1. จำแนกประเภทเงินได้ก่อนตั้งอัตราหัก ณ ที่จ่าย
ใบแจ้งหนี้จากต่างประเทศมักเขียนหัวข้อกว้าง ๆ เช่น professional fee หรือ service charge ซึ่งไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับภาระภาษีที่แท้จริง สิ่งที่ต้องดูคือเนื้อหาของงานที่ตกลงกันในสัญญา ถ้าเป็นการถ่ายทอดความรู้ทางเทคนิคหรือให้สิทธิใช้สูตร กระบวนการผลิต หรือข้อมูลลับทางการค้า มักถูกจัดเป็นค่าสิทธิ ในขณะที่งานให้คำปรึกษาที่จบสิ้นเมื่องานเสร็จโดยไม่มีการโอนสิทธิใด ๆ มักเป็นค่าบริการธรรมดา ความต่างนี้ทำให้อัตราภาษีและสิทธิลดหย่อนตามอนุสัญญาต่างกันโดยสิ้นเชิง
ค่าบริการซอฟต์แวร์แบบสมัครสมาชิกรายเดือนหรือรายปีเป็นกรณีที่สับสนบ่อยที่สุดในปัจจุบัน หากผู้จ่ายได้เพียงสิทธิใช้งานผ่านเว็บโดยไม่มีการส่งมอบซอร์สโค้ดหรือสิทธิทำซ้ำ มักไม่เข้าข่ายค่าสิทธิตามคำวินิจฉัยที่ใช้กันทั่วไป แต่ถ้าสัญญาให้สิทธิดัดแปลงหรือแจกจ่ายต่อ ลักษณะจะเปลี่ยนไปเป็นค่าสิทธิทันที ผู้จ่ายจึงต้องอ่านเงื่อนไขการใช้งานควบคู่กับสัญญาซื้อขายเสมอ ไม่ใช่ดูแค่ชื่อผลิตภัณฑ์
ค่าบริหารจัดการที่บริษัทแม่เรียกเก็บจากบริษัทลูกในไทยก็ต้องแยกให้ชัดว่าเป็นการให้บริการจริงที่มีทีมงานทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง หรือเป็นเพียงการปันส่วนต้นทุนสำนักงานใหญ่โดยไม่มีบริการที่จับต้องได้ กรณีหลังมักถูกตั้งคำถามทั้งในมุมภาษีหัก ณ ที่จ่ายและในมุมรายจ่ายที่นำมาหักได้ทางภาษีเงินได้นิติบุคคล


