Skip to main content

ลำดับงานโอนมรดกในไทย

เหมาะกับ: ทายาทและผู้บริหารกองมรดกที่ต้องจัดการทรัพย์มรดกของผู้วายชนมในประเทศไทย

ประมาณ 4–18 เดือน ขึ้นกับจำนวนทรัพย์สินและข้อพิพาทระหว่างทายาท

คำตอบสั้น

ลำดับที่ถูกกฎหมายเริ่มจากแจ้งมรณบัตรที่อำเภอ จากนั้นยื่นขอหนังสือบริหารกองมรดกจากศาลเพื่อให้ผู้บริหารมีอำนาจจัดการทรัพย์มรดก ตรวจหาพินัยกรรม แจ้งทางการเกี่ยวกับภาษีมรดกหากมี แล้วรวบรวมทรัพย์สินโอนให้ทายาทตามสัดส่วนที่กฎหมายหรือพินัยกรรมกำหนด

ลำดับงานทีละขั้น

  1. 1

    แจ้งมรณบัตรและตรวจพินัยกรรม

    1–4 สัปดาห์

    แจ้งการเสียชีวิตที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตภายในกำหนดเพื่อออกมรณบัตร พร้อมค้นหาพินัยกรรมในตู้นิรภัยของผู้วายชนมที่กรมบังคับคดี หากพบพินัยกรรมต้องนำไปตรวจสภาพที่ศาลเพื่อยืนยันสภาพก่อนใช้บังคับ

    • มรณบัตรที่ออกโดยสำนักทะเบียน
    • ผลการค้นหาพินัยกรรมจากตู้นิรภัย
  2. 2

    ขอหนังสือบริหารกองมรดกจากศาล

    1–3 เดือน

    ยื่นคำขอต่อศาลให้แต่งตั้งผู้บริหารกองมรดกเพื่อให้ผู้นั้นมีอำนาจรวบรวมทรัพย์มรดก จ่ายหนี้ และโอนให้ทายาท หากมีพินัยกรรมที่ระบุผู้บริหารไว้ก็ยื่นตามนั้น หากไม่มีทายาทต้องยื่นขอให้ศาลแต่งตั้ง

    • คำสั่งศาลแต่งตั้งผู้บริหารกองมรดก
    • หนังสือบริหารกองมรดกที่ใช้ต่อหน่วยงานได้
  3. 3

    รวบรวมทรัพย์และตรวจสอบภาษีมรดก

    1–3 เดือน

    ผู้บริหารรวบรวมบัญชีธนาคาร หุ้น ที่ดิน และทรัพย์สินอื่นของผู้วายชนม ตรวจสอบภาษีมรดกตามกฎหมายว่าด้วยภาษีมรดก หากมูลค่ากองมรดกถึงเกณฑ์ที่ต้องยื่นให้ยื่นแบบและชำระภายในกำหนด

    • บัญชีทรัพย์สินมรดกที่จัดทำขึ้น
    • หลักฐานการยื่นภาษีมรดกหากเข้าเกณฑ์
  4. 4

    ชำระหนี้และโอนทรัพย์สินให้ทายาท

    2–6 เดือน

    ผู้บริหารชำระหนี้ของผู้วายชนมก่อน เช่น ภาษีค้างชำระ หนี้สิน และค่าใช้จ่ายสุดท้าย จากนั้นโอนที่ดินต้องทำที่สำนักงานที่ดิน โอนหุ้นที่บริษัทจดทะเบียน และโอนเงินในบัญชีตามหนังสือบริหารกองมรดก

    • หลักฐานการชำระหนี้ของผู้วายชนม
    • โฉนดที่ดินและบัญชีที่โอนให้ทายาทแล้ว
  5. 5

    ส่งบัญชีกองมรดกและปิดกองมรดก

    1–3 เดือน

    ผู้บริหารต้องทำบัญชีกองมรดกยื่นต่อศาลหรือทายาทตามที่ศาลกำหนด เพื่อแสดงรายรับรายจ่ายและการแบ่งทรัพย์ เมื่อศาลหรือทายาทรับบัญชีแล้วจึงปิดกองมรดกและหลุดพ้นจากความรับผิด

    • บัญชีกองมรดกที่ผ่านการตรวจรับ
    • คำสั่งศาลปิดกองมรดกหรือหนังสือรับรองทายาท

ทำผิดลำดับแล้วเสียอะไร

  • โอนทรัพย์สินก่อนได้หนังสือบริหารกองมรดก ทำให้การโอนไม่มีอำนาจและหน่วยงานไม่รับ
  • แบ่งทรัพย์ก่อนชำระหนี้ของผู้วายชนม ทำให้ผู้บริหารรับผิดต่อเจ้าหนี้ในส่วนที่เหลือ
  • ลืมยื่นภาษีมรดกภายในกำหนด ทำให้ต้องเสียค่าปรับและดอกเบี้ยเพิ่ม
  • ไม่ทำบัญชีกองมรดก ทำให้ไม่สามารถปิดกองมรดกและผู้บริหารยังคงรับผิด

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมีพินัยกรรมเสมอหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องมีพินัยกรรม หากไม่มีทรัพย์มรดกจะแบ่งตามมาตราของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทายาทโดยธรรม แต่มีพินัยกรรมจะช่วยให้การแบ่งตรงความประสงค์ของผู้วายชนมและลดข้อพิพาท

ภาษีมรดกต้องยื่นเมื่อไรและเกณฑ์เท่าไร

ต้องยื่นภายในกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยภาษีมรดกนับแต่วันเสียชีวิต และมีเกณฑ์ยกเว้นตามชนิดทายาท หากมูลค่ากองมรดกหลังหักค่าใช้จ่ายและหนี้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีต้องยื่นและชำระ

ผู้บริหารกองมรดกต้องเป็นทายาทหรือไม่

ไม่จำเป็น ศาลสามารถแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมซึ่งอาจไม่ใช่ทายาทได้ แต่ทายาทสามารถเสนอชื่อบุคคลในครอบครัวหรือทนายความให้ศาลพิจารณา หากมีพินัยกรรมระบุผู้บริหารไว้ศาลมักแต่งตั้งตามนั้น

ที่ดินของผู้วายชนมโอนให้ทายาทต้องเสียภาษีอะไร

การโอนที่ดินให้ทายาทมีค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์ตามกฎหมาย และอาจได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจพิเศษหรือภาษีเงินได้ในบางกรณี ควรตรวจเงื่อนไขกับสำนักงานที่ดินก่อนนัดโอน

ทายาทไม่ลงนามยินยอมจะโอนได้ไหม

หากทายาทไม่เห็นด้วยต้องร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่งแบ่งทรัพย์ตามกฎหมาย ผู้บริหารไม่สามารถโอนโดยไม่ได้รับการยินยอมหรือคำสั่งศาล

แหล่งอ้างอิง

มรดกที่มีที่ดินหรือหุ้นต้องผ่านศาลและหน่วยงานหลายแห่ง ควรให้ทนายความตรวจสิทธิ์และภาษีก่อนเริ่มโอน

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้

contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที