Skip to main content

เช็กลิสต์เอกสารก่อนยื่นฟ้องคดีแพ่งในไทย

เหมาะกับ: เจ้าหนี้การค้า ผู้ให้กู้ ผู้ซื้อที่ได้รับสินค้าไม่ตรงสัญญา เจ้าของทรัพย์ที่เสียหาย และชาวต่างชาติที่ต้องดำเนินคดีในไทยแต่พำนักอยู่นอกประเทศ

คำตอบสั้น

ก่อนยื่นฟ้องคดีแพ่ง สิ่งที่ต้องมีคือหลักฐานที่ทำให้เห็นมูลหนี้ชัดเจน ได้แก่ สัญญาหรือหลักฐานการตกลง หลักฐานการชำระเงินและยอดค้าง หนังสือบอกกล่าวทวงถามพร้อมหลักฐานการส่ง เอกสารแสดงตนของคู่ความทั้งสองฝ่าย และหนังสือมอบอำนาจให้ทนายความ เมื่อเอกสารครบ ทนายจะคำนวณทุนทรัพย์เพื่อกำหนดศาลที่มีอำนาจและค่าขึ้นศาลก่อนยื่นคำฟ้อง

ข้อเท็จจริงหลัก

ภาษาที่ใช้ในกระบวนพิจารณาภาษาไทยเท่านั้น เอกสารภาษาอื่นต้องมีคำแปลแนบ
การกำหนดศาลที่มีอำนาจพิจารณาจากภูมิลำเนาจำเลย สถานที่เกิดมูลคดี และจำนวนทุนทรัพย์
ค่าขึ้นศาลคิดตามอัตราส่วนของทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง โดยมีเพดานตามที่กฎหมายกำหนด
กรอบเวลาโดยประมาณถึงคำพิพากษาศาลชั้นต้นประมาณ 8–18 เดือน ขึ้นกับจำนวนพยานและการเลื่อนนัด
อายุความแตกต่างกันตามประเภทมูลหนี้ ควรตรวจก่อนเริ่มเจรจา เพราะเวลาที่เสียไปนับต่อเนื่อง

เอกสารที่ต้องมีทุกกรณี

  • สัญญาหรือหลักฐานการตกลงระหว่างคู่กรณี

    ถ้าไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ให้รวบรวมใบสั่งซื้อ ใบส่งของ และข้อความยืนยันคำสั่งซื้อแทน

  • หลักฐานการชำระเงินและยอดคงค้าง

    จัดทำตารางสรุปวันที่ จำนวน และเลขที่เอกสารอ้างอิงให้ตรงกับสลิปทุกรายการ

  • หนังสือบอกกล่าวทวงถามพร้อมหลักฐานการส่ง

    เก็บใบตอบรับไปรษณีย์ลงทะเบียนไว้ เพราะเป็นจุดตั้งต้นของการคิดดอกเบี้ยผิดนัดหลายกรณี

  • เอกสารแสดงตนของโจทก์

    บุคคลใช้บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง นิติบุคคลใช้หนังสือรับรองที่ออกไม่เกินหกเดือน

  • ข้อมูลระบุตัวจำเลยและที่อยู่ที่ส่งหมายได้จริง

    ที่อยู่ที่ส่งหมายไม่ถึงทำให้คดีล่าช้าเป็นเดือน ควรตรวจทะเบียนราษฎรหรือทะเบียนนิติบุคคลล่าสุด

  • หนังสือมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินคดี

    ระบุขอบอำนาจให้ครอบคลุมการเจรจา ประนีประนอม และการบังคับคดี

เอกสารเพิ่มเติมเฉพาะบางกรณี

  • คำแปลเอกสารภาษาต่างประเทศ

    สัญญาภาษาอังกฤษต้องมีคำแปลไทยแนบ และควรทำโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปลได้เมื่อถูกโต้แย้ง

  • หนังสือมอบอำนาจที่ลงนามนอกประเทศไทย

    ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อและรับรองต่อเนื่องตามเส้นทางของประเทศที่ลงนามก่อนใช้ในศาลไทย

  • รายงานประเมินความเสียหาย

    คดีความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือก่อสร้างควรมีผู้ประเมินอิสระ เพราะตัวเลขที่ไม่มีที่มามักถูกศาลปรับลด

  • คำขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา

    ใช้เมื่อมีเหตุเชื่อว่าจำเลยกำลังโอนย้ายทรัพย์ ต้องเตรียมหลักฐานประกอบและหลักประกันตามที่ศาลสั่ง

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. ประเมินมูลคดีและอายุความ

    ตรวจว่าข้อเท็จจริงเข้าองค์ประกอบใด และเหลือเวลาฟ้องเท่าไร ก่อนตัดสินใจว่าจะเจรจาหรือฟ้องทันที

    ระยะเวลา: 3–7 วัน

  2. 2. ออกหนังสือบอกกล่าวและเปิดทางเจรจา

    หลายคดีจบด้วยสัญญาประนีประนอมที่บังคับได้ ซึ่งเร็วและถูกกว่าการสืบพยานเต็มรูปแบบ

    ระยะเวลา: 15–30 วัน

  3. 3. ยกร่างคำฟ้องและยื่นต่อศาล

    คำนวณทุนทรัพย์ ชำระค่าขึ้นศาล และยื่นพร้อมบัญชีระบุพยานตามระเบียบของศาลนั้น

    ระยะเวลา: 5–10 วัน

  4. 4. ชั้นไกล่เกลี่ยและสืบพยาน

    ศาลมักนัดไกล่เกลี่ยก่อน หากตกลงไม่ได้จึงกำหนดวันสืบพยานตามคิวของศาล

    ระยะเวลา: 8–18 เดือน

  5. 5. บังคับคดีตามคำพิพากษา

    เมื่อคดีถึงที่สุด ต้องสืบหาทรัพย์และตั้งเรื่องยึดอายัดภายในกรอบเวลาบังคับคดี

    ระยะเวลา: 3–12 เดือน

ถูกตีกลับเพราะอะไร

  • คำฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงไม่ครบองค์ประกอบของมูลหนี้ ศาลจึงสั่งให้แก้ไขคำฟ้องก่อนรับไว้พิจารณา
  • ที่อยู่จำเลยไม่ถูกต้อง ส่งหมายไม่ได้ ต้องขอปิดหมายหรือประกาศหนังสือพิมพ์ ทำให้คดียืดออกไปหลายเดือน
  • เอกสารภาษาอังกฤษยื่นโดยไม่มีคำแปลไทย เจ้าหน้าที่จึงไม่รับเข้าสำนวนในวันยื่น
  • ตัวเลขความเสียหายในคำฟ้องไม่ตรงกับหลักฐานการชำระเงิน ทำให้ฝ่ายตรงข้ามหยิบมาโต้แย้งความน่าเชื่อถือทั้งสำนวน

คำถามที่พบบ่อย

ชาวต่างชาติฟ้องคดีในไทยได้หรือไม่ ต้องเดินทางมาเองไหม

ฟ้องได้ โดยไม่จำกัดสัญชาติของโจทก์ และไม่จำเป็นต้องอยู่ในไทยตลอดกระบวนการ เพราะทนายความที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการแทนได้เกือบทุกขั้นตอน สิ่งที่มักต้องมาเองคือวันเบิกความในฐานะพยาน ซึ่งบางกรณีศาลอนุญาตให้เบิกความผ่านระบบทางไกลได้เมื่อยื่นคำร้องล่วงหน้าและมีเหตุสมควร

ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ยังฟ้องได้ไหม

ได้ในหลายกรณี เพราะกฎหมายไทยยอมรับพยานหลักฐานรูปแบบอื่นที่แสดงว่ามีการตกลงกันจริง เช่น ใบสั่งซื้อ ใบส่งของที่มีลายมือชื่อผู้รับ สลิปโอนเงิน และข้อความสนทนาที่ยืนยันเงื่อนไข ข้อควรระวังคือมูลหนี้บางประเภทกฎหมายกำหนดให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะฟ้องร้องบังคับได้ จึงควรให้ทนายตรวจประเภทของหนี้ก่อน

ค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดีแพ่งประกอบด้วยอะไรบ้าง

โดยทั่วไปมีสามส่วน คือ ค่าขึ้นศาลที่คิดตามทุนทรัพย์ ค่าใช้จ่ายในกระบวนพิจารณา เช่น ค่าส่งหมายและค่าพยานผู้เชี่ยวชาญ และค่าจ้างทนายความซึ่งอาจคิดเป็นรายคดีหรือรายขั้นตอน ค่าใช้จ่ายที่คนมักลืมคือขั้นบังคับคดีหลังชนะ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมและค่าสืบทรัพย์แยกต่างหาก จึงควรประเมินทั้งเส้นทางก่อนตัดสินใจ

ชนะคดีแล้วจะได้เงินคืนแน่นอนหรือไม่

คำพิพากษาให้สิทธิบังคับชำระหนี้ แต่การได้รับเงินจริงขึ้นอยู่กับว่าลูกหนี้มีทรัพย์ให้ยึดอายัดหรือไม่ ด้วยเหตุนี้การสืบทรัพย์ตั้งแต่ก่อนฟ้องจึงสำคัญ และในคดีที่มีความเสี่ยงว่าทรัพย์จะถูกโอนออก การขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาช่วยรักษาโอกาสได้รับชำระไว้ได้มากกว่ารอจนคดีถึงที่สุด

ไกล่เกลี่ยในศาลต่างจากการยอมความนอกศาลอย่างไร

การไกล่เกลี่ยในศาลจบด้วยสัญญาประนีประนอมที่ศาลพิพากษาตามยอม ทำให้บังคับคดีได้ทันทีหากอีกฝ่ายผิดนัด ส่วนข้อตกลงนอกศาลเป็นสัญญาธรรมดา ถ้าผิดนัดต้องกลับมาฟ้องใหม่ตั้งแต่ต้น การเลือกเส้นทางจึงขึ้นกับความไว้วางใจคู่กรณีและมูลค่าที่ตกลงกัน

ควรฟ้องแพ่งหรือแจ้งความอาญาในกรณีถูกโกงเงิน

สองเส้นทางมีเป้าหมายต่างกัน คดีอาญามุ่งลงโทษผู้กระทำและใช้กลไกของพนักงานสอบสวน ส่วนคดีแพ่งมุ่งเรียกทรัพย์คืน ในทางปฏิบัติหลายเรื่องเดินคู่กันได้ และหลักฐานที่รวบรวมไว้ใช้ร่วมกันได้ทั้งสองทาง ควรให้ทนายประเมินก่อนว่าข้อเท็จจริงเข้าข่ายความผิดอาญาจริงหรือเป็นเพียงการผิดสัญญา

ไม่อยากจัดเอกสารเอง ให้เราดูแลทั้งชุด

คดีแพ่งที่ชนะแล้วเก็บเงินไม่ได้คือคดีที่วางแผนมาไม่ครบเส้นทาง เราจึงเริ่มจากคำถามว่าปลายทางจะได้รับชำระอย่างไร แล้วจึงย้อนกลับมาออกแบบวิธีเก็บหลักฐาน จังหวะการบอกกล่าว และทางเลือกระหว่างเจรจากับฟ้อง ประสบการณ์กว่าสิบห้าปีในศาลไทยทำให้เราบอกลูกความได้ตรงไปตรงมาว่าเรื่องใดควรสู้ เรื่องใดควรจบด้วยข้อตกลง และเรื่องใดยังไม่ควรเริ่ม

แหล่งอ้างอิง

ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที