เช็กลิสต์เอกสารยื่นขอส่งเสริมการลงทุน BOI
เหมาะกับ: ผู้ผลิตที่ย้ายฐานการผลิตมาไทย ผู้ให้บริการดิจิทัลและซอฟต์แวร์ สำนักงานภูมิภาค และผู้ลงทุนต่างชาติที่ต้องการถือหุ้นข้างมากโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
คำตอบสั้น
คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนต้องมีคำขอตามแบบของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน แผนธุรกิจที่ระบุประเภทกิจการตามบัญชีท้ายประกาศ ประมาณการเงินลงทุนแยกรายการเครื่องจักรและอาคาร แผนการจ้างงานและถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมเอกสารนิติบุคคลและโครงสร้างผู้ถือหุ้น หลังยื่นจะมีการชี้แจงโครงการต่อเจ้าหน้าที่ก่อนคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ
ข้อเท็จจริงหลัก
| หน่วยงานพิจารณา | สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน |
|---|---|
| ฐานการอนุมัติ | ประเภทกิจการตามบัญชีท้ายประกาศ ไม่ใช่ชื่อธุรกิจที่ผู้ยื่นตั้งเอง |
| สิ่งที่ต้องรักษาหลังได้รับอนุมัติ | เงินลงทุนขั้นต่ำ กำลังผลิต และการจ้างงานตามที่ให้ไว้ในคำขอ |
| รายงานประจำปี | ต้องรายงานผลการดำเนินงานตามรอบที่กำหนด มิฉะนั้นสิทธิประโยชน์อาจถูกระงับ |
| ความเชื่อมโยงกับงานบัญชี | รายได้ที่ได้รับส่งเสริมและไม่ได้รับส่งเสริมต้องแยกบัญชีตั้งแต่เดือนแรก |
เอกสารที่ต้องมีทุกกรณี
แบบคำขอรับการส่งเสริมตามประเภทกิจการ
เลือกประเภทกิจการให้ตรงกับกระบวนการผลิตหรือบริการจริง เพราะสิทธิประโยชน์ผูกกับประเภทนั้น
แผนธุรกิจและกระบวนการผลิตโดยละเอียด
อธิบายขั้นตอนตั้งแต่วัตถุดิบถึงผลิตภัณฑ์สุดท้าย พร้อมระบุมูลค่าเพิ่มที่เกิดในประเทศ
ประมาณการเงินลงทุนแยกหมวด
แยกที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และทุนหมุนเวียน เพราะเกณฑ์ขั้นต่ำนับเฉพาะบางหมวด
แผนการจ้างงานและระดับทักษะ
ระบุจำนวนพนักงานไทยและต่างชาติรายปี พร้อมตำแหน่งที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ
หนังสือรับรองนิติบุคคลและบัญชีผู้ถือหุ้น
หากยังไม่จดทะเบียนบริษัท สามารถยื่นในนามผู้ลงทุนแล้วจดทะเบียนภายหลังได้ตามเงื่อนไข
งบการเงินหรือหลักฐานความสามารถทางการเงิน
บริษัทแม่ต่างประเทศควรแนบงบที่ผ่านการตรวจสอบและหนังสือสนับสนุนทางการเงิน
เอกสารเพิ่มเติมเฉพาะบางกรณี
เอกสารสิทธิ์ในที่ดินหรือสัญญาเช่าโรงงาน
จำเป็นเมื่อโครงการเป็นการผลิตที่ต้องระบุสถานที่ตั้งแน่นอน
รายการเครื่องจักรที่จะนำเข้า
ใช้ประกอบการขอยกเว้นอากรขาเข้า ควรระบุปีที่ผลิตของเครื่องจักรมือสอง
ใบอนุญาตหรือมาตรฐานเฉพาะอุตสาหกรรม
กิจการอาหาร เครื่องมือแพทย์ และพลังงาน มักต้องแสดงมาตรฐานควบคู่
แผนถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา
ช่วยสนับสนุนคำขอในกิจการที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. จับคู่โครงการกับประเภทกิจการ
อ่านเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละประเภทก่อนเขียนแผน เพราะบางประเภทกำหนดกรรมวิธีผลิตขั้นต่ำไว้ชัดเจน
ระยะเวลา: 3–7 วันทำการ
2. จัดทำคำขอและงบลงทุน
ตัวเลขในคำขอจะกลายเป็นพันธะผูกพัน จึงควรตั้งบนสมมติฐานที่ทำได้จริง ไม่ใช่ตัวเลขที่สวยที่สุด
ระยะเวลา: 2–4 สัปดาห์
3. ยื่นคำขอและชี้แจงโครงการ
เจ้าหน้าที่จะซักถามด้านกระบวนการผลิต ตลาด และแหล่งเงินทุน ควรให้ผู้รู้เนื้องานจริงเข้าร่วม
ระยะเวลา: 1–3 เดือน
4. รับบัตรส่งเสริมและเปิดใช้สิทธิ
หลังตอบรับมติ ต้องดำเนินการตามกำหนดเวลา เช่น จดทะเบียนบริษัท นำเข้าเครื่องจักร และเปิดดำเนินการ
ระยะเวลา: ตามกำหนดในบัตรส่งเสริม
ถูกตีกลับเพราะอะไร
- เขียนแผนแบบธุรกิจซื้อมาขายไปทั้งที่ยื่นในประเภทกิจการผลิต ทำให้เจ้าหน้าที่มองว่าไม่มีมูลค่าเพิ่มในประเทศ
- ตัวเลขเงินลงทุนในคำขอต่ำกว่าเกณฑ์ของประเภทกิจการที่เลือก หรือรวมทุนหมุนเวียนเข้าไปในฐานที่ไม่ให้นับ
- ได้รับอนุมัติแล้วแต่ไม่แยกบัญชีรายได้ส่วนที่ได้รับส่งเสริม ทำให้ตอนตรวจสอบภาษีต้องพิสูจน์ย้อนหลังทั้งปี
- ไม่ยื่นรายงานผลการดำเนินงานตามรอบ จนสิทธิประโยชน์ถูกระงับทั้งที่โครงการเดินหน้าตามปกติ
คำถามที่พบบ่อย
ยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัท ยื่น BOI ก่อนได้ไหม
ยื่นในนามผู้ลงทุนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด แล้วจึงจดทะเบียนนิติบุคคลภายในกรอบเวลาหลังมีมติอนุมัติ ข้อดีคือทราบผลก่อนลงทุนตั้งบริษัท แต่ต้องระวังว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่จดจริงต้องตรงกับที่แจ้งไว้ มิฉะนั้นต้องขอแก้ไขโครงการเพิ่ม
ได้ BOI แล้วยังต้องขอใบอนุญาตทำงานให้ชาวต่างชาติหรือไม่
ยังต้องขอ แต่ใช้ช่องทางที่ผูกกับตำแหน่งที่ได้รับอนุมัติในระบบของสำนักงาน ซึ่งไม่ต้องอิงอัตราส่วนลูกจ้างไทยแบบกรณีทั่วไป ข้อควรระวังคือชื่อตำแหน่งในระบบต้องตรงกับสัญญาจ้างและหน้าที่จริง หากไม่ตรงมักถูกขอเอกสารเพิ่มในขั้นตรวจสอบ
สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเริ่มนับเมื่อไร
โดยหลักเริ่มนับจากวันที่มีรายได้ครั้งแรกจากกิจการที่ได้รับส่งเสริม ไม่ใช่วันที่ได้รับบัตร จึงควรวางแผนช่วงเริ่มรับรู้รายได้ให้สัมพันธ์กับความพร้อมของกำลังผลิต เพื่อไม่ให้ช่วงปีแรกที่ยังผลิตไม่เต็มที่กินระยะเวลาสิทธิไปเปล่า
โครงการเปลี่ยนแผนกลางทางทำอย่างไร
ต้องยื่นขอแก้ไขโครงการก่อนดำเนินการจริง เช่น เปลี่ยนที่ตั้ง เพิ่มกำลังผลิต หรือปรับรายการเครื่องจักร การเปลี่ยนแล้วค่อยแจ้งภายหลังคือสาเหตุที่พบบ่อยของการถูกเรียกคืนสิทธิ เพราะข้อเท็จจริงไม่ตรงกับเงื่อนไขที่อนุมัติไว้
บริษัทที่ได้ BOI ยังต้องตรวจสอบงบการเงินตามปกติไหม
ต้องจัดทำและตรวจสอบงบการเงินตามกฎหมายเช่นเดียวกับบริษัททั่วไป และยังต้องแสดงการแยกรายได้และค่าใช้จ่ายระหว่างส่วนที่ได้รับส่งเสริมกับไม่ได้รับส่งเสริมให้ผู้สอบบัญชีตรวจได้ ระบบบัญชีจึงควรออกแบบรองรับตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาแยกตอนปิดปี
ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ BOI มีทางเลือกอื่นไหม
ยังมีเส้นทางอื่น เช่น การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การใช้สนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี หรือการปรับโครงสร้างให้ผู้ถือหุ้นไทยถือหุ้นข้างมากอย่างโปร่งใส ทางเลือกแต่ละทางมีต้นทุนภาษีและข้อจำกัดต่างกัน ควรเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
ไม่อยากจัดเอกสารเอง ให้เราดูแลทั้งชุด
งานที่ยากของ BOI ไม่ใช่การกรอกแบบ แต่คือการแปลธุรกิจจริงให้ตรงกับภาษาของประเภทกิจการ และการอยู่กับเงื่อนไขไปอีกหลายปี เราจึงทำงานสองชั้นเสมอ คือทีมที่ปรึกษาเขียนคำขอร่วมกับฝ่ายผลิตของลูกค้า และทีมบัญชีวางผังบัญชีแยกรายได้ตั้งแต่เดือนแรก ประสบการณ์กว่าสิบห้าปีบอกเราว่าปัญหามักเกิดปีที่สาม ไม่ใช่วันยื่น
แหล่งอ้างอิง
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้