Skip to main content

ไกล่เกลี่ยหรือฟ้องศาล เลือกทางไหนเมื่อเกิดข้อพิพาท

คำตอบสั้น

การไกล่เกลี่ยเหมาะเมื่อคู่กรณียังต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจและต้องการจบเร็ว ส่วนการฟ้องเหมาะเมื่อจำเป็นต้องใช้อำนาจศาลเพื่อบังคับ เช่น อายัดทรัพย์หรือหยุดการละเมิดสิทธิ ข้อตกลงไกล่เกลี่ยในชั้นศาลบังคับได้เช่นเดียวกับคำพิพากษา จุดตัดสินคือความจำเป็นในการใช้มาตรการบังคับและความเสี่ยงเรื่องอายุความ

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อไกล่เกลี่ย / เจรจาประนีประนอมฟ้องคดีต่อศาล
ระยะเวลาสั้นกว่า มักจบภายในไม่กี่เดือนยาวกว่า ขึ้นกับศาลและจำนวนพยาน
ต้นทุนค่าที่ปรึกษาและค่าดำเนินการเป็นหลักค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ ค่าทนาย และค่าพยานผู้เชี่ยวชาญ
การบังคับข้อตกลงในชั้นศาลบังคับได้เหมือนคำพิพากษาคำพิพากษาบังคับได้เต็มรูปแบบ
มาตรการเร่งด่วนทำไม่ได้ ต้องอาศัยความสมัครใจขอคุ้มครองชั่วคราวหรืออายัดทรัพย์ได้
ความลับรักษาความลับทางการค้าได้ดีกว่ากระบวนพิจารณาโดยหลักเปิดเผย
ความสัมพันธ์รักษาคู่ค้าไว้ต่อได้มักจบความสัมพันธ์

เลือกทางนี้เมื่อไกล่เกลี่ย / เจรจาประนีประนอม

  • คู่กรณียังต้องทำธุรกิจร่วมกันต่อ
  • ข้อพิพาทเป็นเรื่องตัวเลขมากกว่าหลักการ
  • ต้องการปิดจบเร็วเพื่อรักษากระแสเงินสด

เลือกทางนี้เมื่อฟ้องคดีต่อศาล

  • อีกฝ่ายมีท่าทีจะยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน
  • ใกล้ครบอายุความและต้องรักษาสิทธิไว้ก่อน
  • จำเป็นต้องมีคำสั่งศาลเพื่อหยุดการกระทำที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สัญญา ใบสั่งซื้อ ใบส่งของ และใบแจ้งหนี้ที่เกี่ยวข้อง
  • บทสนทนา อีเมล และข้อความที่ยืนยันการตกลงหรือการผิดนัด
  • หลักฐานความเสียหายและการชำระเงินที่ผ่านมา
  • หนังสือทวงถามและหลักฐานการส่ง
  • หนังสือรับรองบริษัทของคู่กรณี

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. ประเมินคดีก่อนตัดสินใจ

    ทนายประเมินน้ำหนักพยานหลักฐาน อายุความ และโอกาสเก็บเงินได้จริง

    ระยะเวลา: 3–7 วันทำการ

  2. 2. ส่งหนังสือทวงถาม

    ตั้งเงื่อนไขและกำหนดเวลาชัดเจน ซึ่งมีผลต่อสิทธิเรียกดอกเบี้ยผิดนัด

    ระยะเวลา: 3–5 วันทำการ

  3. 3. เจรจาหรือไกล่เกลี่ย

    จัดประชุมไกล่เกลี่ยพร้อมกรอบข้อเสนอที่คำนวณไว้ล่วงหน้า

    ระยะเวลา: 2–8 สัปดาห์

  4. 4. ยื่นฟ้องหากเจรจาไม่สำเร็จ

    ยื่นฟ้องพร้อมคำขอคุ้มครองชั่วคราวเมื่อมีความเสี่ยงเรื่องทรัพย์สิน

    ระยะเวลา: ผันแปรตามศาลและปฏิทินนัด

ข้อควรระวัง

  • ส่งข้อความยอมรับผิดก่อนปรึกษาทนาย ทำให้เสียท่าในการเจรจา
  • ปล่อยให้ใกล้ครบอายุความแล้วจึงเริ่มเจรจา ทำให้ไม่มีทางเลือกสำรอง
  • ตกลงกันด้วยวาจาโดยไม่ทำบันทึกข้อตกลงที่บังคับได้
  • ไม่ตรวจฐานะทรัพย์สินของคู่กรณีก่อนฟ้อง จนชนะคดีแต่เก็บเงินไม่ได้

คำถามที่พบบ่อย

ข้อตกลงไกล่เกลี่ยบังคับได้จริงไหม

ข้อตกลงที่ทำในชั้นศาลและศาลมีคำพิพากษาตามยอม บังคับคดีได้เช่นเดียวกับคำพิพากษาทั่วไป ส่วนข้อตกลงนอกศาลเป็นสัญญา ถ้าผิดนัดต้องฟ้องบังคับตามสัญญาอีกชั้น

ค่าขึ้นศาลคิดอย่างไร

ค่าขึ้นศาลคดีแพ่งคำนวณจากทุนทรัพย์ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและมีเพดานในบางกรณี ควรตรวจอัตราปัจจุบันกับศาลที่จะยื่นก่อนวางแผนงบประมาณ

ระหว่างไกล่เกลี่ยอายุความหยุดไหม

การเจรจาโดยลำพังไม่ได้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงเสมอไป ผลขึ้นกับข้อเท็จจริง เช่น การรับสภาพหนี้เป็นหนังสือ จึงควรให้ทนายประเมินก่อนปล่อยเวลาผ่านไป

ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย

ก่อนบอกว่าควรฟ้องหรือไม่ เราจะทำบันทึกประเมินคดีให้คุณเห็นทั้งโอกาสชนะ ต้นทุนที่ต้องจ่ายจริง และความเป็นไปได้ในการเก็บเงินหลังชนะ ลูกค้าจำนวนมากตัดสินใจไม่ฟ้องหลังอ่านบันทึกนี้ และนั่นคือคำแนะนำที่ถูกต้องที่สุดสำหรับเขา

แหล่งอ้างอิง

ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที