ถูกคัดค้านเครื่องหมายการค้า ควรสู้ต่อหรือยื่นใหม่
คำตอบสั้น
ถ้าเครื่องหมายถูกใช้ในตลาดมานานจนผู้บริโภครู้จักและมีหลักฐานการใช้ที่หนักแน่น การสู้ต่อมักคุ้มกว่า เพราะสิทธิที่ได้จะครอบคลุมชื่อที่ธุรกิจใช้อยู่จริง แต่ถ้าความคล้ายเกิดจากส่วนประกอบที่ตัดออกได้ หรือรายการสินค้าทับซ้อนเฉพาะบางรายการ การปรับแล้วยื่นใหม่มักได้สิทธิเร็วกว่าและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า จุดตัดสินอยู่ที่คุณภาพหลักฐานการใช้ ไม่ใช่ความรู้สึกว่าเครื่องหมายเป็นของเรา
ตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | โต้แย้งและสู้ในชั้นพิจารณา | ปรับรูปเครื่องหมายหรือรายการสินค้าแล้วยื่นใหม่ |
|---|---|---|
| ระยะเวลาโดยรวม | ยาวกว่า ขึ้นกับชั้นพิจารณาและคิวของนายทะเบียน | สั้นกว่า แต่เริ่มนับคิวตรวจใหม่ |
| ค่าใช้จ่าย | คาดการณ์ยากกว่า เพราะขึ้นกับจำนวนชั้นที่ต้องสู้ | คาดการณ์ได้ชัดเจนกว่าเป็นก้อนเดียว |
| สิทธิที่ได้ในที่สุด | ตรงกับชื่อที่ใช้จริงในตลาด | อาจต้องยอมเปลี่ยนบางส่วนของเครื่องหมาย |
| หลักฐานที่ต้องเตรียม | หลักฐานการใช้ต่อเนื่อง ยอดขาย โฆษณา และการรับรู้ของผู้บริโภค | เอกสารคำขอชุดใหม่และภาพเครื่องหมายที่ปรับแล้ว |
| ผลต่อการใช้งานระหว่างรอ | ใช้ชื่อเดิมต่อได้ แต่ความเสี่ยงยังค้างอยู่ | ต้องเตรียมแผนสื่อสารเมื่อเปลี่ยนชื่อที่ใช้จริง |
| ผลต่อแบรนด์ในระยะยาว | รักษาความต่อเนื่องของแบรนด์ไว้ได้ | ต้องแก้บรรจุภัณฑ์และสื่อการตลาดตามเครื่องหมายใหม่ |
เลือกทางนี้เมื่อ — โต้แย้งและสู้ในชั้นพิจารณา
- ใช้เครื่องหมายในตลาดมาหลายปีและมีหลักฐานการใช้ครบถ้วน
- ชื่อนี้ผูกกับสัญญาแฟรนไชส์ ตัวแทนจำหน่าย หรือชื่อโดเมนหลัก
- ความคล้ายเกิดกับสินค้าคนละกลุ่มที่กลุ่มผู้ซื้อไม่ทับกัน
- มีเอกสารแสดงว่าเริ่มใช้ก่อนฝ่ายที่คัดค้าน
เลือกทางนี้เมื่อ — ปรับรูปเครื่องหมายหรือรายการสินค้าแล้วยื่นใหม่
- ยังอยู่ช่วงเริ่มธุรกิจและยังเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ได้โดยไม่เสียหาย
- ความคล้ายอยู่ที่ภาพประกอบหรือคำทั่วไปที่ตัดออกได้
- ต้องการสิทธิให้ทันรอบเปิดตัวสินค้าหรือรอบเจรจากับห้าง
- รายการสินค้าที่ทับซ้อนไม่ใช่รายการที่สร้างรายได้หลัก
เอกสารที่ต้องเตรียม
- สำเนาคำขอและหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยหรือคำคัดค้านฉบับเต็ม
- หลักฐานการใช้เครื่องหมาย เช่น ใบกำกับสินค้า ภาพหน้าร้าน และสื่อโฆษณาที่ระบุวันที่
- รายการสินค้าและบริการที่ต้องการคุ้มครองพร้อมจำแนกชั้น
- หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือเอกสารแสดงตัวของเจ้าของเครื่องหมาย
- หนังสือมอบอำนาจสำหรับตัวแทนที่ดำเนินการแทน
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. อ่านเหตุผลของคำคัดค้านให้ถึงประเด็นจริง
แยกให้ออกว่าเป็นเรื่องความคล้ายของรูปเครื่องหมาย ความคล้ายของเสียงเรียกขาน หรือรายการสินค้าที่ทับซ้อน เพราะทางแก้ของสามกรณีนี้ไม่เหมือนกัน
ระยะเวลา: 3–7 วัน
2. ประเมินน้ำหนักหลักฐานการใช้
รวบรวมหลักฐานที่ระบุวันที่ได้จริงย้อนหลังให้มากที่สุด แล้วประเมินตามตรงว่าหลักฐานชุดนี้พอจะแสดงการรับรู้ของผู้บริโภคหรือไม่
ระยะเวลา: 1–2 สัปดาห์
3. เลือกเส้นทางแล้ววางกรอบเวลาให้ตรงกับแผนธุรกิจ
ถ้าสู้ต่อ ให้กำหนดว่าจะสู้ถึงชั้นใดและงบเท่าใด ถ้ายื่นใหม่ ให้ออกแบบเครื่องหมายที่ตัดจุดขัดแย้งออกโดยยังรักษาความจำได้ของแบรนด์
ระยะเวลา: 1 สัปดาห์
4. ยื่นคำโต้แย้งหรือคำขอชุดใหม่
จัดทำคำชี้แจงพร้อมหลักฐานประกอบเป็นชุดเดียวกันให้อ่านเข้าใจง่าย และยื่นภายในกำหนดเวลาที่ระบุในหนังสือแจ้ง
ระยะเวลา: ตามกำหนดในหนังสือแจ้ง
5. วางระบบเฝ้าระวังหลังได้สิทธิ
ตรวจประกาศโฆษณาคำขอของผู้อื่นเป็นรอบ และเก็บหลักฐานการใช้ต่อเนื่องไว้ตั้งแต่วันแรก เพื่อให้พร้อมทุกครั้งที่ต้องยืนยันสิทธิ
ระยะเวลา: ต่อเนื่อง
ข้อควรระวัง
- ปล่อยกำหนดเวลาตอบหนังสือแจ้งจนล่วงเลย
- ส่งหลักฐานการใช้ที่ไม่มีวันที่กำกับ ทำให้ชั่งน้ำหนักไม่ได้
- ยื่นใหม่โดยแก้เพียงสีหรือแบบอักษร ซึ่งไม่ได้ลดความคล้าย
- ระบุรายการสินค้ากว้างเกินจำเป็นจนไปชนคำขอของผู้อื่น
- เปลี่ยนชื่อแบรนด์ในตลาดก่อนที่คำขอชุดใหม่จะได้รับการพิจารณา
คำถามที่พบบ่อย
ระหว่างรอผล ยังใช้ชื่อเดิมขายของได้ไหม
การใช้ชื่อในทางการค้าเป็นคนละเรื่องกับสถานะคำขอ แต่ความเสี่ยงจากข้อพิพาทยังคงอยู่ตราบที่ยังไม่ได้ข้อยุติ จึงควรประเมินความเสี่ยงร่วมกับแผนการตลาดก่อนลงทุนกับบรรจุภัณฑ์ล็อตใหญ่
ยื่นทั้งสองทางพร้อมกันได้หรือไม่
ทำได้ในบางกรณี โดยรักษาคำขอเดิมไว้และยื่นคำขอชุดใหม่ที่ปรับแล้วคู่ขนาน วิธีนี้เพิ่มค่าใช้จ่ายแต่ลดความเสี่ยงที่จะไม่มีสิทธิเลย
จดในนามบริษัทหรือในนามผู้ก่อตั้งดีกว่ากัน
ส่วนใหญ่ควรอยู่ในนามนิติบุคคลที่ใช้เครื่องหมายจริง เพราะการโอนสิทธิภายหลังมีขั้นตอนเพิ่มและอาจกระทบเงื่อนไขในสัญญากับคู่ค้า
ต้องจดทุกชั้นสินค้าเลยไหม
ไม่จำเป็น ควรจดตามสินค้าและบริการที่ทำจริงและที่วางแผนจะทำในกรอบเวลาที่มองเห็น การจดกว้างเกินไปเพิ่มทั้งค่าใช้จ่ายและโอกาสถูกคัดค้าน
เครื่องหมายที่ใช้ต่างประเทศมีผลช่วยไหม
หลักฐานการใช้ในต่างประเทศประกอบเรื่องได้ แต่สิทธิในไทยพิจารณาจากระบบทะเบียนของไทยเป็นหลัก จึงไม่ควรพึ่งการจดในประเทศอื่นเพียงอย่างเดียว
ไม่อยากเดินเรื่องเองทั้งหมด
เรารับตั้งแต่วิเคราะห์เหตุผลของคำคัดค้าน ประเมินหลักฐานการใช้ ออกแบบทางเลือกให้เห็นทั้งค่าใช้จ่ายและกรอบเวลา จัดทำคำชี้แจง ยื่นแทน แล้วเฝ้าระวังสิทธิให้ต่อเนื่องหลังได้ทะเบียน
ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย
เมื่อคำขอถูกคัดค้าน สิ่งที่ลูกค้าต้องการไม่ใช่คำตอบว่าชนะหรือแพ้ แต่คือภาพว่าทางเลือกแต่ละทางจะพาแบรนด์ไปอยู่ตรงไหนในอีกสองปี เราจึงวางตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย กรอบเวลา และผลกระทบต่อบรรจุภัณฑ์กับสัญญาคู่ค้าให้เห็นก่อนตัดสินใจ ทีมทรัพย์สินทางปัญญาของเราทำงานร่วมกับทีมจดทะเบียนธุรกิจและทีมสัญญา จึงดูแลได้ทั้งตัวเครื่องหมายและเอกสารรอบข้างที่ต้องแก้ตามกันในคราวเดียว
แหล่งอ้างอิง
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้