Skip to main content

ลำดับงานรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ

เหมาะกับ: บุคคลและนิติบุคคลที่ต้องใช้เอกสารไทยในต่างประเทศ เช่น เปิดบัญชี สมัครงาน จดทะเบียนสมรส หรือดำเนินคดี

ประมาณ 1–4 สัปดาห์ ขึ้นกับเวลาทำการของกงสุลและ Apostille

คำตอบสั้น

ลำดับที่ทำให้เอกสารใช้ได้ในต่างประเทศเริ่มจากให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อรับรองเอกสารตามประเภท เช่น สำเนาบัตร คำรับรอง หนังสือมอบอำนาจ จากนั้นนำไปรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศ แล้วนำไปตราประทับที่สถานเอกอัครราชทูตหรือกงสุลของประเทศปลายทาง หากประเทศนั้นเป็นภาคีอาจใช้ Apostille แทน

ลำดับงานทีละขั้น

  1. 1

    ให้ทนายความรับรองเอกสาร

    1–2 วัน

    นำเอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่จะใช้ให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อตรวจและรับรองตามประเภท เช่น สำเนาถูกต้อง คำให้การ หรือหนังสือมอบอำนาจ ทนายความจะใช้ตราประทับและลงลายมือชื่อพร้อมระบุตำแหน่ง

    • เอกสารที่ทนายความรับรองพร้อมตราประทับ
    • บันทึกการรับรองระบุประเภทและวันที่
  2. 2

    ขอรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศ

    1–3 วัน

    นำเอกสารที่ทนายความรับรองแล้วไปยื่นขอรับรองที่กรมกงสุลกระทรวงการต่างประเทศหรือสาขาที่เปิดให้บริการ เจ้าหน้าที่ตรวจตราประทับและลายมือชื่อทนายความก่อนตราประทับของกระทรวง

    • ตราประทับกระทรวงการต่างประเทศบนเอกสาร
    • ใบรับที่ใช้รับเอกสารคืนได้
  3. 3

    ตราประทับสถานเอกอัครราชทูตหรือขอ Apostille

    3–10 วัน

    หากประเทศปลายทางไม่เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ต้องนำเอกสารไปตราประทับที่สถานเอกอัครราชทูตหรือกงสุลของประเทศนั้นในไทย หากเป็นภาคีให้ยื่นขอ Apostille ที่กระทรวงการต่างประเทศแทนการไปกงสุล

    • ตราประทับสถานเอกอัครราชทูตหรือ Apostille
    • เอกสารที่ใช้ในต่างประเทศได้ครบตามกฎหมาย
  4. 4

    แปลเอกสารเป็นภาษาปลายทาง

    2–5 วัน

    หากประเทศปลายทางกำหนดให้ต้องมีคำแปล ให้แปลโดยนักแปลที่กระทรวงการต่างประเทศรับรองหรือสถานเอกอัครราชทูตยอมรับ แล้วนำคำแปลไปรับรองต่อหน่วยงานที่รับรองคำแปล

    • คำแปลที่ผ่านการรับรอง
    • เอกสารคู่กับคำแปลพร้อมใช้

ทำผิดลำดับแล้วเสียอะไร

  • ไปกงสุลก่อนกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้กงสุลไม่รับเพราะยังไม่มีตราประทับกระทรวง
  • ใช้ทนายความที่ไม่ใช่ผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ ทำให้กระทรวงการต่างประเทศไม่รับรองเพราะลายมือชื่อไม่อยู่ในทะเบียน
  • ลืมตรวจว่าประเทศปลายทางเป็นภาคี Apostille ทำให้เสียเวลาไปกงสุลโดยไม่จำเป็น
  • ส่งคำแปลที่ไม่ผ่านการรับรอง ทำให้หน่วยงานปลายทางไม่รับเอกสารและต้องแปลใหม่

คำถามที่พบบ่อย

ทนายความทุกคนรับรองเอกสารได้หรือไม่

ไม่ได้ทุกคน ต้องเป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความเท่านั้น จึงต้องตรวจสถานะก่อนยื่น

Apostille กับการรับรองกงสุลต่างกันอย่างไร

Apostille เป็นการรับรองเอกสารแบบเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ส่วนการรับรองกงสุลเป็นกระบวนการสองขั้นสำหรับประเทศที่ไม่เป็นภาคี หากเป็นภาคีใช้ Apostille ได้โดยไม่ต้องไปกงสุล

กระทรวงการต่างประเทศเปิดที่ไหนบ้าง

กรมกงสุลกระทรวงการต่างประเทศให้บริการที่สำนักงานในกรุงเทพฯ และมีสาขาในจังหวัดที่กำหนด ควรตรวจวันเวลาและสาขาก่อนไปเพราะบางช่วงอาจเปลี่ยนแปลง

เอกสารประเภทไหนต้องรับรองบ้าง

ตัวอย่างที่พบบ่อยคือสำเนาบัตรประจำตัว ทะเบียนสมรส คำให้การ หนังสือมอบอำนาจ และเอกสารนิติบุคคล แต่ละประเภทมีรูปแบบที่ทนายความต้องรับรองตามประเภทนั้น

ต้องแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษทุกครั้งหรือไม่

ไม่เสมอไป ขึ้นกับประเทศปลายทางและหน่วยงานที่จะใช้ บางประเทศต้องการคำแปลภาษาของตน ควรตรวจกับหน่วยงานปลายทางก่อนแปลเพื่อไม่ให้เสียเวลาแปลใหม่

แหล่งอ้างอิง

เอกสารแต่ละประเทศมีเงื่อนไขรับรองต่างกัน ควรให้ทีมตรวจความต้องการของประเทศปลายทางก่อนเริ่ม

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้

contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที