จ้างนักบัญชีประจำ หรือใช้สำนักงานบัญชี แบบไหนคุ้มกว่า
คำตอบสั้น
นักบัญชีประจำเหมาะกับธุรกิจที่มีรายการรายวันจำนวนมากและต้องการคนอยู่หน้างานตลอดเวลา ส่วนสำนักงานบัญชีเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความต่อเนื่อง มีผู้สอบทานหลายชั้น และไม่ต้องการความเสี่ยงเมื่อพนักงานลาออก ควรเทียบที่ต้นทุนรวม ได้แก่ เงินเดือน ประกันสังคม ซอฟต์แวร์ การอบรม และความเสี่ยงเมื่อยื่นภาษีผิด ไม่ใช่เทียบเฉพาะค่าจ้างรายเดือน
ตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | นักบัญชีประจำในบริษัท | สำนักงานบัญชีภายนอก |
|---|---|---|
| ต้นทุนที่มองเห็น | เงินเดือน โบนัส สวัสดิการ | ค่าบริการรายเดือนตามปริมาณเอกสาร |
| ต้นทุนที่มักถูกลืม | ประกันสังคม ซอฟต์แวร์ การอบรม พื้นที่ทำงาน และช่วงว่างงานตอนหาคนใหม่ | ค่าตั้งระบบครั้งแรกและค่าสะสางงานย้อนหลัง หากระบบเดิมไม่เรียบร้อย |
| การสอบทาน | มักมีคนเดียว ไม่มีคนตรวจซ้ำ | มีผู้สอบทานและหัวหน้างานตรวจก่อนยื่น |
| ความต่อเนื่อง | ลาออกแล้วงานสะดุด และความรู้ติดตัวไปกับคน | ทำงานเป็นทีม มีเอกสารส่งต่อและไม่ขึ้นกับคนเดียว |
| ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง | ขึ้นกับประสบการณ์ของบุคคลนั้น | เข้าถึงทีมภาษี ผู้สอบบัญชี และทนายในทีมเดียวกัน |
| เหมาะกับ | ธุรกิจที่มีเอกสารจำนวนมากทุกวันและมีระบบภายในแล้ว | SME ที่ต้องการความถูกต้องและความต่อเนื่องโดยไม่เพิ่มหัว |
เลือกทางนี้เมื่อ — นักบัญชีประจำในบริษัท
- มีเอกสารซื้อขายหลายร้อยรายการต่อวันและต้องบันทึกทันที
- มีผู้บริหารสายบัญชีคุมงานและสอบทานได้เอง
- ต้องการคนประจำหน้างานสำหรับงานคลังและสต๊อก
เลือกทางนี้เมื่อ — สำนักงานบัญชีภายนอก
- ต้องการความต่อเนื่องแม้มีคนลาออก
- ต้องการผู้สอบทานหลายชั้นก่อนยื่นภาษี
- ต้องการที่ปรึกษาด้านภาษีและกฎหมายในทีมเดียวกัน
- กำลังสะสางงานย้อนหลังหรือเพิ่งได้รับหนังสือเชิญพบจากสรรพากร
เอกสารที่ต้องเตรียม
- งบการเงินและแบบภาษีที่ยื่นไว้ย้อนหลัง 2–3 ปี
- ผังบัญชีและไฟล์สำรองจากโปรแกรมบัญชีเดิม
- ทะเบียนทรัพย์สินและตารางค่าเสื่อม
- รายการลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือ ณ วันโอนงาน
- รายชื่อพนักงานและฐานประกันสังคม
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ตรวจสภาพงานปัจจุบัน
ตรวจงบและแบบภาษีย้อนหลังเพื่อหาจุดที่ค้างหรือเสี่ยง ก่อนตัดสินใจโครงสร้างทีม
ระยะเวลา: 3–5 วันทำการ
2. คำนวณต้นทุนรวมทั้งสองทาง
ใส่ต้นทุนแฝงทั้งหมดลงตารางเดียวกัน แล้วเทียบต่อเดือนและต่อปี
ระยะเวลา: 1–2 วันทำการ
3. วางแผนโอนงาน
กำหนดวันตัดยอด ผู้รับผิดชอบ และรายการที่ต้องส่งมอบ
ระยะเวลา: 1 สัปดาห์
4. ตั้งระบบและปิดงบเดือนแรก
ตั้งผังบัญชี รอบเอกสาร และปิดงบเดือนแรกพร้อมรายงานผู้บริหาร
ระยะเวลา: 30 วัน
ข้อควรระวัง
- เทียบเฉพาะค่าจ้างรายเดือน โดยไม่รวมประกันสังคม ซอฟต์แวร์ และช่วงหาคนใหม่
- โอนงานกลางปีโดยไม่ทำวันตัดยอดให้ชัด ทำให้ยอดยกมาไม่ตรง
- ไม่เก็บไฟล์สำรองจากโปรแกรมเดิม จนต้องคีย์ใหม่ทั้งปี
- ปล่อยให้คนเดียวทั้งบันทึก อนุมัติ และจ่ายเงิน ซึ่งเป็นช่องทุจริตคลาสสิก
คำถามที่พบบ่อย
เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปีได้ไหม
เปลี่ยนได้ โดยต้องกำหนดวันตัดยอดให้ชัด ส่งมอบไฟล์บัญชี ทะเบียนทรัพย์สิน และแบบภาษีที่ยื่นแล้ว เพื่อให้ยอดยกมาตรงกันและไม่เกิดการยื่นซ้ำหรือขาด
ถ้ามีทั้งสองอย่างได้ไหม
ทำได้และเป็นรูปแบบที่พบบ่อย โดยให้พนักงานภายในดูงานเอกสารรายวัน และให้สำนักงานบัญชีทำการปิดงบ ตรวจสอบ และงานภาษี ช่วยให้มีการสอบทานสองชั้น
ค่าบริการคิดจากอะไร
ปกติคิดจากปริมาณเอกสารต่อเดือน จำนวนพนักงานในระบบเงินเดือน ความซับซ้อนของธุรกิจ และงานย้อนหลังที่ต้องสะสาง เราจะเสนอช่วงราคาหลังดูเอกสารจริงแล้วเท่านั้น
ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย
เราไม่ได้ส่งแค่งบการเงินให้ทุกเดือน แต่จะชี้ให้เห็นว่าอัตรากำไรขั้นต้นตกจากอะไร ภาษีซื้อที่ขอคืนไม่ได้มาจากเอกสารชุดไหน และควรแก้กระบวนการใด ทีมเรามีประสบการณ์กว่า 15 ปีกับ SME ไทยและบริษัทต่างชาติ จึงคุยกับคุณในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ไม่ใช่แค่ผู้บันทึกบัญชี
แหล่งอ้างอิง
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้