1. ประเภทใบอนุญาตสถานพยาบาลและใครเป็นผู้ขอได้
กฎหมายสถานพยาบาลแบ่งประเภทคลินิกตามลักษณะการให้บริการ เช่น คลินิกเวชกรรมทั่วไป คลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง คลินิกทันตกรรม คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และคลินิกเทคนิคการแพทย์ แต่ละประเภทผูกกับขอบเขตบริการที่ต่างกัน คลินิกเสริมความงามส่วนใหญ่ในทางปฏิบัติจดทะเบียนเป็นคลินิกเวชกรรมเฉพาะทางด้านผิวหนังหรือศัลยกรรม ไม่ใช่ประเภทแยกต่างหาก การเลือกประเภทผิดตั้งแต่ต้นทำให้บริการบางรายการที่ให้จริงในคลินิกเกินขอบเขตที่ใบอนุญาตอนุญาตไว้ ซึ่งนำไปสู่คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้แม้ตัวหัตถการเองจะไม่มีปัญหาทางการแพทย์เลย
ผู้ขอรับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ซึ่งกฎหมายเรียกว่าผู้รับอนุญาต ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเอง อาจเป็นนิติบุคคลที่ลงทุนก็ได้ แต่ต้องแต่งตั้งผู้ดำเนินการซึ่งต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีคุณสมบัติตรงตามประเภทกิจการ เป็นผู้รับผิดชอบดูแลมาตรฐานทางการแพทย์ประจำสถานพยาบาลนั้น การแยกบทบาทนี้ทำให้นักลงทุนที่ไม่ใช่แพทย์เข้าโครงสร้างได้ แต่ก็หมายความว่าสัญญาระหว่างผู้รับอนุญาตกับผู้ดำเนินการต้องเขียนให้ชัดว่าฝ่ายใดรับผิดชอบเรื่องใด เพราะเมื่อเกิดเรื่องร้องเรียนทางการแพทย์ ผู้ดำเนินการมักถูกเรียกเข้าให้ปากคำก่อนเสมอ
สถานที่และเครื่องมือแพทย์ต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนออกใบอนุญาตและต้องคงสภาพเดิมตลอดอายุใบอนุญาต หากมีการต่อเติมพื้นที่ ย้ายห้องหัตถการ หรือเพิ่มเครื่องมือที่จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องมือแพทย์ควบคุม เช่น เลเซอร์กำลังสูงบางประเภท จำเป็นต้องแจ้งหรือขออนุญาตแก้ไขรายการเพิ่มเติมก่อนใช้งานจริง คลินิกจำนวนมากซื้อเครื่องใหม่เข้ามาให้บริการก่อนแล้วค่อยแจ้งภายหลัง ซึ่งทำให้ช่วงเวลาที่ให้บริการไปแล้วนั้นกลายเป็นการให้บริการนอกขอบเขตใบอนุญาตโดยไม่รู้ตัว


