Skip to main content

แจ้งความตำรวจกับฟ้องคดีอาญาเองต่อศาล ต่างกันอย่างไร

คำตอบสั้น

แจ้งความคือให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องแทนผู้เสียหาย เหมาะกับกรณีที่ต้องใช้อำนาจตำรวจ เช่น ตรวจค้นหรือออกหมายจับ ส่วนการฟ้องเองต่อศาลโดยตรงทำได้เมื่อผู้เสียหายมีพยานหลักฐานพร้อมอยู่แล้วและต้องการควบคุมจังหวะคดีเอง แต่ต้องวางเงินหรือหลักประกันค่าธรรมเนียมศาลและอาจถูกศาลไต่สวนมูลฟ้องก่อนรับคดี

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจท้องที่เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาเองต่อศาลโดยตรง
ผู้ดำเนินคดีเบื้องต้นพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องเอง
ผู้สั่งฟ้องคดีพนักงานอัยการพิจารณาสำนวนแล้วสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้เสียหายยื่นฟ้องเองโดยไม่ผ่านอัยการ
ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นไม่มีค่าธรรมเนียมในการแจ้งความอาจต้องวางค่าธรรมเนียมศาลหรือหลักประกัน
การไต่สวนมูลฟ้องไม่มี เพราะอัยการกลั่นกรองก่อนแล้วศาลอาจนัดไต่สวนมูลฟ้องก่อนประทับรับฟ้อง
อำนาจสืบสวนสอบสวนตำรวจใช้อำนาจตรวจค้น จับกุม หรือขอหมายศาลได้ผู้เสียหายไม่มีอำนาจบังคับเช่นนั้น ต้องอาศัยพยานหลักฐานที่มีอยู่
อายุความและระยะเวลาขึ้นกับความเร็วของการสอบสวนและดุลพินิจอัยการเร็วกว่าในบางกรณีที่หลักฐานชัดเจน แต่เสี่ยงถูกยกฟ้องหากหลักฐานไม่พอ

เลือกทางนี้เมื่อแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจท้องที่

  • คดีต้องใช้อำนาจตรวจค้น จับกุม หรือขอหมายจากศาลโดยเจ้าพนักงาน
  • ยังไม่มีพยานหลักฐานครบและต้องพึ่งการสืบสวนของตำรวจ
  • ไม่ต้องการรับภาระวางเงินค่าธรรมเนียมศาลด้วยตนเอง

เลือกทางนี้เมื่อเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาเองต่อศาลโดยตรง

  • มีพยานหลักฐานชัดเจนพร้อมฟ้องอยู่แล้ว เช่น เอกสารหรือคลิปที่ยืนยันการกระทำผิด
  • ต้องการควบคุมความเร็วของคดีโดยไม่รอดุลพินิจสั่งฟ้องของอัยการ
  • เคยแจ้งความแล้วแต่คดีล่าช้าหรือมีคำสั่งไม่ฟ้องที่ต้องการอุทธรณ์เส้นทาง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • บัตรประชาชนของผู้เสียหาย
  • พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ ข้อความ หรือเอกสารสัญญา
  • บันทึกประจำวันหรือสำเนาบันทึกคำให้การ (หากเคยแจ้งความไว้ก่อน)
  • คำฟ้องที่ระบุองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาให้ครบถ้วน (กรณีฟ้องเอง)
  • หนังสือมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินคดีแทน

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. ประเมินความพร้อมของพยานหลักฐาน

    ตรวจสอบว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอต่อการฟ้องเองหรือยังต้องพึ่งการสืบสวนของตำรวจ

    ระยะเวลา: 1–3 วัน

  2. 2. แจ้งความหรือจัดทำคำฟ้อง

    ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ หรือให้ทนายความจัดทำคำฟ้องระบุองค์ประกอบความผิด

    ระยะเวลา: 1–2 วัน

  3. 3. ยื่นต่อพนักงานสอบสวนหรือศาล

    ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ หรือยื่นคำฟ้องพร้อมวางเงินค่าธรรมเนียมศาลที่ศาลอาญาหรือศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจ

    ระยะเวลา: 1 วัน

  4. 4. ไต่สวนมูลฟ้องหรือรอสำนวนอัยการ

    ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องกรณีฟ้องเอง หรือรออัยการพิจารณาสำนวนกรณีแจ้งความ

    ระยะเวลา: ผันแปรตามภาระคดีของหน่วยงาน

  5. 5. พิจารณาคดีและพิพากษา

    หากศาลประทับรับฟ้อง คดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาปกติจนมีคำพิพากษา

    ระยะเวลา: หลายเดือนถึงเป็นปี ขึ้นกับความซับซ้อน

ข้อควรระวัง

  • ฟ้องเองโดยระบุองค์ประกอบความผิดไม่ครบ ทำให้ศาลยกฟ้องตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง
  • แจ้งความแล้วไม่ติดตามความคืบหน้าของสำนวน ทำให้คดีล่าช้าโดยไม่รู้ตัว
  • ปล่อยให้อายุความทางอาญาล่วงเลยก่อนตัดสินใจว่าจะแจ้งความหรือฟ้องเอง
  • เข้าใจว่าฟ้องเองแล้วไม่ต้องมีพยานหลักฐานเพิ่ม ทั้งที่ศาลยังไต่สวนมูลฟ้องอย่างเข้มงวด

คำถามที่พบบ่อย

แจ้งความกับฟ้องเองอย่างไหนเร็วกว่ากัน

ขึ้นกับความพร้อมของพยานหลักฐาน หากมีหลักฐานชัดเจนอยู่แล้ว การฟ้องเองอาจตัดขั้นตอนรอสำนวนอัยการออกไป แต่ต้องผ่านการไต่สวนมูลฟ้องของศาลก่อน

ฟ้องเองแล้วยังแจ้งความเพิ่มได้ไหม

โดยหลักทำได้หากเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้และยังมีข้อเท็จจริงที่ต้องให้ตำรวจสืบสวนเพิ่มเติม แต่ควรปรึกษาทนายความเพื่อไม่ให้คดีซ้ำซ้อนกันโดยไม่จำเป็น

อายุความคดีอาญานานแค่ไหน

อายุความแตกต่างกันตามอัตราโทษของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 ตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี ควรตรวจสอบฐานความผิดของตนกับทนายความโดยเร็ว

ต้องวางเงินเท่าไรถ้าฟ้องคดีอาญาเอง

จำนวนเงินค่าธรรมเนียมหรือหลักประกันแตกต่างกันไปตามระเบียบศาลและลักษณะคดี ควรสอบถามเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์หรือให้ทนายความตรวจสอบก่อนยื่น

ไม่แน่ใจว่าควรแจ้งความหรือฟ้องเอง

ทีมเราประเมินความพร้อมของพยานหลักฐานและลักษณะความผิด แล้วแนะนำเส้นทางที่ลดความเสี่ยงถูกยกฟ้องและควบคุมระยะเวลาได้ดีที่สุดสำหรับกรณีของท่าน

ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย

การเลือกฟ้องเองโดยไม่พร้อมพยานหลักฐานมักจบด้วยการถูกยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ทีมเราจะประเมินความแข็งแรงของหลักฐานตั้งแต่ต้น แล้วช่วยตัดสินใจว่าควรพึ่งอำนาจสืบสวนของตำรวจก่อน หรือพร้อมเดินหน้าฟ้องเองเพื่อรักษาจังหวะเวลาของคดี

แหล่งอ้างอิง

ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้

contact@tla.co.thจ.–ส. 9–18น.15 นาที