แพ็กเกจวางระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
เหมาะกับ: ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ออกเอกสารจำนวนมาก ธุรกิจขายออนไลน์ และกิจการที่ลูกค้าองค์กรร้องขอเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
ประเมินตามปริมาณเอกสารและระบบขายที่ใช้อยู่
สรุปขอบงาน
การเปลี่ยนมาออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่แค่เปลี่ยนจากกระดาษเป็นไฟล์ แต่ต้องมีการลงลายมือชื่อดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ มีรูปแบบข้อมูลตามที่กำหนด และมีวิธีเก็บรักษาที่ค้นคืนได้ตลอดอายุความ แพ็กเกจนี้ดูแลตั้งแต่การเลือกวิธีที่เหมาะกับปริมาณเอกสารของกิจการ ไปจนถึงการทดสอบส่งจริงและการอบรมทีมขายกับทีมบัญชีให้ใช้งานได้จริง
ข้อเท็จจริงหลัก
| เหมาะกับ | กิจการที่ออกเอกสารตั้งแต่หลักร้อยฉบับต่อเดือนขึ้นไป |
|---|---|
| สิ่งที่ต้องมีก่อน | สถานะผู้ประกอบการจดทะเบียนและข้อมูลผู้ซื้อที่ครบถ้วน |
| การเก็บรักษา | เก็บในรูปแบบที่ค้นคืนและพิสูจน์ความถูกต้องได้ |
| การอบรม | อบรมทีมขายและทีมบัญชีอย่างละหนึ่งรอบ |
สิ่งที่รวมในแพ็กเกจ
ประเมินวิธีที่เหมาะกับกิจการ
เปรียบเทียบทางเลือกตามปริมาณเอกสาร ต้นทุน และความพร้อมของระบบขายเดิม
ดำเนินการขอใบรับรองและสิทธิเข้าใช้งาน
จัดเตรียมคำขอและเอกสารประกอบจนได้สิทธิเข้าใช้งานครบถ้วน
ออกแบบรูปแบบเอกสารและการเชื่อมข้อมูล
จับคู่ฟิลด์จากระบบขายกับรูปแบบข้อมูลที่กำหนด แล้วทดสอบกับเอกสารตัวอย่าง
วางวิธีเก็บรักษาและกระบวนการยกเลิกแก้ไข
กำหนดวิธีออกใบลดหนี้ ใบเพิ่มหนี้ และการยกเลิกเอกสารที่ออกผิด
สิ่งที่ไม่รวม
- ค่าบริการรายปีของผู้ให้บริการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์
- การพัฒนาโปรแกรมขายใหม่ทั้งระบบซึ่งอยู่นอกขอบเขตงานนี้
- การจัดทำบัญชีรายเดือนซึ่งอยู่ในแพ็กเกจบริการรายเดือนแยกต่างหาก
ขั้นตอนการทำงาน
1. สำรวจเอกสารที่ออกอยู่จริง
เราขอตัวอย่างเอกสารทุกประเภทที่กิจการออกในหนึ่งเดือน เพื่อดูว่ามีกี่รูปแบบ ใครเป็นผู้ออก และมีจุดใดที่ข้อมูลผู้ซื้อไม่ครบ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ระบบใหม่สะดุด
ระยะเวลา: 3–5 วัน
2. เลือกวิธีและเตรียมสิทธิเข้าใช้งาน
เมื่อเลือกแนวทางแล้ว เราจัดเตรียมคำขอ ใบรับรอง และการมอบอำนาจให้ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมกำหนดว่าใครในองค์กรมีสิทธิออกและใครมีสิทธิยกเลิกเอกสาร
ระยะเวลา: 2–4 สัปดาห์
3. ทดสอบส่งจริงและแก้ข้อมูลที่ไม่ผ่าน
เราทดสอบส่งชุดเอกสารจริงจำนวนหนึ่งแล้วไล่แก้รายการที่ถูกปฏิเสธทีละสาเหตุ จนอัตราผ่านคงที่ก่อนเปิดใช้เต็มรูปแบบ
ระยะเวลา: 1–2 สัปดาห์
4. อบรมและกำหนดผู้รับผิดชอบรายเดือน
ปิดงานด้วยการอบรมผู้ใช้งานจริงและกำหนดว่าใครตรวจรายการที่ส่งไม่สำเร็จในแต่ละเดือน เพราะระบบที่ไม่มีเจ้าของมักกลับไปออกกระดาษภายในไม่กี่เดือน
ระยะเวลา: 2–3 วัน
ทำไมต้องเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่เอเจนซี่
- เราดูจากมุมผู้ตรวจสอบบัญชีด้วย ระบบที่วางจึงเก็บหลักฐานครบพอสำหรับการตรวจสอบปลายปี
- ถ้าปริมาณเอกสารยังไม่คุ้มกับการลงทุน เราจะบอกตรง ๆ และเสนอให้เลื่อนออกไปก่อน
- ทีมเดียวกันแก้ข้อสัญญากับลูกค้าองค์กรที่กำหนดรูปแบบเอกสารไว้ในสัญญาจัดซื้อได้ด้วย
คำถามที่พบบ่อย
กิจการเล็กจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่
ไม่ใช่ทุกกิจการที่จำเป็นต้องเปลี่ยนทันที การตัดสินใจควรดูจากปริมาณเอกสาร ต้นทุนการจัดเก็บกระดาษ และข้อกำหนดของลูกค้ารายใหญ่ที่อาจระบุไว้ในสัญญาจัดซื้อ กิจการที่ออกเอกสารเดือนละไม่กี่สิบฉบับมักได้ประโยชน์น้อยกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในปีแรก
เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ต้องเก็บไว้นานเท่าใด
ต้องเก็บตามระยะเวลาที่กฎหมายภาษีกำหนดเช่นเดียวกับเอกสารกระดาษ และต้องเก็บในลักษณะที่ค้นคืนได้และพิสูจน์ได้ว่าไม่ถูกแก้ไขภายหลัง การเก็บไว้เฉพาะในเครื่องของพนักงานคนใดคนหนึ่งจึงไม่เพียงพอ เราจะวางที่จัดเก็บกลางพร้อมสิทธิเข้าถึงให้ตั้งแต่ต้น
ออกเอกสารผิดแล้วยกเลิกอย่างไร
ต้องดำเนินการตามวิธีที่กำหนดสำหรับเอกสารประเภทนั้น โดยทั่วไปคือการออกเอกสารใหม่ที่อ้างอิงฉบับเดิมและระบุเหตุผล ไม่ใช่การลบไฟล์ทิ้ง การลบทิ้งทำให้ร่องรอยการตรวจสอบขาดและอธิบายยากเมื่อถูกตรวจ เราจึงกำหนดขั้นตอนนี้ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรให้ทีมงานทำตาม
ลูกค้าที่ไม่รับไฟล์ต้องทำอย่างไร
ยังส่งมอบในรูปแบบที่ลูกค้ารับได้ควบคู่กันได้ ตราบใดที่ฉบับที่มีผลตามกฎหมายคือฉบับอิเล็กทรอนิกส์ที่ลงลายมือชื่อดิจิทัลและมีการนำส่งข้อมูลถูกต้อง เราจะกำหนดวิธีระบุให้ชัดว่าฉบับใดเป็นต้นฉบับ เพื่อไม่ให้เกิดการบันทึกซ้ำสองครั้งในบัญชีของคู่ค้า
ให้เราดูแลทั้งกระบวนการ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าคุ้มหรือไม่ ส่งจำนวนเอกสารที่ออกต่อเดือนและชื่อโปรแกรมขายที่ใช้อยู่มาให้เรา เราจะประเมินให้ฟรีว่าควรเปลี่ยนตอนนี้หรือรอ และถ้าเปลี่ยนต้องใช้เวลากับงบประมาณเท่าไร