Skip to main content

บริการบัญชี

รักษาสิทธิ BOI และงานรายงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม

ได้บัตรส่งเสริมเป็นเรื่องหนึ่ง รักษาสิทธิไว้ให้ครบอายุเป็นอีกเรื่อง

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

หลังได้รับบัตรส่งเสริม สิทธิประโยชน์ผูกกับเงื่อนไขที่ต้องทำตามและรายงานตามกำหนด ทั้งรายงานความคืบหน้าโครงการ การขอเปิดดำเนินการเมื่อพร้อม รายงานประจำปี การใช้สิทธิยกเว้นอากรของเครื่องจักรและของที่นำเข้ามาผลิต สัดส่วนบุคลากรและกรรมสิทธิ์ที่ดิน รวมถึงการแยกรายได้ที่ได้รับยกเว้นออกจากรายได้ปกติให้ตรงกับที่ยื่นภาษี งานของเราคือคุมปฏิทินเงื่อนไขเหล่านี้ให้ครบและกระทบยอดกับบัญชีได้ทุกตัวเลข ค่าบริการสรุปตามประเภทคดีต่อปี

ขอบเขตงานยืนยันก่อนเริ่ม — ตั้งระบบและปฏิทินเงื่อนไข 3–4 สัปดาห์ · งานรายงานตามกำหนดของแต่ละรอบ

รักษาสิทธิ BOI และงานรายงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม โดยนักบัญชี Thai Law & Accounting
ทีมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีของเราดูแล รักษาสิทธิ BOI และงานรายงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม ครบวงจร ทั่วประเทศไทย

เหมาะกับใคร

  • ผู้ได้รับบัตรส่งเสริมที่ยังไม่ได้ยื่นขอเปิดดำเนินการ
  • โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่ต้องรายงานทั้งสองหน่วยงานพร้อมกัน
  • กิจการที่มีทั้งรายได้ที่ได้รับยกเว้นและรายได้ปกติในบริษัทเดียว
  • โครงการที่เปลี่ยนกำลังผลิต ที่ตั้ง หรือขอบเขตจากที่เคยยื่นไว้
  • กิจการที่รู้ตัวว่าพลาดเงื่อนไขบางข้อไปแล้วและต้องแก้ไข

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • ปฏิทินเงื่อนไขและกำหนดรายงานทั้งปี ระบุผู้รับผิดชอบแต่ละรายการ
  • การจัดทำและยื่นรายงานความคืบหน้า รายงานประจำปี และคำขอเปิดดำเนินการ
  • ระบบแยกบัญชีรายได้และต้นทุนที่ได้รับยกเว้นออกจากส่วนที่ต้องเสียภาษี
  • การดูแลทะเบียนของที่นำเข้าโดยใช้สิทธิ พร้อมกระทบยอดคงเหลือ
  • การตรวจสอบเงื่อนไขบุคลากร ที่ดิน และสัดส่วนผู้ถือหุ้นตามบัตร
  • การขอแก้ไขบัตรส่งเสริมเมื่อโครงการเปลี่ยนไปจากที่อนุมัติ
  • แผนแก้ไขเมื่อเงื่อนไขถูกละเลยไปแล้ว โดยประเมินผลกระทบทางภาษีควบคู่

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • บัตรส่งเสริมและหนังสืออนุมัติพร้อมเงื่อนไขแนบทั้งชุด
  • รายงานที่ยื่นไปแล้วในปีก่อน ๆ และหนังสือโต้ตอบกับหน่วยงาน
  • งบการเงินและงบทดลองที่แยกส่วนกิจการที่ได้รับส่งเสริม
  • ทะเบียนเครื่องจักรและรายการวัตถุดิบที่นำเข้าโดยใช้สิทธิ
  • ข้อมูลพนักงานแยกตามตำแหน่งและสัญชาติ
  • เอกสารสิทธิในที่ดินและสัญญาเช่าโรงงาน

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 6 ขั้น

  1. 1

    อ่านเงื่อนไขในบัตรทีละข้อ

    เงื่อนไขที่คนมองข้ามบ่อยที่สุดคือข้อที่กำหนดกรอบเวลา ไม่ใช่ข้อที่กำหนดตัวเลข

  2. 2

    แปลงเงื่อนไขเป็นปฏิทินงาน

    ทุกข้อควรมีวันครบกำหนด ผู้รับผิดชอบ และเอกสารที่ต้องเตรียมล่วงหน้า

  3. 3

    วางระบบแยกรายได้ตั้งแต่ผังบัญชี

    การแยกภายหลังตอนปิดงบมักทำให้ตัวเลขไม่ตรงกับที่รายงานไว้ก่อนหน้า

  4. 4

    คุมสต็อกวัตถุดิบที่ใช้สิทธิ

    ยอดคงเหลือทางบัญชีต้องอธิบายได้เทียบกับปริมาณที่นำเข้าและที่ใช้ผลิต

  5. 5

    ยื่นรายงานและเก็บหลักฐานการยื่น

    หลักฐานการยื่นมีค่าเท่ากับตัวรายงานเมื่อมีการทบทวนสิทธิย้อนหลัง

  6. 6

    ทบทวนก่อนสิ้นสุดระยะเวลายกเว้น

    ปีสุดท้ายของสิทธิควรวางแผนภาษีล่วงหน้า ไม่ใช่รู้ตัวเมื่อภาระเพิ่มขึ้นแล้ว

บทวิเคราะห์เชิงลึก

รักษาสิทธิ BOI และงานรายงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม ทำงานจริงอย่างไรตามกฎหมายและมาตรฐานไทย

บัตรส่งเสริมที่ได้รับจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนไม่ใช่จุดสิ้นสุดของงาน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของภาระผูกพันชุดใหม่ที่ต้องดูแลตลอดอายุโครงการ ตั้งแต่การรายงานความคืบหน้าตามรอบที่กำหนด การแจ้งเปิดดำเนินการ ไปจนถึงการรักษาสัดส่วนแรงงานและทุนต่างชาติให้อยู่ในเงื่อนไขที่ระบุไว้ในบัตร กิจการจำนวนมากทุ่มเวลาไปกับการยื่นขอรับการส่งเสริมจนได้บัตรมาแล้ว แต่กลับปล่อยให้ปฏิทินการรายงานหลังจากนั้นหลุดมือ จนมาพบปัญหาตอนที่เจ้าหน้าที่ติดตามผลเข้ามาสอบถามเอกสารที่ไม่เคยเตรียมไว้ งานดูแลการปฏิบัติตามเงื่อนไข BOI และ กนอ. จึงเป็นงานต่อเนื่องที่ต้องวางระบบตั้งแต่วันแรกที่ได้รับบัตร ไม่ใช่งานที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ

1. ปฏิทินการรายงาน ตั้งแต่ความคืบหน้าโครงการจนถึงรายงานประจำปี

บัตรส่งเสริมแต่ละใบกำหนดรอบเวลาการรายงานความคืบหน้าของโครงการไว้แตกต่างกันตามประเภทกิจการและเงื่อนไขที่ให้ไว้ในคำขอ บางโครงการต้องรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างและการติดตั้งเครื่องจักรเป็นรายไตรมาสจนกว่าจะเปิดดำเนินการ บางโครงการรายงานเฉพาะช่วงก่อนครบกำหนดเปิดดำเนินการตามที่ระบุไว้ในบัตร กิจการที่ไม่มีผู้รับผิดชอบติดตามปฏิทินนี้อย่างชัดเจนมักพลาดกำหนดส่งโดยไม่รู้ตัว เพราะรอบเวลาของแต่ละโครงการไม่ตรงกับรอบบัญชีหรือรอบภาษีที่ฝ่ายบัญชีคุ้นเคยอยู่แล้ว

การแจ้งเปิดดำเนินการเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนสถานะโครงการจากช่วงเตรียมการเป็นช่วงใช้สิทธิประโยชน์เต็มรูปแบบ ต้องมีเอกสารประกอบครบ เช่น หลักฐานการติดตั้งเครื่องจักรตามบัญชีที่ได้รับอนุมัติ หลักฐานการจ้างงานตามจำนวนที่แจ้งไว้ และในบางกรณีต้องมีการตรวจสอบสถานที่จริงจากเจ้าหน้าที่ก่อนออกหนังสือรับรอง หากยื่นแจ้งเปิดดำเนินการล่าช้าเกินกำหนดโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ระยะเวลาการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลที่นับจากวันเริ่มมีรายได้อาจถูกกระทบ เพราะกรอบเวลาการยกเว้นภาษีผูกกับปีที่ได้รับสิทธิ ไม่ใช่ปีที่ยื่นแจ้ง

รายงานประจำปีที่ต้องยื่นตลอดอายุการได้รับสิทธิครอบคลุมทั้งผลการดำเนินงาน มูลค่าการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบที่ใช้สิทธิยกเว้นอากร และสถานะการจ้างงานเทียบกับที่แจ้งไว้ กิจการที่มีหลายโครงการภายใต้นิติบุคคลเดียวกันมักสับสนว่ารายงานของแต่ละโครงการต้องแยกกันหรือรวมกัน ซึ่งคำตอบขึ้นอยู่กับว่าแต่ละโครงการมีบัตรส่งเสริมแยกเลขที่หรือไม่ การจัดทำปฏิทินรวมที่ระบุกำหนดส่งของทุกบัตรในภาพเดียวจึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะลืมโครงการใดโครงการหนึ่งไปในปีที่มีงานเร่งด่วนอื่นแทรก

การทำงาน รักษาสิทธิ BOI และงานรายงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม โดยทีมทนายความและนักบัญชีของเรา
ขั้นตอนการทำงานจริงในสำนวน รักษาสิทธิ BOI และงานรายงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม

2. การใช้สิทธิทางภาษีอากรสำหรับของนำเข้าตามบัตร

สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรผูกกับบัญชีเครื่องจักรที่ได้รับอนุมัติเป็นรายรุ่นรายจำนวน การนำเข้าเครื่องจักรที่ไม่อยู่ในบัญชีอนุมัติ หรือนำเข้าเกินจำนวนที่ได้รับอนุมัติไว้ แม้จะเป็นเครื่องจักรประเภทเดียวกันที่ใช้ในโครงการเดียวกันจริง ก็อาจถูกเรียกเก็บอากรตามปกติสำหรับส่วนที่เกิน กิจการที่ขยายกำลังการผลิตระหว่างทางจึงต้องยื่นขอแก้ไขบัญชีเครื่องจักรล่วงหน้าก่อนนำเข้า ไม่ใช่นำเข้าไปก่อนแล้วค่อยขอปรับบัญชีย้อนหลัง เพราะการขอแก้ไขย้อนหลังมักไม่ได้รับการอนุมัติในทางปฏิบัติ

สำหรับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรเพื่อผลิตส่งออกหรือผลิตตามสูตรที่ได้รับอนุมัติ ต้องมีการบันทึกบัญชีวัตถุดิบและตัดบัญชีตามสูตรการผลิตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถกระทบยอดปริมาณที่นำเข้ากับปริมาณที่ใช้ผลิตจริงและปริมาณสินค้าคงเหลือได้ตลอดเวลา กิจการที่มีของเสียจากการผลิตหรือสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานเกินอัตราปกติของอุตสาหกรรมมักถูกตั้งคำถามในการตรวจสอบบัญชีวัตถุดิบ เพราะส่วนต่างที่อธิบายไม่ได้อาจถูกตีความว่าเป็นการนำวัตถุดิบไปใช้นอกวัตถุประสงค์ที่ได้รับสิทธิ

การจำหน่ายเครื่องจักรหรือวัตถุดิบที่ใช้สิทธิออกไปนอกวัตถุประสงค์เดิม เช่น ขายเครื่องจักรเก่าที่เลิกใช้งานหรือโอนย้ายไปยังโครงการอื่นที่ไม่มีสิทธิเดียวกัน ต้องแจ้งและขอความเห็นชอบก่อนดำเนินการเสมอ เพราะการโอนหรือจำหน่ายโดยไม่ขออนุญาตอาจทำให้ต้องชำระอากรที่เคยได้รับยกเว้นคืนพร้อมเงินเพิ่ม กิจการที่มีแผนปรับปรุงสายการผลิตหรือย้ายเครื่องจักรระหว่างโรงงานในเครือจึงควรตรวจสอบสถานะสิทธิของเครื่องจักรแต่ละเครื่องก่อนเสมอ ไม่ควรถือว่าเครื่องจักรเป็นทรัพย์สินของบริษัทที่จะย้ายไปไหนก็ได้ตามใจ

3. แยกบัญชีรายได้ที่ได้รับส่งเสริมออกจากรายได้ที่ไม่ได้รับส่งเสริม

กิจการที่มีทั้งสายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริมและสายที่ไม่ได้รับการส่งเสริมอยู่ในนิติบุคคลเดียวกันต้องจัดทำบัญชีแยกส่วนที่สามารถกระทบยอดกับงบการเงินรวมได้ชัดเจน ไม่ใช่เพียงแยกรหัสบัญชีในระบบบัญชีเท่านั้น แต่ต้องมีเกณฑ์การปันส่วนต้นทุนร่วม เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ค่าเสื่อมราคาอาคารที่ใช้ร่วมกัน และดอกเบี้ยจ่ายที่ไม่ได้ผูกกับโครงการใดโครงการหนึ่งโดยเฉพาะ เกณฑ์การปันส่วนที่ใช้ต้องสมเหตุสมผลและใช้สม่ำเสมอทุกปี เพราะการเปลี่ยนเกณฑ์ปันส่วนไปมาตามความสะดวกของแต่ละปีมักเป็นจุดที่ถูกตั้งคำถามเมื่อมีการตรวจสอบร่วมกันระหว่างสองหน่วยงาน

การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามบัตรส่งเสริมมีเพดานวงเงินยกเว้นตามที่ระบุไว้ในบัตร ซึ่งผูกกับมูลค่าเงินลงทุนของโครงการนั้น กิจการต้องติดตามวงเงินยกเว้นสะสมที่ใช้ไปแล้วในแต่ละปีเทียบกับเพดานทั้งหมด เพราะเมื่อใช้วงเงินยกเว้นครบตามเพดานแล้ว รายได้ส่วนที่เหลือของโครงการนั้นแม้ยังอยู่ในช่วงเวลาที่ได้รับสิทธิตามบัตรก็ต้องเสียภาษีตามปกติ กิจการที่ไม่ได้ติดตามวงเงินสะสมอย่างใกล้ชิดมักคำนวณภาษีผิดในปีที่ใกล้ครบเพดาน เพราะเข้าใจผิดว่าตราบใดที่ยังอยู่ในช่วงเวลาการยกเว้น รายได้ทั้งหมดย่อมได้รับยกเว้นเสมอ

การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 สำหรับกิจการที่ได้รับส่งเสริมต้องแนบรายงานแยกรายได้ที่ได้รับยกเว้นและรายได้ที่ต้องเสียภาษีตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนด และตัวเลขในรายงานนี้ต้องสอดคล้องกับรายงานที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในปีเดียวกัน หากตัวเลขสองฝั่งไม่ตรงกันโดยไม่มีคำอธิบาย มักนำไปสู่การขอเอกสารเพิ่มเติมจากทั้งสองหน่วยงานพร้อมกัน การตรวจกระทบยอดระหว่างรายงานทั้งสองชุดก่อนยื่นจึงควรเป็นขั้นตอนบังคับในทุกรอบปีบัญชี ไม่ใช่ขั้นตอนที่ทำเฉพาะปีที่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่

เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในงาน รักษาสิทธิ BOI และงานรายงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม
เอกสารและหลักฐานที่ต้องจัดชุดก่อนยื่นต่อหน่วยงาน

4. เงื่อนไขจำนวนแรงงาน สัดส่วนทักษะ และการถือหุ้นต่างชาติ

บัตรส่งเสริมหลายประเภทกำหนดจำนวนแรงงานไทยขั้นต่ำหรือสัดส่วนแรงงานที่มีทักษะเฉพาะตามที่แจ้งไว้ในคำขอ ซึ่งต้องรักษาไว้ตลอดช่วงที่ได้รับสิทธิ ไม่ใช่เพียงตอนแจ้งเปิดดำเนินการ กิจการที่มีอัตราการลาออกสูงหรือปรับโครงสร้างองค์กรบ่อยจึงต้องมีระบบติดตามจำนวนพนักงานตามตำแหน่งที่ผูกกับเงื่อนไขบัตรแยกออกจากรายงานบุคคลทั่วไปของฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อให้เห็นล่วงหน้าเมื่อสัดส่วนเริ่มเบี่ยงเบนไปจากที่แจ้งไว้ ก่อนที่จะถึงรอบรายงานประจำปีที่ต้องกรอกตัวเลขจริง

เงื่อนไขสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติที่กำหนดไว้ในบางประเภทกิจการ โดยเฉพาะกิจการที่สงวนไว้สำหรับคนไทยตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ต้องได้รับการตรวจสอบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรือมีการเพิ่มทุน แม้การเปลี่ยนแปลงนั้นจะดูเป็นเรื่องภายในของผู้ถือหุ้นเดิมก็ตาม เพราะการโอนหุ้นระหว่างผู้ถือหุ้นต่างชาติด้วยกันเองอาจไปกระทบสัดส่วนที่คำนวณจากทุนจดทะเบียนทั้งหมด ไม่ใช่แค่จำนวนผู้ถือหุ้นไทยที่ยังคงเดิม กิจการควรกำหนดขั้นตอนภายในให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบผลกระทบต่อบัตรส่งเสริมก่อนจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นทุกครั้ง

เมื่อพบว่าสัดส่วนแรงงานหรือสัดส่วนการถือหุ้นเริ่มเบี่ยงเบนจากเงื่อนไข การแก้ไขที่ได้ผลจริงมักต้องเริ่มจากการวิเคราะห์สาเหตุก่อนตัดสินใจว่าจะปรับโครงสร้างภายในหรือยื่นขอผ่อนผันเงื่อนไข เพราะบางกรณีเป็นความคลาดเคลื่อนชั่วคราวที่แก้ไขได้ในรอบถัดไปโดยไม่ต้องแจ้งหน่วยงาน แต่บางกรณีเป็นการเปลี่ยนแปลงถาวรที่ต้องขอแก้ไขเงื่อนไขบัตรอย่างเป็นทางการ การรีบแจ้งหรือรีบปรับโครงสร้างโดยยังไม่วิเคราะห์ให้ชัดอาจสร้างภาระเอกสารเพิ่มโดยไม่จำเป็น

5. เงื่อนไขการถือครองที่ดินและกรรมสิทธิ์ต่างชาติที่ผูกกับสิทธิ

สิทธิถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินของนิติบุคคลต่างชาติที่ได้รับการส่งเสริมเพื่อใช้ในการประกอบกิจการตามโครงการเป็นสิทธิเฉพาะที่ผูกกับวัตถุประสงค์ของโครงการนั้นโดยตรง หากที่ดินถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ปล่อยเช่าให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการ หรือใช้เป็นหลักประกันในธุรกรรมที่ไม่เกี่ยวกับโครงการที่ได้รับส่งเสริม อาจถูกพิจารณาว่าขัดต่อวัตถุประสงค์ของสิทธิที่ได้รับ กิจการจึงควรทบทวนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ถือครองภายใต้สิทธินี้เป็นระยะ ไม่ใช่ถือว่าเมื่อได้กรรมสิทธิ์มาแล้วจะใช้ประโยชน์อย่างไรก็ได้เหมือนที่ดินทั่วไป

เมื่อโครงการเลิกดำเนินการหรือบัตรส่งเสริมสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะครบกำหนดเองหรือถูกเพิกถอนก่อนกำหนด สิทธิถือครองที่ดินที่ผูกกับบัตรนั้นย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย กิจการที่มีแผนย้ายฐานการผลิตหรือปิดโครงการควรวางแผนเรื่องที่ดินไว้ล่วงหน้าคู่ขนานกับการวางแผนเลิกกิจการหรือย้ายโครงการ เพื่อไม่ให้ต้องเผชิญกับสถานะที่ดินที่ค้างคาโดยไม่มีสิทธิรองรับหลังบัตรสิ้นผล การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินออกไปยังนิติบุคคลอื่นก่อนบัตรสิ้นผลจึงมักเป็นทางเลือกที่ต้องพิจารณาล่วงหน้าหลายเดือน ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในนาทีสุดท้าย

สัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับสิทธิถือครองที่ดินมักผูกกับหลักเกณฑ์ที่เข้มกว่าสัดส่วนทั่วไปตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยเฉพาะเมื่อโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดเพิ่มเติมตามกฎหมายผังเมืองหรือกฎหมายเฉพาะพื้นที่ กิจการที่มีแผนเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติในอนาคตจึงควรตรวจสอบผลกระทบต่อสิทธิถือครองที่ดินไว้ล่วงหน้า เพราะการแก้ไขภายหลังจากที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นเปลี่ยนไปแล้วมักทำได้ยากและใช้เวลานานกว่าการวางแผนล่วงหน้า

6. แก้ไขเปลี่ยนแปลงบัตรส่งเสริมเมื่อโครงการเปลี่ยนไปจากที่ขอไว้

โครงการที่ได้รับการส่งเสริมแล้วมักเปลี่ยนแปลงไปจากแผนเดิมตามสภาพธุรกิจจริง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนกำลังการผลิต การเปลี่ยนที่ตั้งโรงงาน การเพิ่มหรือลดผลิตภัณฑ์ในสายการผลิต หรือการเปลี่ยนแหล่งที่มาของวัตถุดิบหลัก การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้บางเรื่องต้องขออนุมัติแก้ไขเงื่อนไขบัตรก่อนดำเนินการ บางเรื่องเพียงต้องแจ้งให้ทราบ และบางเรื่องอาจไม่กระทบเงื่อนไขบัตรเลย การจำแนกให้ถูกประเภทตั้งแต่ต้นจึงสำคัญ เพราะการดำเนินการไปก่อนโดยเข้าใจผิดว่าไม่ต้องขออนุมัติเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของการถูกตั้งคำถามภายหลัง

การขอแก้ไขบัตรส่งเสริมต้องเตรียมเอกสารที่แสดงเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบต่อเงื่อนไขเดิมอย่างครบถ้วน เช่น กรณีขยายกำลังการผลิตต้องแสดงว่าเครื่องจักรและวัตถุดิบที่จะใช้เพิ่มยังอยู่ในหลักเกณฑ์ประเภทกิจการที่ได้รับส่งเสริมเดิมหรือไม่ หากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญถึงขั้นเปลี่ยนประเภทกิจการ อาจต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมโครงการใหม่แยกต่างหากแทนการขอแก้ไขบัตรเดิม กิจการที่ไม่แยกแยะสองแนวทางนี้ให้ชัดตั้งแต่ต้นมักเสียเวลากับการแก้ไขเอกสารไปมาหลายรอบ

ระยะเวลาการพิจารณาคำขอแก้ไขบัตรส่งเสริมแตกต่างกันตามความซับซ้อนของเรื่องที่ขอแก้ไข เรื่องที่กระทบเงื่อนไขสำคัญ เช่น สัดส่วนการถือหุ้นหรือทำเลที่ตั้ง มักใช้เวลาพิจารณานานกว่าเรื่องปลีกย่อย เช่น การเปลี่ยนชื่อบริษัทหรือที่อยู่สำนักงาน กิจการที่วางแผนเปลี่ยนแปลงโครงการควรยื่นคำขอแก้ไขล่วงหน้าให้เพียงพอกับกำหนดเวลาที่ต้องเริ่มดำเนินการจริง แทนที่จะยื่นเมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาแล้วจึงพบว่าเวลาพิจารณาไม่ทันตามแผนธุรกิจที่วางไว้

7. สัญญาณที่นำไปสู่การทบทวนสิทธิหรือการเพิกถอนบัตรส่งเสริม

การทบทวนสิทธิมักเริ่มจากความไม่สอดคล้องระหว่างรายงานที่กิจการยื่นเองกับข้อมูลที่หน่วยงานได้รับจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลศุลกากรที่แสดงการนำเข้าเครื่องจักรไม่ตรงกับที่รายงาน ข้อมูลประกันสังคมที่แสดงจำนวนพนักงานต่ำกว่าที่แจ้ง หรือข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่แสดงการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นซึ่งกิจการยังไม่ได้แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ความไม่สอดคล้องเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเกิดจากเจตนาปกปิด แต่มักเป็นผลจากการที่แต่ละหน่วยงานภายในกิจการรายงานข้อมูลแยกกันโดยไม่ได้กระทบยอดกัน

การไม่ยื่นรายงานตามกำหนดติดต่อกันหลายรอบเป็นสัญญาณที่หน่วยงานให้ความสำคัญมากกว่าการยื่นล่าช้าเพียงครั้งเดียว เพราะสะท้อนว่ากิจการไม่มีระบบติดตามเงื่อนไขที่มั่นคง ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่มักเริ่มจากการขอเอกสารเพิ่มเติมหรือส่งหนังสือสอบถามก่อนที่จะพิจารณาขั้นตอนที่รุนแรงกว่า กิจการที่ตอบสนองต่อหนังสือสอบถามอย่างรวดเร็วและให้ข้อมูลครบถ้วนมักมีโอกาสแก้ไขสถานการณ์ได้ ในขณะที่กิจการที่เพิกเฉยต่อหนังสือสอบถามหลายฉบับติดต่อกันมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะถูกพิจารณาขั้นตอนที่กระทบสิทธิโดยตรง

การเพิกถอนบัตรส่งเสริมทั้งหมดเป็นมาตรการขั้นรุนแรงที่มักสงวนไว้สำหรับกรณีที่พบว่าเงื่อนไขหลักของโครงการไม่เป็นไปตามที่ขอรับการส่งเสริมอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ไม่มีการลงทุนจริงตามที่แจ้ง หรือใช้สิทธิยกเว้นอากรไปในกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด กรณีที่เป็นความคลาดเคลื่อนบางส่วน เช่น สัดส่วนแรงงานต่ำกว่าเกณฑ์ในบางปี มักได้รับการพิจารณาเป็นการปรับเงื่อนไขหรือขอให้ชี้แจงเพิ่มเติมมากกว่าการเพิกถอนทั้งโครงการ กิจการจึงควรแยกแยะระดับความรุนแรงของประเด็นที่พบให้ถูกต้องก่อนตัดสินใจว่าจะรับมืออย่างไร

8. ประสานเงื่อนไข BOI กับการตรวจสอบของกรมสรรพากร

เมื่อกรมสรรพากรเข้าตรวจสอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ประเด็นแรกที่มักถูกขอตรวจดูคือเอกสารที่แสดงว่ารายได้ที่กิจการอ้างว่าได้รับยกเว้นภาษีตรงกับขอบเขตกิจกรรมที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริมจริง ไม่ใช่รายได้จากกิจกรรมข้างเคียงที่ถูกจัดเข้ากลุ่มยกเว้นโดยไม่มีสิทธิรองรับ กิจการที่มีรายได้หลายประเภทควรเตรียมตารางเทียบขอบเขตกิจกรรมตามบัตรกับประเภทรายได้แต่ละบัญชีไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถตอบคำถามได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลใหม่ทั้งหมดในช่วงที่ถูกตรวจ

ความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเกี่ยวกับขอบเขตกิจกรรมที่ได้รับส่งเสริมมีน้ำหนักสำคัญต่อการพิจารณาของกรมสรรพากร แต่ทั้งสองหน่วยงานไม่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันโดยอัตโนมัติเสมอไป กิจการที่เคยได้รับหนังสือชี้แจงหรือความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในประเด็นที่มีความเห็นไม่ชัดเจน ควรเก็บหนังสือเหล่านั้นไว้เป็นหลักฐานประกอบเมื่อถูกกรมสรรพากรตรวจสอบในประเด็นเดียวกัน เพราะช่วยลดความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่สรรพากรจะตีความขอบเขตกิจกรรมต่างจากที่หน่วยงานส่งเสริมการลงทุนเคยวินิจฉัยไว้

ในกรณีที่กรมสรรพากรพบข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการปันส่วนต้นทุนของส่วนงานที่มีบัตรส่งเสริมเทียบกับส่วนงานอื่น การเตรียมพร้อมที่ดีคือการมีเอกสารเกณฑ์การปันส่วนที่จัดทำไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีบัญชี ไม่ใช่การจัดทำย้อนหลังเมื่อถูกขอ เพราะเอกสารที่จัดทำย้อนหลังมักถูกตั้งคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือของวันที่จัดทำจริง กิจการที่บริหารทั้งสองหน่วยงานอย่างเป็นระบบมักกำหนดให้ฝ่ายบัญชีจัดทำรายงานกระทบยอดระหว่างรายงาน BOI กับแบบภาษีทุกไตรมาส แทนที่จะรอทำเฉพาะช่วงยื่นแบบประจำปี

9. การเยียวยาเมื่อพบว่าเงื่อนไขถูกละเมิดไปแล้ว

ก้าวแรกเมื่อพบว่าเงื่อนไขบัตรส่งเสริมถูกละเมิดไปแล้วคือการประเมินขอบเขตของการละเมิดให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจว่าจะแจ้งหน่วยงานเองหรือรอให้ถูกตรวจพบ เพราะกรณีที่กิจการเป็นฝ่ายแจ้งเองพร้อมแผนแก้ไขที่ชัดเจนมักได้รับการพิจารณาที่ยืดหยุ่นกว่ากรณีที่ถูกตรวจพบก่อนโดยไม่มีการเตรียมตัวใด ๆ การประเมินขอบเขตควรครอบคลุมทั้งช่วงเวลาที่เกิดการละเมิด สาเหตุที่แท้จริง และผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ที่เคยใช้ไปแล้ว ไม่ใช่มองเฉพาะสถานะปัจจุบัน

การเยียวยาที่เป็นไปได้มีตั้งแต่การปรับปรุงระบบภายในให้กลับมาสอดคล้องกับเงื่อนไข เช่น การจ้างแรงงานเพิ่มให้ครบสัดส่วนที่แจ้งไว้ ไปจนถึงการยื่นขอผ่อนผันเงื่อนไขอย่างเป็นทางการในกรณีที่การกลับมาสอดคล้องทั้งหมดทำไม่ได้จริงในทางธุรกิจ กิจการควรเตรียมข้อมูลสนับสนุนที่แสดงเหตุผลทางธุรกิจของการเบี่ยงเบนอย่างตรงไปตรงมา เพราะเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณามักให้น้ำหนักกับความสมเหตุสมผลของคำอธิบายมากกว่าความยาวของเอกสารที่ยื่น

กรณีที่การละเมิดเกี่ยวข้องกับสิทธิยกเว้นอากรที่ใช้ไปแล้วโดยไม่ถูกต้อง เช่น นำเข้าเครื่องจักรเกินบัญชีอนุมัติ การเยียวยามักต้องดำเนินการคู่ขนานกับกรมศุลกากรในการชำระอากรส่วนที่ขาดพร้อมเงินเพิ่มควบคู่ไปกับการขอแก้ไขบัญชีเครื่องจักรกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพราะการแก้ไขกับหน่วยงานเดียวโดยไม่ประสานอีกหน่วยงานหนึ่งมักทำให้สถานะเอกสารของทั้งสองฝั่งไม่ตรงกัน กิจการที่เคยผ่านกระบวนการนี้มักพบว่าการมีที่ปรึกษาที่ประสานงานทั้งสองหน่วยงานพร้อมกันช่วยลดรอบเวลาการแก้ไขได้มากกว่าการติดต่อทีละหน่วยงานตามลำดับ

โครงสร้างค่าใช้จ่ายจริง

แยกค่าธรรมเนียมราชการกับค่าวิชาชีพให้เห็นชัด

ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงที่พบจริงในงานของสำนักงาน ใช้ประเมินงบก่อนตัดสินใจได้ และเมื่อเปิดสำนวนจริงเราจะออกใบเสนอราคาที่ระบุทุกรายการก่อนเริ่มงาน

รายการค่าธรรมเนียมราชการค่าวิชาชีพของเราหมายเหตุ
ดูแลปฏิทินการรายงาน BOI รายปี ต่อหนึ่งบัตรส่งเสริมไม่มีค่าธรรมเนียมราชการสำหรับการยื่นรายงานความคืบหน้าและรายงานประจำปีตามปกติค่าบริการส่วนของดูแลปฏิทินการรายงาน BOI รายปี ต่อหนึ่งบัตรส่งเสริมขึ้นหน่วยงานที่ประสาน สำหรับ Boi Compliance Reporting ยืนยันตัวเลขเป็นเอกสารครอบคลุมการจัดทำและยื่นรายงานตามรอบที่บัตรกำหนด
แจ้งเปิดดำเนินการและตรวจความพร้อมเอกสารก่อนยื่นค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองตามอัตราที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกำหนดค่าบริการวิชาชีพสำหรับแจ้งเปิดดำเนินการและตรวจความพร้อมเอกสารก่อนยื่นขึ้นความลึกของสำนวน สำหรับ Boi Compliance Reporting ตกลงชัดก่อนเปิดสำนวนรวมการตรวจสอบเครื่องจักรและจำนวนพนักงานให้ตรงกับที่แจ้งไว้ก่อนยื่น
ดูแลบัญชีของนำเข้าที่ใช้สิทธิตามบัตรส่งเสริม รายปีอากรตามปกติสำหรับส่วนที่นำเข้าเกินบัญชีอนุมัติ หากมีค่าบริการที่คิดสำหรับดูแลบัญชีของนำเข้าที่ใช้สิทธิตามบัตรส่งเสริม รายปีขึ้นจำนวนคำร้อง สำหรับ Boi Compliance Reporting ตกลงชัดก่อนเปิดสำนวนแปรตามจำนวนบัญชีเครื่องจักรและความถี่ของการนำเข้า
ขอแก้ไขเงื่อนไขบัตรส่งเสริมเมื่อโครงการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมการพิจารณาแก้ไขตามอัตราที่ทางราชการกำหนดค่าตอบแทนวิชาชีพของขอแก้ไขเงื่อนไขบัตรส่งเสริมเมื่อโครงการเปลี่ยนแปลงขึ้นจำนวนนัด สำหรับ Boi Compliance Reporting ระบุในหนังสือมอบหมายขึ้นกับว่าเป็นการแก้ไขเงื่อนไขสำคัญหรือรายละเอียดปลีกย่อย
ให้คำปรึกษาและจัดทำเอกสารเยียวยาเมื่อเงื่อนไขถูกละเมิดแล้วอากรหรือภาษีที่ขาดพร้อมเงินเพิ่มตามข้อเท็จจริงที่พบค่าดำเนินการในส่วนให้คำปรึกษาและจัดทำเอกสารเยียวยาเมื่อเงื่อนไขถูกละเมิดแล้วขึ้นจำนวนนัด สำหรับ Boi Compliance Reporting แจ้งจำนวนล่วงหน้ารวมการประสานงานกับกรมศุลกากรและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนพร้อมกัน

กรณีศึกษาย่อ

งานจริงที่สำนักงานเคยทำ (ไม่ระบุตัวบุคคล)

รายละเอียดถูกปรับให้ไม่ระบุตัวบุคคลตามหน้าที่รักษาความลับของทนายความ ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง

โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่พลาดกำหนดแจ้งเปิดดำเนินการ

สถานการณ์
ติดตั้งเครื่องจักรเสร็จตามแผนแต่ฝ่ายที่รับผิดชอบไม่ทราบว่ามีกำหนดเวลาแจ้งเปิดดำเนินการที่ต้องยื่นภายในกรอบเวลาเฉพาะของบัตร
สิ่งที่เราทำ
เรารวบรวมเอกสารหลักฐานการติดตั้งเครื่องจักรและการจ้างงานที่มีอยู่ ยื่นคำชี้แจงเหตุแห่งความล่าช้าพร้อมแนบหลักฐานประกอบ และยื่นแจ้งเปิดดำเนินการทันทีที่เอกสารครบ
ผลที่ได้
บริษัทได้รับหนังสือรับรองเปิดดำเนินการโดยกรอบเวลายกเว้นภาษีเงินได้นับตามข้อเท็จจริงที่ชี้แจงได้ ลดผลกระทบต่อระยะเวลายกเว้นเมื่อเทียบกับการปล่อยไว้โดยไม่ชี้แจง

ผู้ผลิตอาหารแปรรูปที่ปันส่วนต้นทุนไม่ตรงกันระหว่างรายงาน BOI กับแบบภาษี

สถานการณ์
มีทั้งสายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับส่งเสริมและสายที่ไม่ได้รับส่งเสริม แต่เกณฑ์การปันส่วนต้นทุนส่วนกลางที่ใช้ในรายงาน BOI กับที่ใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่ใช่เกณฑ์เดียวกัน
สิ่งที่เราทำ
เราจัดทำเกณฑ์การปันส่วนต้นทุนร่วมชุดเดียวที่ใช้ได้กับทั้งสองรายงาน พร้อมเอกสารอธิบายที่มาของเกณฑ์ และปรับปรุงรายงานย้อนหลังให้สอดคล้องกันก่อนยื่นแบบปีถัดไป
ผลที่ได้
รายงานทั้งสองชุดสอดคล้องกันตั้งแต่ปีถัดไปเป็นต้นไป ลดความเสี่ยงจากการถูกขอเอกสารเพิ่มเติมพร้อมกันจากสองหน่วยงาน

ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่นำเข้าเครื่องจักรเกินบัญชีอนุมัติ

สถานการณ์
ขยายกำลังการผลิตโดยนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มเติมก่อนยื่นขอแก้ไขบัญชีเครื่องจักร ทำให้ส่วนที่เกินไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรและอาจถูกเรียกเก็บอากรย้อนหลัง
สิ่งที่เราทำ
เราประเมินจำนวนอากรและเงินเพิ่มที่ต้องชำระสำหรับส่วนที่เกิน ดำเนินการชำระให้กรมศุลกากรพร้อมกับยื่นขอแก้ไขบัญชีเครื่องจักรกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนสำหรับการนำเข้าครั้งต่อไป
ผลที่ได้
บริษัทปิดภาระอากรค้างของการนำเข้ารอบที่ผ่านมา และมีบัญชีเครื่องจักรที่แก้ไขแล้วรองรับการขยายกำลังการผลิตในรอบถัดไปโดยไม่ต้องเผชิญปัญหาเดิมซ้ำ

เกณฑ์ตัดสินใจ

ควรเริ่มตอนไหน และตอนไหนที่รอได้

เพิ่งได้รับบัตรส่งเสริมและยังไม่มีระบบติดตามเงื่อนไขภายใน

จัดทำปฏิทินรวมของทุกกำหนดส่งรายงานและเงื่อนไขที่ต้องรักษาไว้ทันทีหลังได้รับบัตร ก่อนที่กำหนดแรกจะมาถึง

นิติบุคคลเดียวประกอบกิจการทั้งส่วนที่มีบัตรและส่วนที่ไม่มีบัตร

เขียนเกณฑ์การปันส่วนต้นทุนเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้นปีบัญชีและใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งในรายงาน BOI และแบบภาษี

มีแผนขยายกำลังการผลิต ย้ายที่ตั้ง หรือเปลี่ยนผู้ถือหุ้น

ตรวจสอบผลกระทบต่อเงื่อนไขบัตรและยื่นขอแก้ไขล่วงหน้าก่อนดำเนินการจริง ไม่ใช่ดำเนินการไปก่อนแล้วค่อยแจ้ง

พบว่าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งถูกละเมิดไปแล้วโดยยังไม่มีหนังสือจากหน่วยงาน

ประเมินขอบเขตของการละเมิดและแจ้งหน่วยงานพร้อมแผนแก้ไขโดยเร็ว เพราะการแจ้งเองมักได้รับการพิจารณาที่ยืดหยุ่นกว่าการถูกตรวจพบก่อน

หากกิจการของท่านถือบัตรส่งเสริมจาก BOI หรือ กนอ. และต้องการวางระบบดูแลเงื่อนไขให้ครบถ้วนตลอดอายุโครงการ ทีมงานของเรายินดีเข้าไปช่วยตรวจสอบสถานะปัจจุบัน จัดทำปฏิทินการรายงาน และวางแผนรับมือก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม ติดต่อเราเพื่อนัดหมายพูดคุยรายละเอียดของโครงการท่าน

สอบถามทีมงาน

รายการเอกสารแบบละเอียด

เอกสารแต่ละฉบับ ออกโดยใคร ต้องรับรองไหม อายุเท่าไร

ถ้าไม่อยากตรวจเอกสารเอง ส่งรายการที่มีอยู่มาให้เรา ทีมงานประสบการณ์ยาวนานจะไล่ทีละฉบับและแจ้งกลับว่าขาดอะไร

เอกสารหน่วยงานผู้ออกการรับรอง/แปลอายุเอกสาร
บัตรส่งเสริมและหนังสือแจ้งเงื่อนไขการส่งเสริมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนใช้กำหนดว่ารายได้ใดอยู่ในโครงการที่ได้รับยกเว้นภาษีตลอดอายุสิทธิประโยชน์
รายงานผลการดำเนินงานประจำปีและรายงานความก้าวหน้าโครงการบริษัทผู้ได้รับการส่งเสริมตัวเลขต้องสอดคล้องกับงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองทุกปีตามที่ BOI กำหนด
บัญชีรายชื่อเครื่องจักรและวัตถุดิบที่ได้รับยกเว้นอากรBOI และกรมศุลกากรต้องตัดบัญชีวัตถุดิบตามสูตรการผลิตที่อนุมัติตามรอบตัดบัญชีที่ได้รับอนุมัติ

ไทม์ไลน์จริง

ใครทำอะไร ในขั้นไหน ใช้เวลาประมาณเท่าไร

  1. 1. แยกบัญชีรายได้ในและนอกโครงการ

    ทีมเราดำเนินการวางตั้งแต่เริ่มมีรายได้

    ต้นทุนร่วม เช่น ค่าเช่าโรงงานหรือเงินเดือนผู้บริหาร ต้องปันส่วนด้วยเกณฑ์ที่อธิบายได้ มิฉะนั้นสรรพากรอาจปฏิเสธการยกเว้นบางส่วน

  2. 2. จัดทำรายงานประจำปีและยื่นผ่านระบบออนไลน์

    ทีมเราดำเนินการภายในกำหนดที่ BOI ประกาศ

    เราตรวจความสอดคล้องระหว่างรายงาน BOI งบการเงิน และแบบ ภ.ง.ด.50 ก่อนยื่น

  3. 3. เปิดดำเนินการเต็มโครงการ

    ขึ้นกับหน่วยงานตามนัดของเจ้าหน้าที่ BOI

    เจ้าหน้าที่ตรวจว่าเครื่องจักร กำลังการผลิต และการจ้างงานเป็นไปตามเงื่อนไข ก่อนวันเริ่มนับสิทธิภาษีเงินได้

ระยะเวลาข้างต้นเป็นค่าประมาณ ขึ้นกับความครบของเอกสารและคิวหน่วยงาน วันส่งมอบจริงยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน

ข้อควรระวัง

ความผิดพลาดที่เราเห็นบ่อย และวิธีเลี่ยง

นำรายได้นอกโครงการ เช่น ดอกเบี้ยหรือขายเศษซาก ไปรวมเป็นรายได้ยกเว้นภาษี

เราแยกรายการเหล่านี้ไปเป็นกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมและเสียภาษีตามปกติ

ลืมตัดบัญชีวัตถุดิบ ทำให้ต้องชำระอากรย้อนหลัง

เราทำปฏิทินตัดบัญชีและเทียบยอดคงเหลือกับระบบ RMTS เป็นระยะ

เปรียบเทียบ

ทำเองกับให้ทีมเราดูแล ต่างกันอย่างไร

ประเด็นทำเองให้ทีมเราดูแล
การปันส่วนต้นทุนแบ่งตามสัดส่วนรายได้แบบคร่าว ๆเลือกเกณฑ์ตามลักษณะต้นทุนและเก็บเหตุผลไว้ชี้แจง
ความสอดคล้องข้ามหน่วยงานรายงาน BOI กับภาษีทำแยกคนละชุดกระทบยอดสามชุดให้ตรงกันก่อนยื่นทุกปี

เราไม่ได้แค่รับทำ เรานั่งเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย

  • สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมีเพดานตามมูลค่าเงินลงทุนที่ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ควรติดตามยอดใช้สิทธิสะสมทุกปี เพื่อไม่ให้ใช้เกินโดยไม่รู้ตัว
  • เมื่อจะเพิ่มกำลังผลิตหรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ ควรตรวจก่อนว่าต้องขอแก้ไขโครงการกับ BOI หรือไม่ เพราะการผลิตนอกขอบเขตที่อนุมัติไม่ได้สิทธิประโยชน์

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ยังไม่ถึงขั้นนั้นทันที แต่การยกเว้นภาษีเงินได้จะยังใช้ไม่ได้เต็มที่จนกว่าจะยื่นและได้รับอนุมัติ และหากปล่อยเลยกำหนดที่ระบุในบัตร ต้องขอขยายเวลาโดยชี้แจงเหตุผล

เริ่ม รักษาสิทธิ BOI และงานรายงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม วันนี้

ติดต่อขอคำปรึกษาผ่าน LINE โทร หรืออีเมล — ประเมินขอบเขตงานและเสนอราคาก่อนเริ่ม

ติดต่อเรา
จ.–ส. 9–18น.ตอบกลับวันทำการ