Skip to main content

ลำดับงานต่อสู้คดีหนี้ในไทย

เหมาะกับ: บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ถูกฟ้องคดีหนี้ และผู้ค้ำประกันที่ต้องต่อสู้ในศาล

ประมาณ 6–24 เดือน ขึ้นกับศาลและขั้นตอนพยาน

คำตอบสั้น

ลำดับที่ปกป้องสิทธิ์เริ่มจากเมื่อได้รับหมายเรียกให้ไปศาลต้องไปรับสำเนาคำฟ้องและดูระยะเวลายื่นคำให้การ จากนั้นรวบรวมเอกสารสัญญา ใบเสร็จ หลักฐานชำระ และตรวจอายุความ จึงยื่นคำให้การภายในกำหนด สืบพยานและพิสูจน์ในศาล หากแพ้พิจารณาอุทธรณ์หรือขอผ่อนผันการบังคับคดี

ลำดับงานทีละขั้น

  1. 1

    รับหมายและตรวจสำเนาคำฟ้อง

    1–2 สัปดาห์

    เมื่อศาลส่งหมายเรียกให้ไปรับสำเนาคำฟ้องต้องไปตามวันนัดเพื่อรับเอกสารและทราบระยะเวลายื่นคำให้การ หากไม่ไปศาลอาจพิพากษาเลยทีเดียว จึงต้องไม่ปล่อยเวลาผ่านไป

    • สำเนาคำฟ้องพร้อมวันนัดคำให้การ
    • หมายเรียกและเลขคดีดำ
  2. 2

    รวบรวมเอกสารและตรวจอายุความ

    1–3 สัปดาห์

    รวบรวมสัญญากู้ยืม ใบเสร็จหรือหลักฐานโอนเงิน และหลักฐานการชำระบางส่วน จากนั้นตรวจอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพราะหากหนี้ขาดอายุความแล้วจะต่อสู้ได้ว่าไม่ต้องชำระ

    • แฟ้มเอกสารสัญญาและหลักฐานการชำระ
    • บันทึกวิเคราะห์อายุความของหนี้
  3. 3

    ยื่นคำให้การและนัดไต่สวน

    2–4 สัปดาห์

    ยื่นคำให้การต่อศาลภายในกำหนด ระบุข้อเท็จจริงที่ยอมรับและข้อที่ปฏิเสธ พร้อมขอเสนอพยานหลักฐานและพยานบุคคล ศาลจะนัดวันไต่สวนและกำหนดประเด็นพิสูจน์

    • คำให้การที่ยื่นต่อศาลพร้อมสำเนา
    • กำหนดการนัดไต่สวนและประเด็นพิสูจน์
  4. 4

    สืบพยานและพิสูจน์ในศาล

    3–12 เดือน

    นำพยานบุคคลมาให้การ นำส่งพยานหลักฐานที่จดทะเบียนไว้กับศาล และซักถามพยานฝ่ายตรงข้ามเพื่อหักล้างข้อเท็จจริง การเตรียมพยานและเอกสารให้ตรงประเด็นจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อคำพิพากษา

    • บันทึกการให้การของพยานและพยานหลักฐาน
    • สำเนาเอกสารที่จดทะเบียนไว้กับศาล
  5. 5

    รอคำพิพากษาและพิจารณาอุทธรณ์หรือผ่อนผัน

    1–3 เดือน

    หากแพ้คดีให้ตรวจสอบระยะเวลาอุทธรณ์และพิจารณาว่ามีเหตุผลทางกฎหมายหรือไม่ หากไม่อุทธรณ์อาจขอผ่อนผันการบังคับคดีหรือเจรจาผ่อนชำระกับเจ้าหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการยึดทรัพย์

    • คำพิพากษาและบันทึกการตัดสินใจอุทธรณ์
    • คำร้องผ่อนผันหรือสัญญาผ่อนชำระ

ทำผิดลำดับแล้วเสียอะไร

  • ไม่ไปรับสำเนาคำฟ้องตามวันนัด ทำให้ศาลพิพากษาเลยทีเดียวและเสียสิทธิ์ต่อสู้ในชั้นต้น
  • ยื่นคำให้การเกินกำหนดโดยไม่ขอขยายเวลา ทำให้ศาลไม่รับคำให้การและตัดสิทธิ์นำสืบ
  • ลืมตรวจอายุความจึงไม่ยกข้อต่อสู้ ทำให้ต้องชำระหนี้ที่ขาดอายุความไปแล้ว
  • ไม่นำพยานหลักฐานมาจดทะเบียนในชั้นนำสืบ ทำให้ศาลไม่รับพยานในชั้นพิสูจน์และเสียเปรียบ

คำถามที่พบบ่อย

คดีหนี้มีอายุความกี่ปี

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อายุความคดีหนี้ทั่วไปสิบปี แต่บางประเภทเช่นสินค้าหรือบริการสองปี การหนี้ที่มีดอกเบี้ยหรือสัญญาเฉพาะอาจมีอายุความต่างไป ควรตรวจสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ถูกฟ้องแล้วไม่ไปศาลจะเกิดอะไรขึ้น

ศาลสามารถพิพากษาเลยทีเดียวได้หากจำเลยไม่มาตามหมายเรียกโดยไม่มีเหตุผล คำพิพากษาเลยทีเดียวสามารถนำไปบังคับคดีได้เหมือนคดีที่มีการสืบพยาน จึงต้องไปศาลหรือแต่งตั้งทนายไปแทน

คำให้การต้องยื่นภายในกี่วัน

โดยทั่วไปมีระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันรับสำเนาคำฟ้อง แต่บางศาลอาจกำหนดต่างไป หากไม่ทันต้องยื่นคำร้องขอขยายเวลาก่อนหมดกำหนดเดิม

แพ้คดีแล้วอุทธรณ์ได้กี่ครั้ง

คดีแพ่งมีสองชั้นพิจารณาคืออุทธรณ์และฎีกา ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นกลางภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันมีคำพิพากษา และถ้ามีเหตุข้อกฎหมายจึงจะฎีกาต่อศาลฎีกาได้ ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกเรื่องที่ขึ้นฎีกาได้

เจ้าหนี้ขู่ยึดทรัพย์จะทำอย่างไร

การยึดทรัพย์ต้องผ่านศาลและมีหมายบังคับคดีก่อน หากยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดไม่สามารถยึดได้ หากมีคำพิพากษาแล้วสามารถขอผ่อนผันการบังคับคดีหรือเจรจาผ่อนชำระเพื่อหยุดการยึด

แหล่งอ้างอิง

คดีหนี้แต่ละเรื่องมีเอกสารและอายุความต่างกัน ควรให้ทนายความตรวจสัญญาและหลักฐานก่อนยื่นคำให้การ

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้

contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที