แพ็กเกจสนับสนุนคดีและการระงับข้อพิพาท
เหมาะกับ: กิจการที่มีลูกหนี้ค้างชำระ คู่สัญญาที่ผิดนัดส่งมอบ ข้อพิพาทกับพนักงาน และผู้ถือหุ้นที่มีความเห็นต่างในกิจการ
ประเมินรูปคดีก่อนเสมอ แล้วเสนอค่าบริการเป็นขั้นตอน
สรุปขอบงาน
ข้อพิพาทส่วนใหญ่แพ้หรือชนะที่คุณภาพของพยานหลักฐานและจังหวะการเจรจา ไม่ใช่ที่ถ้อยคำในคำฟ้อง เราจึงเริ่มด้วยการประเมินโอกาสอย่างตรงไปตรงมา ระบุหลักฐานที่ขาด และคำนวณต้นทุนรวมเทียบกับมูลค่าที่จะได้จริงเมื่อบังคับคดีสำเร็จ ลูกค้าจึงตัดสินใจได้ว่าจะเจรจา ไกล่เกลี่ย หรือฟ้อง โดยเห็นตัวเลขก่อนลงมือ
ข้อเท็จจริงหลัก
| ขั้นประเมิน | สรุปโอกาสและทางเลือกภายใน 5–10 วันทำการ |
|---|---|
| รูปแบบค่าบริการ | แยกเป็นขั้นตอน ลูกค้าอนุมัติก่อนเข้าขั้นถัดไป |
| การรายงาน | รายงานความคืบหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งที่มีคำสั่งหรือนัดพิจารณา |
| ทีมร่วม | ทนายผู้รับผิดชอบและผู้สอบบัญชีเมื่อข้อพิพาทเกี่ยวกับงบหรือความเสียหายทางการเงิน |
สิ่งที่รวมในแพ็กเกจ
ประเมินรูปคดีและอายุความ
ระบุประเด็นที่ต้องพิสูจน์ หลักฐานที่มี และกรอบเวลาที่เหลือก่อนสิทธิขาด
จัดชุดพยานหลักฐาน
รวบรวมสัญญา ใบสั่งซื้อ การสนทนา และเอกสารการเงิน จัดเรียงตามลำดับเหตุการณ์
หนังสือทวงถามและการเจรจา
ร่างหนังสือที่มีน้ำหนักทางกฎหมายและเข้าเจรจาแทนลูกค้าเมื่อได้รับมอบหมาย
ดำเนินการไกล่เกลี่ยหรือฟ้องคดี
ยื่นคำฟ้องหรือคำให้การ เตรียมพยาน และว่าความตามนัดของศาล
วางแผนบังคับคดี
ตรวจทรัพย์สินที่บังคับได้ก่อนตัดสินใจฟ้อง เพื่อไม่ให้ชนะแล้วเก็บเงินไม่ได้
สิ่งที่ไม่รวม
- ค่าขึ้นศาล ค่าส่งหมาย และค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีซึ่งเรียกเก็บตามจริง
- ค่าพยานผู้เชี่ยวชาญภายนอกและค่าตรวจพิสูจน์เฉพาะทาง
- การดำเนินคดีในต่างประเทศซึ่งต้องประสานสำนักงานท้องถิ่นและเสนอราคาแยก
ขั้นตอนการทำงาน
1. ฟังข้อเท็จจริงและตรวจเอกสาร
เรานั่งอ่านเอกสารทั้งชุดพร้อมลูกค้า เพื่อแยกสิ่งที่พิสูจน์ได้ออกจากสิ่งที่เชื่อว่าเกิดขึ้นแต่ไม่มีหลักฐานรองรับ
ระยะเวลา: 1 สัปดาห์
2. เสนอทางเลือกพร้อมตัวเลข
สรุปสามทาง คือเจรจา ไกล่เกลี่ย และฟ้อง โดยระบุเวลา ค่าใช้จ่าย และโอกาสได้รับชำระจริงของแต่ละทาง
ระยะเวลา: 2–3 วัน
3. ลงมือตามทางที่เลือก
ออกหนังสือทวงถาม เข้าเจรจา หรือยื่นฟ้องตามที่ลูกค้าอนุมัติ พร้อมรายงานทุกความคืบหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร
ระยะเวลา: ตามรูปแบบที่เลือก
4. ปิดเรื่องและวางระบบป้องกัน
เมื่อจบคดี เราทบทวนสัญญาและขั้นตอนภายในที่ทำให้เกิดข้อพิพาท แล้วเสนอการแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ
ระยะเวลา: 1–2 สัปดาห์
ทำไมต้องเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่เอเจนซี่
- เราบอกตรง ๆ เมื่อการฟ้องไม่คุ้ม ซึ่งหลายครั้งช่วยลูกค้าประหยัดมากกว่าคำพิพากษาที่บังคับไม่ได้
- ทนายและผู้สอบบัญชีอ่านตัวเลขชุดเดียวกัน การคำนวณค่าเสียหายจึงยืนอยู่บนเอกสารที่ตรวจสอบได้
- ประสบการณ์กว่า 15 ปีในการเจรจาทำให้เราเห็นจังหวะที่คู่กรณีพร้อมยอมความมากที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
ควรฟ้องเลยหรือเจรจาก่อน
ขึ้นอยู่กับอายุความที่เหลือและพฤติกรรมของคู่กรณี ถ้ายังมีเวลาพอและอีกฝ่ายยังติดต่อได้ การส่งหนังสือที่ระบุฐานทางกฎหมายชัดเจนมักได้ผลเร็วกว่าและถูกกว่า แต่ถ้าอีกฝ่ายเริ่มโอนย้ายทรัพย์สินหรืออายุความใกล้ครบ การยื่นฟ้องเพื่อรักษาสิทธิเป็นทางที่ปลอดภัยกว่า
ประเมินค่าเสียหายอย่างไรให้ศาลรับฟัง
ต้องเชื่อมความเสียหายกับเอกสารที่ตรวจสอบได้ เช่น ใบแจ้งหนี้ที่ค้าง ต้นทุนที่จ่ายไปจริง หรือรายได้ที่หายไปซึ่งพิสูจน์ได้จากงบและสัญญาที่มีอยู่ ตัวเลขที่มาจากการคาดการณ์ล้วน ๆ มักถูกตัดทอน เราจึงให้ผู้สอบบัญชีร่วมจัดทำฐานคำนวณตั้งแต่ต้น
คดีใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาต่างกันมากตามประเภทคดี ปริมาณพยาน และการเลื่อนนัด คดีที่ยอมความในชั้นไกล่เกลี่ยมักจบได้ภายในไม่กี่เดือน ส่วนคดีที่สู้กันเต็มรูปแบบและมีการอุทธรณ์อาจใช้เวลาหลายปี เราจะประเมินกรอบเวลาที่สมจริงให้ตั้งแต่ขั้นแรกและปรับปรุงเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
ชาวต่างชาติเป็นโจทก์หรือจำเลยได้หรือไม่
ได้ โดยสิทธิในการดำเนินคดีไม่ได้ผูกกับสัญชาติ แต่มีข้อปฏิบัติเพิ่มเรื่องการมอบอำนาจจากต่างประเทศซึ่งต้องผ่านการรับรองตามระเบียบ และเอกสารภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลที่รับรองแล้ว เราจัดการทั้งสองส่วนนี้ให้ในชุดเดียวกับงานคดี
ถ้าชนะแล้วอีกฝ่ายไม่จ่ายทำอย่างไร
ต้องเข้าสู่ขั้นบังคับคดี ซึ่งเริ่มจากการสืบหาทรัพย์สินและยึดหรืออายัดตามที่กฎหมายเปิดช่อง ประเด็นนี้คือเหตุผลที่เราตรวจทรัพย์สินที่บังคับได้ตั้งแต่ก่อนฟ้อง เพราะถ้าคู่กรณีไม่มีทรัพย์ การชนะคดีอาจไม่ทำให้ได้รับชำระจริง
ให้เราดูแลทั้งกระบวนการ
ส่งสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้เราอ่านก่อน แล้วนัดคุยหนึ่งชั่วโมง เราจะบอกตรง ๆ ว่าเรื่องนี้ควรเจรจา ไกล่เกลี่ย หรือฟ้อง พร้อมกรอบเวลาและค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม ก่อนที่ลูกค้าจะผูกพันกับขั้นตอนใด