สมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายต่อเนื่องหลายชั้นต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงหรือไม่ เพราะการดำเนินธุรกิจลักษณะนี้โดยไม่มีใบอนุญาตมีความเสี่ยงทางกฎหมายที่มากกว่าการขายปลีกทั่วไป

ถ้อยคำโฆษณาเป็นอีกจุดที่ผู้ขายจำนวนมากพลาดโดยไม่ตั้งใจ เช่น การกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริงสำหรับสินค้ากลุ่มอาหารเสริมหรือเครื่องสำอาง การใช้คำว่าดีที่สุดหรือรับประกันผลลัพธ์โดยไม่มีหลักฐานรองรับ หรือการใช้รีวิวปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งล้วนเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายโฆษณาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคและถูกสั่งระงับหรือปรับได้ ผู้ขายที่ไลฟ์สดขายของควรมีสคริปต์หรือแนวทางการพูดที่ผ่านการตรวจสอบล่วงหน้า เพราะคำพูดระหว่างไลฟ์ถูกบันทึกและใช้เป็นหลักฐานได้เช่นเดียวกับข้อความโฆษณา

เราให้บริการตรวจสอบเนื้อหาโฆษณาและคำบรรยายสินค้าก่อนเผยแพร่ ทั้งในรูปแบบโพสต์ วิดีโอ และสคริปต์ไลฟ์ พร้อมให้ความเห็นว่าถ้อยคำใดควรปรับแก้เพื่อลดความเสี่ยง และหากธุรกิจมีโครงสร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย เราช่วยประเมินว่าจำเป็นต้องขอใบอนุญาตขายตรงหรือไม่ก่อนที่จะขยายเครือข่ายต่อไป

3. การร่างเงื่อนไขการใช้งาน นโยบายคืนสินค้า และสัญญากับแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส

เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันขายของออนไลน์ที่รับคำสั่งซื้อโดยตรงจากลูกค้าควรมีเงื่อนไขการใช้งาน นโยบายความเป็นส่วนตัว และนโยบายการคืนเงินคืนสินค้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรและเข้าถึงได้ง่ายก่อนลูกค้าชำระเงิน เอกสารเหล่านี้ไม่ใช่เพียงข้อความมาตรฐานที่คัดลอกจากเว็บอื่น แต่ต้องสอดคล้องกับลักษณะสินค้าจริง เช่น สินค้าสั่งทำพิเศษที่ไม่รับคืน สินค้าเสียหายง่ายที่มีเงื่อนไขเปิดกล่องถ่ายวิดีโอ หรือสินค้าดิจิทัลที่ไม่มีสิทธิ์คืนเงินหลังดาวน์โหลด

ผู้ขายบนมาร์เก็ตเพลสยังต้องผูกพันตามข้อตกลงผู้ขายของแพลตฟอร์มเอง ซึ่งมักกำหนดเงื่อนไขการรับประกันสินค้า ระยะเวลาจัดส่ง อัตราค่าธรรมเนียม และบทลงโทษหากมีข้อร้องเรียนสะสมเกินเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ขายจำนวนมากไม่เคยอ่านข้อตกลงเหล่านี้อย่างละเอียดจนกระทั่งบัญชีถูกระงับกะทันหันเพราะอัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อสูงเกินเกณฑ์ หรือถูกหักเงินค่าปรับที่ไม่คาดคิดจากยอดขาย การทำความเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้ล่วงหน้าและปรับกระบวนการภายในให้สอดคล้องช่วยลดความเสี่ยงบัญชีถูกระงับได้มาก

เราช่วยร่างและปรับปรุงเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายคืนสินค้า และคำชี้แจงสิทธิผู้บริโภคให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและลักษณะสินค้าจริง พร้อมทั้งตรวจสอบข้อตกลงผู้ขายของแพลตฟอร์มหลักที่ใช้งานอยู่ เพื่อชี้จุดที่ธุรกิจอาจเสี่ยงผิดเงื่อนไขโดยไม่รู้ตัว เช่น เงื่อนไขบรรจุภัณฑ์ ระยะเวลาตอบแชท หรือเกณฑ์อัตราการคืนสินค้า

เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในงาน กำกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้ถูกกฎหมาย ตั้งแต่จดทะเบียนถึงการคืนสินค้า
เอกสารและหลักฐานที่ต้องจัดชุดก่อนยื่นต่อหน่วยงาน

4. หน้าที่ตาม PDPA เมื่อเก็บข้อมูลลูกค้า ที่อยู่จัดส่ง และประวัติการซื้อ

ร้านค้าออนไลน์ทุกขนาดที่เก็บชื่อ เบอร์โทร ที่อยู่จัดส่ง หรือประวัติการสั่งซื้อของลูกค้า ถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับการเก็บและใช้ข้อมูลแต่ละประเภท เช่น การปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายสำหรับข้อมูลที่จำเป็นต่อการจัดส่ง หรือความยินยอมสำหรับการส่งโปรโมชันทางการตลาดผ่านไลน์หรือเอสเอ็มเอส การใช้ฐานทางกฎหมายผิดประเภทเป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในธุรกิจอีคอมเมิร์ซขนาดเล็ก

การส่งข้อมูลลูกค้าให้บริษัทขนส่งเพื่อจัดส่งสินค้า หรือให้ผู้ให้บริการชำระเงินเพื่อประมวลผลธุรกรรม ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่สามซึ่งต้องมีข้อตกลงประมวลผลข้อมูลหรือเงื่อนไขที่ชัดเจนรองรับ ผู้ขายควรทบทวนว่าระบบหลังบ้านที่ใช้อยู่ เช่น ระบบจัดการคำสั่งซื้อหรือระบบแชทบอทตอบลูกค้า มีการเก็บข้อมูลไว้ที่ใดและนานเท่าใด และมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะข้อมูลที่อยู่และเบอร์โทรลูกค้าเป็นเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงหากรั่วไหลไปสู่มิจฉาชีพ

เราช่วยจัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ระบุประเภทข้อมูลที่เก็บ วัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย และระยะเวลาเก็บรักษาให้ตรงกับการดำเนินงานจริงของร้าน พร้อมตรวจสอบข้อตกลงกับผู้ให้บริการขนส่งและระบบชำระเงินที่ใช้อยู่ว่ามีเงื่อนไขคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอหรือไม่ และให้คำแนะนำขั้นตอนตอบสนองหากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลที่ต้องแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

5. การกระทบยอดเงินรับจากมาร์เก็ตเพลสและระบบอี-เพย์เมนต์

รายได้ที่ปรากฏในระบบหลังบ้านของมาร์เก็ตเพลสมักไม่ตรงกับยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีธนาคารจริง เพราะมีการหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณาภายในระบบ ค่าคูปองส่วนลดที่แพลตฟอร์มออกให้ลูกค้าแต่เรียกเก็บจากผู้ขาย และบางครั้งมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนโอนเงินด้วย หากผู้ขายบันทึกรายได้ตามยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีเพียงอย่างเดียวโดยไม่กระทบยอดกับรายงานขายในระบบแพลตฟอร์ม จะทำให้บัญชีและแบบภาษีมูลค่าเพิ่มคลาดเคลื่อนจากยอดขายจริง

ธุรกิจที่ขายผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน เช่น มาร์เก็ตเพลสสองสามแห่งร่วมกับเพจเฟซบุ๊กที่รับโอนผ่านคิวอาร์โค้ดโดยตรง ยิ่งมีความซับซ้อนในการกระทบยอดมากขึ้น เพราะแต่ละช่องทางมีรอบตัดยอดและรูปแบบรายงานไม่เหมือนกัน การไม่มีระบบกระทบยอดที่เป็นระบบทำให้ตรวจพบความคลาดเคลื่อนหรือการทุจริตภายในได้ช้า และเมื่อกรมสรรพากรขอข้อมูลธุรกรรมย้อนหลังจากธนาคารเพื่อเทียบกับแบบภาษีที่ยื่นไว้ ความไม่ตรงกันที่สะสมมานานจะกลายเป็นภาระที่ต้องอธิบายย้อนหลังหลายเดือน

เราช่วยวางระบบกระทบยอดรายเดือนระหว่างรายงานขายของแต่ละแพลตฟอร์ม ยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีจริง และบันทึกบัญชี พร้อมจัดทำตารางแยกประเภทค่าธรรมเนียมและภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่แต่ละแพลตฟอร์มหักไว้ เพื่อให้ทีมบัญชีปิดงบได้ตรงเวลาและมีหลักฐานพร้อมชี้แจงหากถูกขอข้อมูลย้อนหลัง

6. ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้จากการขายผ่านมาร์เก็ตเพลสและการไลฟ์ขายของ

ผู้ขายที่มีรายรับจากการขายสินค้าเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ว่าจะขายผ่านช่องทางใด รวมถึงการไลฟ์สดขายของซึ่งถือเป็นการขายสินค้าปกติในทางภาษีเช่นเดียวกับการขายหน้าร้าน ผู้ขายจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่าการขายผ่านไลฟ์หรือผ่านแชทส่วนตัวที่ไม่มีใบเสร็จเป็นทางการไม่ต้องนำมารวมคำนวณรายได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและอาจนำไปสู่การประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มหากถูกตรวจสอบ

แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสในปัจจุบันมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องนำส่งข้อมูลผู้ขายและมูลค่าธุรกรรมให้กรมสรรพากรตามเกณฑ์ที่กำหนด และสถาบันการเงินก็มีหน้าที่รายงานธุรกรรมที่มีลักษณะเข้าข่ายการทำธุรกิจให้กรมสรรพากรเช่นกัน ทำให้ข้อมูลรายได้จากการขายออนไลน์ที่เคยกระจัดกระจายในบัญชีส่วนตัวหลายบัญชีมีแนวโน้มถูกรวบรวมและตรวจสอบข้ามแหล่งได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ผู้ขายจึงควรวางแผนแยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัวและบันทึกรายได้ให้ตรงกับความเป็นจริงตั้งแต่ต้น

เราช่วยประเมินว่าธุรกิจถึงเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือยัง วางแผนโครงสร้างการรับเงินให้แยกชัดเจนระหว่างรายได้ทางธุรกิจกับเงินส่วนตัว และให้คำแนะนำเรื่องการยื่นแบบภาษีเงินได้ให้ครอบคลุมรายได้จากทุกช่องทางรวมถึงการไลฟ์ขายของ พร้อมประเมินความเสี่ยงหากพบว่าที่ผ่านมามีรายได้ตกหล่นจากการคำนวณภาษี เพื่อวางแผนแก้ไขก่อนถูกตรวจสอบ

7. ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และการนำเข้าสินค้าข้ามพรมแดนที่มีมูลค่าต่ำ

ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีระบบขายออนไลน์ปริมาณมากมักได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยลดภาระการจัดพิมพ์และจัดเก็บเอกสารกระดาษ แต่การเข้าระบบนี้ต้องเตรียมใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์และปรับระบบออกใบเสร็จให้เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการนำส่งข้อมูลที่กรมสรรพากรรับรอง ซึ่งควรวางแผนล่วงหน้าไม่ใช่รอจนถึงกำหนดที่ต้องปฏิบัติตาม

สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อขายต่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้ขายควรทราบว่าสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำก็อาจมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องนำส่งตามหลักเกณฑ์ที่ทางการปรับปรุงเป็นระยะ ผู้ขายที่สั่งสินค้าตรงจากต่างประเทศมาส่งถึงลูกค้าปลายทางในลักษณะดรอปชิปปิ้งต้องตรวจสอบว่าใครเป็นผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในแต่ละขั้นตอน เพราะกฎเกณฑ์ในส่วนนี้เปลี่ยนแปลงตามนโยบายที่ประกาศเป็นระยะ และควรตรวจสอบอัตราและเกณฑ์ล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือกรมศุลกากรก่อนกำหนดราคาขายและตั้งเงื่อนไขกับซัพพลายเออร์

เราช่วยประเมินว่าธุรกิจควรเข้าร่วมระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเวลาใดจึงจะคุ้มค่ากับต้นทุนการปรับระบบ และตรวจสอบโครงสร้างการนำเข้าสินค้าข้ามพรมแดนของธุรกิจว่าฝ่ายใดต้องรับผิดชอบด้านภาษีมูลค่าเพิ่มและพิธีการศุลกากรในแต่ละจุด พร้อมทั้งช่วยยืนยันอัตราและเกณฑ์ล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนวางแผนราคาขายและสัญญากับซัพพลายเออร์ต่างประเทศ

8. การรับมือกับสินค้าปลอมและคำร้องขอถอดถอนเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม

ผู้ขายที่ถูกกล่าวหาว่าจำหน่ายสินค้าปลอมหรือละเมิดเครื่องหมายการค้าอาจถูกแพลตฟอร์มระงับรายการสินค้าหรือระงับบัญชีทันทีตามกระบวนการรับแจ้งของแพลตฟอร์มเอง ซึ่งมักเกิดขึ้นเร็วกว่าและมีมาตรฐานพิสูจน์ที่ต่ำกว่ากระบวนการทางศาล ผู้ขายที่ได้รับแจ้งลักษณะนี้ควรเก็บหลักฐานที่มาของสินค้า ใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์ และเอกสารสิทธิ์การจัดจำหน่ายหากมี เพื่อใช้โต้แย้งหรือยื่นอุทธรณ์ต่อแพลตฟอร์มภายในกรอบเวลาที่กำหนด

ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าและพบว่ามีผู้ขายรายอื่นละเมิดสิทธิ์บนแพลตฟอร์มเดียวกันควรมีกระบวนการภายในสำหรับรวบรวมหลักฐานการละเมิดและยื่นคำร้องขอถอดถอนอย่างเป็นระบบ แทนที่จะยื่นแบบเฉพาะกิจทีละรายการ เพราะแพลตฟอร์มส่วนใหญ่มีช่องทางสำหรับเจ้าของสิทธิ์ที่จดทะเบียนไว้ล่วงหน้าซึ่งช่วยให้การถอดถอนรายการที่ละเมิดในอนาคตทำได้รวดเร็วขึ้น การไม่ดำเนินการอย่างสม่ำเสมอทำให้สินค้าปลอมกลับมาปรากฏซ้ำภายใต้บัญชีผู้ขายรายใหม่ได้เรื่อย ๆ

เราช่วยทั้งฝั่งผู้ขายที่ถูกกล่าวหาให้จัดเตรียมหลักฐานโต้แย้งอย่างเป็นระบบก่อนยื่นอุทธรณ์ต่อแพลตฟอร์ม และฝั่งเจ้าของเครื่องหมายการค้าให้วางกระบวนการติดตามและยื่นคำร้องขอถอดถอนสินค้าละเมิดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเมินว่าเมื่อใดควรยกระดับจากการร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง

โครงสร้างค่าใช้จ่ายจริง

แยกค่าธรรมเนียมราชการกับค่าวิชาชีพให้เห็นชัด

ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงที่พบจริงในงานของสำนักงาน ใช้ประเมินงบก่อนตัดสินใจได้ และเมื่อเปิดสำนวนจริงเราจะออกใบเสนอราคาที่ระบุทุกรายการก่อนเริ่มงาน

รายการค่าธรรมเนียมราชการค่าวิชาชีพของเราหมายเหตุ
จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ค่าธรรมเนียมราชการอัตราต่ำ กำหนดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานเขต/เทศบาล ควรยืนยันอัตราปัจจุบันกับหน่วยงานค่าบริการเตรียมเอกสารและยื่นจดทะเบียนแทนแยกจากการจดภาษีมูลค่าเพิ่มโดยสิ้นเชิง
จดทะเบียนนิติบุคคลเมื่อยกระดับจากบุคคลธรรมดาค่าธรรมเนียมจดทะเบียนตามทุนจดทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด ต้องตรวจสอบอัตราปัจจุบันค่าบริการจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ ประชุมจัดตั้ง และยื่นจดทะเบียนรวมค่าธรรมเนียมตราประทับและเอกสารประกอบ
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไม่มีค่าธรรมเนียมราชการโดยตรงในการยื่นแบบ ภ.พ.01 แต่ควรยืนยันเกณฑ์รายได้ปัจจุบันกับกรมสรรพากรค่าบริการตรวจสอบเกณฑ์รายได้และยื่นจดทะเบียนแทนรวมคำแนะนำวางระบบบัญชีให้พร้อมยื่นแบบรายเดือน
ร่างเงื่อนไขการใช้งานและนโยบายคืนสินค้าไม่มีค่าธรรมเนียมราชการค่าบริการร่างเอกสารตามความซับซ้อนของประเภทสินค้าและช่องทางขายควรทบทวนซ้ำเมื่อมีสินค้าประเภทใหม่หรือช่องทางขายใหม่
จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวและตรวจสอบสัญญาประมวลผลข้อมูลไม่มีค่าธรรมเนียมราชการค่าบริการตรวจสอบระบบเก็บข้อมูลและร่างนโยบายค่าปรับกรณีฝ่าฝืน PDPA กำหนดโดยกฎหมายและคำสั่งของคณะกรรมการ ควรตรวจสอบเกณฑ์ปัจจุบัน
เข้าร่วมระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีค่าธรรมเนียมราชการโดยตรง แต่มีต้นทุนใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ตามผู้ให้บริการที่กรมสรรพากรรับรองค่าบริการให้คำปรึกษาเตรียมระบบและเชื่อมต่อผู้ให้บริการนำส่งข้อมูลต้นทุนผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงตามแพ็กเกจที่เลือก ควรเทียบราคาก่อนตัดสินใจ

กรณีศึกษาย่อ

งานจริงที่สำนักงานเคยทำ (ไม่ระบุตัวบุคคล)

รายละเอียดถูกปรับให้ไม่ระบุตัวบุคคลตามหน้าที่รักษาความลับของทนายความ ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง

เพจขายเครื่องสำอางที่ถูกแพลตฟอร์มระงับบัญชีเพราะถ้อยคำโฆษณา

สถานการณ์
ร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่งใช้คำโฆษณาว่าผลิตภัณฑ์ครีมของตนรักษาสิวได้หายขาดภายในเจ็ดวัน และมีการใช้รีวิวจากบัญชีที่จ้างเขียนขึ้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
สิ่งที่เราทำ
ทีมกฎหมายตรวจสอบเนื้อหาที่เคยเผยแพร่ทั้งหมด ปรับถ้อยคำโฆษณาให้อยู่ในกรอบที่มีหลักฐานรองรับ ถอดรีวิวที่ไม่เป็นความจริงออก และช่วยจัดทำหนังสือชี้แจงยื่นต่อแพลตฟอร์มพร้อมแผนแก้ไขที่ชัดเจน
ผลที่ได้
แพลตฟอร์มยกเลิกคำสั่งระงับบัญชีหลังได้รับแผนแก้ไขและการยืนยันว่าเนื้อหาที่เหลือผ่านการตรวจสอบแล้ว ร้านค้ากลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ

ผู้ขายที่ไม่เคยกระทบยอดรายได้จากสามแพลตฟอร์มพร้อมกัน

สถานการณ์
ผู้ประกอบการรายย่อยขายสินค้าผ่านสองมาร์เก็ตเพลสและเพจเฟซบุ๊กพร้อมกัน โดยบันทึกรายได้ตามยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีเพียงอย่างเดียว จนพบว่ายอดขายในระบบแพลตฟอร์มสูงกว่ายอดที่บันทึกไว้มาก
สิ่งที่เราทำ
ทีมบัญชีจัดทำตารางกระทบยอดย้อนหลังโดยดึงรายงานขายจากทุกช่องทางมาเทียบกับยอดโอนเข้าบัญชีและค่าธรรมเนียมที่ถูกหัก พร้อมประเมินภาษีที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ถูกต้อง
ผลที่ได้
ผู้ประกอบการยื่นแบบภาษีเพิ่มเติมให้ตรงกับรายได้จริงก่อนถูกตรวจสอบ และวางระบบกระทบยอดรายเดือนต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำ

แบรนด์รองเท้าที่พบสินค้าเลียนแบบวางขายภายใต้บัญชีผู้ขายรายใหม่ซ้ำ ๆ

สถานการณ์
เจ้าของเครื่องหมายการค้ายี่ห้อรองเท้าพบสินค้าเลียนแบบวางขายบนมาร์เก็ตเพลสซ้ำแล้วซ้ำเล่าภายใต้ชื่อบัญชีผู้ขายใหม่ทุกครั้งที่ยื่นคำร้องถอดถอนสำเร็จ
สิ่งที่เราทำ
ทีมกฎหมายช่วยลงทะเบียนเป็นเจ้าของสิทธิ์กับช่องทางถอดถอนล่วงหน้าของแพลตฟอร์ม จัดทำแนวทางเก็บหลักฐานการละเมิดอย่างเป็นระบบ และประเมินร่วมกับลูกค้าว่ากรณีใดควรยกระดับไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง
ผลที่ได้
ระยะเวลาการถอดถอนรายการละเมิดสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีกรณีหนึ่งที่ถูกยกระดับไปสู่การดำเนินคดีหลังพบว่าเป็นผู้ขายรายเดิมสลับใช้บัญชีหลายบัญชี

เกณฑ์ตัดสินใจ

ควรเริ่มตอนไหน และตอนไหนที่รอได้

ยังขายในนามบุคคลธรรมดา รายได้ยังไม่มาก และยังไม่มีพนักงาน

จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และวางระบบบันทึกรายได้ให้ถูกต้องก่อน ยังไม่จำเป็นต้องเร่งจดทะเบียนนิติบุคคลจนกว่าปริมาณธุรกรรมหรือความเสี่ยงด้านความรับผิดเพิ่มขึ้นชัดเจน

เริ่มไลฟ์สดขายของเป็นประจำหรือมียอดขายผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน

ตรวจสอบว่ารายได้รวมทุกช่องทางถึงเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยัง และวางระบบกระทบยอดรายเดือนก่อนที่ความคลาดเคลื่อนจะสะสมจนแก้ไขยาก

ได้รับคำร้องขอถอดถอนสินค้าจากแพลตฟอร์มโดยอ้างการละเมิดเครื่องหมายการค้า

รวบรวมหลักฐานที่มาของสินค้าและเอกสารสิทธิ์การจัดจำหน่ายทันที และยื่นคำโต้แย้งภายในกรอบเวลาที่แพลตฟอร์มกำหนด เพราะการเพิกเฉยมักนำไปสู่การระงับบัญชีถาวร

กำลังพิจารณาขยายเป็นเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายหรือระบบแนะนำเพื่อนหลายชั้น

ประเมินก่อนขยายว่าโครงสร้างที่วางแผนไว้เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตขายตรงหรือตลาดแบบตรงหรือไม่ เพราะการแก้ไขโครงสร้างหลังขยายเครือข่ายไปแล้วมีต้นทุนสูงกว่าการวางแผนตั้งแต่ต้น

หากธุรกิจออนไลน์ของท่านกำลังเติบโตจนถึงจุดที่ต้องจัดระเบียบเรื่องใบอนุญาต สัญญากับแพลตฟอร์ม PDPA หรือการยื่นภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน ทีมงานของเรายินดีช่วยประเมินสถานะปัจจุบันและวางแผนแก้ไขเป็นขั้นตอนที่ทำได้จริง

สอบถามทีมงาน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ที่ประกอบการค้าโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นปกติธุระอยู่ในข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ไม่ได้ขึ้นกับขนาดรายได้เพียงอย่างเดียว การขายเป็นครั้งคราวโดยไม่มีลักษณะประกอบธุรกิจต่างจากการเปิดร้านถาวร ควรตรวจเงื่อนไขและเอกสารที่ใช้ยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานเขตที่รับผิดชอบ

ปรึกษา กำกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้ถูกกฎหมาย ตั้งแต่จดทะเบียนถึงการคืนสินค้า

ติดต่อขอคำปรึกษาผ่าน LINE โทร หรืออีเมล — ประเมินขอบเขตงานและเสนอราคาก่อนเริ่ม

ติดต่อเรา
contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที