Skip to main content

ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ กับใบกำกับภาษีกระดาษ เลือกแบบไหน

คำตอบสั้น

ทั้งสองรูปแบบใช้ได้ตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่างกันที่วิธีจัดทำ ลงลายมือชื่อ ส่งมอบ และเก็บรักษา รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องเตรียมระบบและใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ก่อนเริ่มใช้ แต่ลดงานพิมพ์ จัดส่ง และค้นหาย้อนหลัง ส่วนรูปแบบกระดาษเริ่มได้ทันทีแต่ต้นทุนจัดเก็บเพิ่มตามจำนวนเอกสาร จุดตัดสินคือปริมาณเอกสารต่อเดือนและความถี่ที่ต้องค้นย้อนหลัง

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)ออกใบกำกับภาษีรูปแบบกระดาษตามเดิม
การเตรียมก่อนเริ่มใช้ต้องเตรียมระบบออกเอกสารและใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมแจ้งต่อกรมสรรพากรตามหลักเกณฑ์เริ่มได้ทันทีด้วยแบบพิมพ์ที่มีรายการครบตามกฎหมาย
การส่งมอบให้ผู้ซื้อส่งเป็นไฟล์ตามช่องทางที่ตกลงกัน ผู้ซื้อได้รับในวันเดียวกันส่งพร้อมสินค้าหรือทางไปรษณีย์ อาจสูญหายและต้องออกใบแทน
การเก็บรักษาเก็บเป็นไฟล์ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ค้นย้อนหลังได้เร็วเก็บเป็นแฟ้มกระดาษ ใช้พื้นที่และเสี่ยงเสียหายจากความชื้นหรือไฟ
งานตอนตรวจสอบดึงรายการตามช่วงวันที่หรือคู่ค้าได้ทันทีต้องรื้อแฟ้มและถ่ายสำเนา ใช้เวลาหลายวันเมื่อปริมาณมาก
ต้นทุนที่มองไม่เห็นต้นทุนอยู่ช่วงวางระบบและอบรมทีมครั้งแรกต้นทุนกระจายเป็นค่าพิมพ์ ค่าส่ง และพื้นที่จัดเก็บทุกเดือน
เหมาะกับใครธุรกิจที่ออกเอกสารจำนวนมากหรือขายออนไลน์ธุรกิจที่ออกเอกสารน้อยรายต่อเดือนและขายหน้าร้าน

เลือกทางนี้เมื่อออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)

  • ออกใบกำกับภาษีจำนวนมากทุกเดือนจนงานพิมพ์และจัดส่งกินเวลาพนักงาน
  • ขายออนไลน์และลูกค้าต้องการเอกสารทันทีหลังชำระเงิน
  • ถูกขอเอกสารย้อนหลังบ่อยจากคู่ค้าหรือผู้สอบบัญชี
  • มีหลายสาขาหรือทีมทำงานคนละสถานที่ และต้องใช้ชุดเอกสารเดียวกัน

เลือกทางนี้เมื่อออกใบกำกับภาษีรูปแบบกระดาษตามเดิม

  • ออกเอกสารเพียงไม่กี่รายต่อเดือนและลูกค้ารับกระดาษหน้าร้าน
  • ยังไม่พร้อมปรับกระบวนการภายในหรือฝึกทีมในช่วงนี้
  • คู่ค้าหลักยังกำหนดให้ส่งเอกสารรูปแบบกระดาษ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองนิติบุคคลและทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มปัจจุบัน
  • ตัวอย่างรูปแบบใบกำกับภาษีที่ใช้อยู่ พร้อมรายการที่ปรากฏบนเอกสาร
  • รายการระบบขายหรือระบบบัญชีที่ใช้ และรูปแบบไฟล์ที่ส่งออกได้
  • ข้อมูลผู้มีอำนาจลงนามและวิธีอนุมัติเอกสารภายใน
  • ปริมาณเอกสารต่อเดือนย้อนหลังหกเดือน เพื่อประเมินรูปแบบที่คุ้มค่า

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. สำรวจรูปแบบเอกสารและปริมาณจริงก่อนตัดสินใจ

    เราเริ่มจากนับว่าออกเอกสารกี่ฉบับต่อเดือน ใครเป็นผู้อนุมัติ และเอกสารเดินทางผ่านมือกี่คน ตัวเลขนี้บอกได้เองว่าควรเปลี่ยนรูปแบบหรือยังไม่คุ้ม

    ระยะเวลา: 2–3 วันทำการ

  2. 2. ตรวจรายการบนเอกสารให้ครบตามกฎหมายก่อนย้ายระบบ

    หลายกิจการพบว่ารูปแบบเดิมขาดรายการบางอย่างอยู่แล้ว การย้ายระบบจึงเป็นจังหวะที่ดีที่จะแก้ให้ถูกทั้งชุด ไม่ใช่ยกความผิดเดิมไปทำซ้ำในไฟล์

    ระยะเวลา: 1–2 วันทำการ

  3. 3. เตรียมระบบและใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์

    ขั้นนี้รวมการตั้งค่าเลขที่เอกสาร ผู้มีสิทธิออก และวิธีเก็บไฟล์ให้ค้นย้อนหลังได้ ต้องทำตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด และตรวจกับประกาศฉบับที่ใช้บังคับอยู่

    ระยะเวลา: ผันแปรตามระบบที่ใช้

  4. 4. ทดลองออกเอกสารคู่ขนานหนึ่งงวด

    งวดแรกเราออกทั้งสองรูปแบบเทียบกัน เพื่อยืนยันว่ายอดในรายงานภาษีขายตรงกันก่อนเลิกใช้กระดาษ ขั้นนี้คือสิ่งที่ป้องกันปัญหาตอนยื่นแบบ

    ระยะเวลา: 1 งวดภาษี

  5. 5. อบรมทีมและวางวิธีจัดการกรณียกเลิกหรือแก้ไข

    เอกสารที่ต้องยกเลิกหรือแก้ไขคือจุดที่ทีมมักทำผิดในเดือนแรก เราจึงเขียนขั้นตอนสั้น ๆ ไว้ให้ใช้จริงและอยู่ให้ปรึกษาในงวดแรก

    ระยะเวลา: 1 วันทำการ

ข้อควรระวัง

  • ย้ายไปรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์โดยยกรูปแบบเดิมที่รายการไม่ครบไปใช้ต่อ
  • เลิกใช้กระดาษก่อนกระทบยอดรายงานภาษีขายให้ตรงหนึ่งงวด
  • เก็บไฟล์ไว้เฉพาะในเครื่องพนักงานโดยไม่มีที่เก็บกลางที่ค้นย้อนหลังได้
  • ไม่กำหนดผู้มีสิทธิออกเอกสาร ทำให้เลขที่เอกสารซ้ำหรือข้าม
  • ลืมแจ้งเปลี่ยนวิธีส่งเอกสารให้คู่ค้าหลักทราบล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย

ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนกระดาษได้ตามกฎหมายจริงไหม

ใช้ได้เมื่อจัดทำตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ทั้งเรื่องรายการบนเอกสาร การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และการเก็บรักษา ควรตรวจประกาศฉบับที่ใช้บังคับในขณะที่เริ่มใช้

ต้องเปลี่ยนทั้งบริษัทพร้อมกันไหม

ในทางปฏิบัติหลายกิจการเริ่มจากกลุ่มลูกค้าหรือสายสินค้าเดียวก่อน แล้วขยายเมื่อทีมคุ้นเคย ข้อสำคัญคือเลขที่เอกสารและรายงานภาษีขายต้องคุมเป็นชุดเดียวไม่ปนกัน

ลูกค้าที่ไม่รับไฟล์ต้องทำอย่างไร

จัดให้มีช่องทางสำรองตามที่ตกลงกับคู่ค้าไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และเก็บหลักฐานการส่งมอบทุกครั้ง เพื่อให้พิสูจน์ได้ว่าผู้ซื้อได้รับเอกสารแล้ว

มีผลกับการยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มไหม

หน้าที่ยื่นและกำหนดเวลาไม่เปลี่ยนตามรูปแบบเอกสาร สิ่งที่เปลี่ยนคือความง่ายในการรวบรวมข้อมูลมาทำรายงาน ซึ่งช่วยลดข้อผิดพลาดตอนกระทบยอด

ถ้าไม่อยากวางระบบเองทั้งหมด

เรารับตั้งแต่สำรวจรูปแบบเดิม ตรวจรายการให้ครบตามกฎหมาย เตรียมระบบและใบรับรอง ทดลองคู่ขนานหนึ่งงวด อบรมทีม และดูแลรายเดือนต่อเนื่องพร้อมกระทบยอดให้

ได้คำปรึกษาอะไรเพิ่มนอกจากงานติดตั้ง

เราดูต่อว่าโครงสร้างเอกสารที่วางไว้จะรองรับการเปิดสาขา การขายข้ามช่องทาง และการตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่ เพราะระบบที่ดีต้องอยู่กับธุรกิจได้หลายปี ไม่ใช่แค่ผ่านเดือนแรก

ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย

การเลือกรูปแบบเอกสารไม่ใช่การเลือกซอฟต์แวร์ แต่เป็นการออกแบบว่าข้อมูลการขายของกิจการจะถูกเก็บและค้นได้อย่างไรในอีกห้าปี ทีมบัญชีของเราทำงานคู่กับทีมที่ดูแลการจดทะเบียนและภาษี จึงตอบได้ทั้งเรื่องความถูกต้องตามกฎหมายและเรื่องกระบวนการทำงานจริงหน้างาน ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการดูแลรอบภาษีของธุรกิจหลายขนาด

แหล่งอ้างอิง

ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที