Skip to main content

เช็กลิสต์เอกสารจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

เหมาะกับ: ธุรกิจที่รายรับใกล้หรือเกินเกณฑ์ ผู้ส่งออกที่ต้องการขอคืนภาษีซื้อ และกิจการที่คู่ค้าต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูป

คำตอบสั้น

ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรกำหนด มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ เอกสารหลักคือ หนังสือรับรองนิติบุคคล บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หลักฐานที่ตั้งสถานประกอบการพร้อมภาพถ่าย และแผนที่ เมื่อได้รับอนุมัติจะเกิดหน้าที่ออกใบกำกับภาษีและยื่นแบบรายเดือนทันที

ข้อเท็จจริงหลัก

หน่วยงานกรมสรรพากร
กรอบเวลายื่นเมื่อเกินเกณฑ์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์
หน้าที่รายเดือนหลังจดทะเบียนยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือน แม้เดือนนั้นไม่มีรายรับ
เอกสารที่ต้องจัดทำต่อเนื่องรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบเมื่อมีสินค้าคงเหลือ
การจดก่อนถึงเกณฑ์ทำได้ และมักคุ้มเมื่อภาษีซื้อสูงหรือคู่ค้าต้องการใบกำกับภาษี

เอกสารที่ต้องมีทุกกรณี

  • แบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรอกครบถ้วน

    ระบุประเภทกิจการให้ตรงกับรายได้จริงและวัตถุที่ประสงค์ที่จดไว้

  • หนังสือรับรองนิติบุคคลและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น

    ใช้ฉบับที่ออกใหม่ตามกรอบอายุที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ยอมรับ

  • หลักฐานแสดงสิทธิใช้สถานประกอบการ

    สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของ พร้อมสำเนาเอกสารสิทธิ

  • ภาพถ่ายสถานประกอบการที่เห็นป้ายชื่อและเลขที่

    ต้องเห็นป้ายชื่อกิจการชัดเจน เจ้าหน้าที่ใช้ตรวจการมีอยู่จริง

  • แผนที่ตั้งสถานประกอบการ

    วาดหรือพิมพ์จากแผนที่ออนไลน์ พร้อมระบุจุดสังเกต

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ

    ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาพร้อมประทับตราบริษัทถ้ามี

เอกสารเพิ่มเติมเฉพาะบางกรณี

  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมอากรแสตมป์

    ใช้เมื่อให้ผู้อื่นยื่นแทน ต้องติดอากรตามอัตราที่กำหนด

  • หลักฐานการส่งออกหรือสัญญากับลูกค้าต่างประเทศ

    ช่วยอธิบายเหตุผลการจดทะเบียนก่อนถึงเกณฑ์รายรับ

  • ใบอนุญาตประกอบกิจการเฉพาะ

    กิจการควบคุมบางประเภทถูกขอดูใบอนุญาตประกอบการพิจารณา

  • เอกสารแสดงสถานประกอบการเพิ่มเติม กรณีมีหลายสาขา

    แต่ละสาขาต้องแจ้งและมีเลขประจำสาขาของตนเอง

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. ประเมินว่าควรจดเมื่อใด

    คำนวณรายรับสะสม เปรียบเทียบภาษีซื้อที่จะขอคืนได้กับต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายรายเดือน

    ระยะเวลา: 1–2 วันทำการ

  2. 2. จัดเตรียมแฟ้มสถานประกอบการ

    ติดป้ายชื่อกิจการให้เรียบร้อยก่อนถ่ายภาพ และตรวจว่าสัญญาเช่าอนุญาตให้ใช้เป็นสถานประกอบการ

    ระยะเวลา: 1–3 วันทำการ

  3. 3. ยื่นคำขอและรับการตรวจสถานประกอบการ

    ยื่นออนไลน์หรือที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา บางพื้นที่จะนัดเข้าตรวจสถานที่จริง

    ระยะเวลา: 3–10 วันทำการ

  4. 4. วางระบบเอกสารหลังได้รับอนุมัติ

    ออกแบบใบกำกับภาษีให้มีรายการครบตามกฎหมาย จัดทำรายงานภาษีขายและภาษีซื้อ และกำหนดผู้รับผิดชอบยื่นแบบรายเดือน

    ระยะเวลา: 3–5 วันทำการ

ถูกตีกลับเพราะอะไร

  • ภาพถ่ายสถานประกอบการไม่มีป้ายชื่อกิจการ ทำให้เจ้าหน้าที่ยังยืนยันการมีอยู่จริงไม่ได้
  • ใบกำกับภาษีที่ออกหลังได้รับอนุมัติมีรายการไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้ซื้อใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้
  • ยื่นจดทะเบียนช้ากว่ากรอบสามสิบวันหลังรายรับเกินเกณฑ์ จึงมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลัง
  • ประเภทกิจการที่แจ้งไม่ตรงกับรายได้จริง ทำให้ถูกตั้งประเด็นเมื่อมีการตรวจสอบภายหลัง

คำถามที่พบบ่อย

ยอดขายระดับใดที่ทำให้เกิดหน้าที่ยื่นคำขอ VAT

ประมวลรัษฎากรกำหนดเกณฑ์รายรับต่อปีไว้ เมื่อรายรับสะสมในปีเกินเกณฑ์ ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอภายในสามสิบวัน ประเด็นที่มักเข้าใจผิดคือการนับรายรับ ซึ่งนับจากรายรับที่เกิดขึ้นจริงตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่นับจากกำไร ธุรกิจที่รายรับใกล้เกณฑ์จึงควรติดตามยอดสะสมทุกเดือนแทนที่จะดูตอนสิ้นปี

จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนถึงเกณฑ์คุ้มหรือไม่

คุ้มในสามสถานการณ์หลัก คือ กิจการมีภาษีซื้อสูงจากการลงทุนหรือนำเข้า กิจการส่งออกซึ่งใช้อัตราภาษีร้อยละศูนย์และขอคืนภาษีซื้อได้ และกิจการที่ลูกค้าองค์กรต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูป แต่ต้องแลกกับภาระยื่นแบบรายเดือนและการจัดทำรายงานที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ จึงควรประเมินทั้งสองด้านก่อนตัดสินใจ

เดือนที่ไม่มีรายได้ต้องยื่นแบบหรือไม่

ต้องยื่น ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ยื่นแบบทุกเดือนภาษี แม้ไม่มีทั้งภาษีขายและภาษีซื้อ การไม่ยื่นแบบเปล่าถือเป็นการไม่ยื่นแบบ และมีค่าปรับตามกฎหมาย ค่าปรับต่อเดือนอาจดูไม่มาก แต่เมื่อสะสมหลายเดือนพร้อมเงินเพิ่มจะกลายเป็นภาระที่มากกว่าค่าจ้างผู้ทำบัญชีในช่วงเวลาเดียวกัน

ใบกำกับภาษีต้องมีรายการอะไรบ้าง

ต้องมีคำว่าใบกำกับภาษีปรากฏชัด ชื่อที่อยู่และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายและผู้ซื้อ เลขที่และเล่มที่ วันเดือนปีที่ออก ชื่อชนิดและปริมาณสินค้าหรือบริการ มูลค่า และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แยกออกจากมูลค่าอย่างชัดเจน หากรายการใดขาด ผู้ซื้อจะนำไปใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้ และผู้ขายอาจต้องออกใบใหม่พร้อมชี้แจง

ย้ายที่ตั้งสถานประกอบการต้องแจ้งหรือไม่

ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนหรือภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพราะที่อยู่บนใบกำกับภาษีต้องตรงกับทะเบียน หากออกใบกำกับภาษีด้วยที่อยู่เดิมหลังย้ายแล้ว เอกสารนั้นอาจถูกโต้แย้งทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ ควรวางแผนวันเปลี่ยนที่อยู่ให้ตรงกับรอบการออกเอกสารเพื่อลดความสับสน

เลิกกิจการหรือรายได้ลดลงจะยกเลิกทะเบียนได้ไหม

ยกเลิกได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เช่น เลิกประกอบกิจการ หรือรายรับลดต่ำกว่าเกณฑ์ต่อเนื่องตามที่กำหนด การยกเลิกไม่ใช่การหยุดยื่นแบบเอง แต่ต้องยื่นคำขอและดำเนินการให้ครบ รวมถึงจัดการสินค้าคงเหลือและภาษีซื้อที่เคยขอคืนไว้ตามหลักเกณฑ์ มิฉะนั้นภาระภาษีจะยังเดินต่อ

ไม่อยากจัดเอกสารเอง ให้เราดูแลทั้งชุด

คำถามที่ควรถามไม่ใช่จดทะเบียนอย่างไร แต่คือควรจดเมื่อไรและระบบเอกสารหลังจดจะอยู่กับใคร เราคำนวณจุดคุ้มทุนระหว่างภาษีซื้อที่ขอคืนได้กับต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมาย ออกแบบแบบฟอร์มใบกำกับภาษีให้ครบรายการตั้งแต่ใบแรก และรับดูแลการยื่นแบบรายเดือนต่อเนื่อง ลูกค้าจึงไม่ต้องกังวลว่าจะลืมยื่นเดือนที่ไม่มีรายได้

แหล่งอ้างอิง

ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที